เขียนที่สถาบันพระปกเกล้า
ศูนย์ใหญ่ของการจัดการความรู้เรื่องการบ้านการเมืองไทย นอกจากจะมีการสอนในคณะสาขาวิชาตามมหาวิทยาลัยต่างๆแล้ว ที่สถาบันพระปกเกล้าน่าจะเป็นศูนย์ศึกษาเรื่องการเมืองการปกครองที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ในแต่ละวันจะมีนักการศึกษา นักการเมือง ข้าราชการ เดินกันขวักไขว้ ผมเคยมาร่วมบรรยายครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว มาปีนี้จำสถานที่ไม่แน่ชัด แต่Texiเขาเก่งพาแหวกมหกรรมรถติดมาถึงก่อนเวลาประชุมตั้งแต่ไก่โห่
ถ้าเราดูเรื่องการปกครองระดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค ระดับชาติ หรือระดับโลก เราจะเห็นบรรยากาศ และอาการที่สะทกสะท้อนออกมาอย่างน่าสนใจยิ่ง เพราะการเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ของสังคม เรื่องความเป็นไปในบ้านเมืองเกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาอย่างมาก มิติการศึกษาภาคสังคมทั้งระบบเป็นเหมือนพิมพ์เขียวของสังคมในอนาคต คุณภาพของสังคมวันนี้ ย่อมมีผลพวงจากอดีตว่าเราพัฒนาการกันมาอย่างไร
ยุคนี้มีการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบให้แก่องค์กรและสถาบันต่างๆมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้น่าสนใจมาก ในระดับชุมชน เมื่อก่อนนี้มีสถาบันหมู่บ้าน พระสงฆ์ ผู้เฒ่าผู้อาวุโสเป็นฐานสำคัญในการชี้แนะสังคม ต่อมามีกำนันผู้ใหญ่บ้าน มีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น มีสำนักงานองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น มีคณะกรรมการบริหารที่นำโดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และต่อๆไปก็จะมีอะไรต่อมิอะไรเพิ่มเข้ามามากขึ้น การศึกษา อนามัย การดูแลความสงบเรียนร้อย และการพัฒนาการส่วนท้องถิ่นต่างๆ กำลังเรียงเข้ามาขอบัตรคิวเข้ามาสังกัดอยู่ในระบบการปกครองส่วนท้องถิ่น
เรามีการเตรียมการบ้าน ในส่วนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นช้าไปหน่อย ช่วงนี้จึงมีการบรรจุความรู้ให้นักการเมืองท้องถิ่นกันอย่างคึกคัก กรมการปกครอง ส่วนราชการต่างๆ นักการเมืองและพรรคการเมือง ต่างเข้ามามีส่วนร่วมในการขยับตัวของการเมืองส่วนท้องถิ่นกันมากขึ้น
ผู้อาวุโสในชุมชน พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ พระสงฆ์ลดความสำคัญลง ถอยมาเป็นกองเชียร์อยู่ห่างๆ บทบาทการปกครองส่วนท้องถิ่นโยกไปอยู่ที่อบต.เกือบ80% ความเปลี่ยนแปลงในแต่ละพื้นที่ จึงขึ้นอยู่กับคุณภาพขององค์กรบริหารส่วนตำบลในแต่ละพื้นที่ตรงนั้น บางแห่งก็นำพาชุมชนของตนเรียนรู้อย่างดียิ่ง บางแห่งที่ยังไม่เข้มแข็งก็คงเร่งต้องพัฒนายกระดับตัวเองต่อไป จะมาจัดปาหี่จัดฉิ่งฉับทัวร์ หรือส่งเสริมปลูกผักในกระถางยางรถยนต์ลอยฟ้าคงไม่ได้แล้ว
เท่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ขีดความสามารถยังต่างระดับกันบ้าง ในพื้นที่ๆสนใจการเรียนรู้ จะมีกิจกรรมที่เข้าท่าเข้าที่เข้าทาง แต่ในบางพื้นที่บางกลุ่มจังหวัดก็ยังสนุกเฮฮาหาวิธีสร้างถนนปลวกแทะให้เห็นก็มีบ้าง เรื่องประชาธิปไตย จะให้ไวไฟเหมือนน้ำมันเบนซินคงไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่ว่าจะเรื่อยๆเรียงๆออกไปนานเท่าใด จึงมีคำถามผุดพรายขึ้นมาว่า
· หลักสูตรพัฒนาผู้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นอย่างไร
· การกระจายอำนาจ กระจายความรับผิดชอบ เป็นอย่างไร
· การมีส่วนร่วมภายในพื้นที่เป็นอย่างไร
· การส่งเสริมการพัฒนาการศึกษา อาชีพ เป็นอย่างไร
· วิธีบำบัดทุกข์บำรุงสุขมีสไตล์ของพื้นที่อย่างไร
ถ้าถามแล้วเขียนไปเรื่อยๆ โจทย์ต่างๆไม่มีวันจบสิ้น เพราะเรื่องการเมืองมันยุ่งกว่าการมุ้งมากนัก นี่ยังไม่กล่าวถึงเรื่องการเมืองใหญ่ที่กำลังจะขยับตั้งรัฐบาล มีโจทย์ใหม่ๆแปลกน่าสนใจอย่างมาก แต่บางคนก็บ่นว่าไม่อยากยุ่งไม่อยากฟัง แต่ถึงยังไงก็หนีไม่ออกหรอกนะครับ อิอิ .
ขอขอบพระคุณครูบาสุทธินันท์....
กามนิต หนุ่ม วันครูหลายรอบแล้ว ควรเร่งเรียนให้จบโดยเร็ว จะได้เป็นครูเต็มตัวเสียที
Lin Hui
ขอบคุณครับอาจารย์ ที่กรุณาเติมความคิด ความรู้ให้กับเรา
คนชอบวิ่ง เปลี่ยนมาเป็นคนชอบให้ความคิดเห็นดีๆๆ ขออีกๆๆๆ
และให้มีส่วนร่วมการตรวจสอบรายรับ รายจ่ายในจังหวัด เป็นต้นค่ะ
Sasinanda
อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มีความเห็นตรงกับอาจารย์นะครับ มีโครงการที่จะสร้างการเมืองภาคพลเมืองให้เข้มแข็ง อยู่ในระหว่างการตั้งต้นดำเนินการครับ