บันทึก การจัดการความรู้ : KMวันที่ 16 มกราคม 2551ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลท่าเรือ สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านนาเดิม เรื่อง การเลือกซื้อและวิธีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย ศูนย์บริการฯ ตำบลท่าเรือ ได้จัดอบรมถ่ายทอดความรู้ตามกระบวนโรงเรียนเกษตรกรโครงการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานปี 2551 ในเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2551 (วันครู) ในประเด็นเรื่องการเลือกซื้อและวิธีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการคือเกษตรกรโรงเรียนเกษตรกรเงาะ 1 (ต.ท่าเรือ มี 2 โรงเรียน คือ เงาะ 1 และ 2 ) สมาชิกเป็นเกษตรกรหมู่ที่ 1 และ 4 ต.ท่าเรือ จำนวน 27 คน เหตุผลที่เกษตรกรเลือกประเด็นนี้เพราะว่าในปัจจุบันมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชกันมาก ร่วมทั้งมีจำหน่ายในท้องตลาดกันแพร่หลายมากมายหลายชนิดหลายประเภทถูกกฎระเบียบและไม่ถูกกฎระเบียบ แต่ความรู้ที่เกษตรกรได้รับรู้ถึงความถูกต้องและความปลอดภัยมีน้อย ร่วมทั้งโครงการมีวัตถุประสงค์หลักให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยคือ พืช ผู้ผลิต (เกษตรกร) และผู้บริโภค ปลอดภัยจากสารเคมีมากที่สุด แต่ไม่ได้บังคับให้หยุดใช้แต่ใช้ให้ถูกต้อง ศูนย์บริการฯ โดยเลขานุการศูนย์ ฯ (นันทวัน) ได้ชี้แนะแนวทางให้เกษตรกรเลือกว่าเรื่องแนวไหนที่ต้องเรียนรู้แลกเปลี่ยน (บันทึกการจัดการความรู้เรื่องความสามัคคีคือพลัง) ในการเรียนรู้ครั้งนี้พอจะสรุปการเลือกซื้อและวิธีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย ออกมาได้ ดังนี้ 1. การเลือกซื้อสารเคมี เข้าใจวิธีการเลือกซื้อสารเคมีที่มีคุณภาพและเป็นสารเคมีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เข้าใจรายละเอียดบนฉลากเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากได้อย่างถูกต้อง 1.1 ไม่ซื้อสารเคมีที่มีฉลากไม่ชัดเจน เลอะเลือน หรือข้อมูลบนฉลากไม่ครบถ้วน เช่น ไม่มีเลขทะเบียน ไม่ระบุผู้ผลิต- ผู้จำหน่าย ไม่มีวัน เดือน ปี ที่ผลิต ฯลฯ1.2 ไม่เลือกซื้อสารเคมีที่มีราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตผู้จำหน่ายอื่น อย่างผิดปกติ1.3 ไม่ซื้อสารเคมีจากพ่อค้าเร่ หรือผู้ที่จำหน่ายแบบซ่อนเร้น ปิดบัง1.4 ตรวจดู วัน เดือน ปี ที่ผลิต ( ไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ผลิต ) และตรวจดูภาชนะบรรจุ ( ฝาปิดหรือภาชนะไม่มีรอยเปิดหรือฉีกขาด ) 2. การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องเหมาะสม 2.1 ใช้แต่สารเคมีที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีเลขทะเบียนวัตถุอันตราย และมีคำแนะนำ
บนฉลากให้ใช้กับพืช ต้องไม่ใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 2.2 ให้ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ในชนิด อัตรา และเวลา ตามคำแนะนำของ
กรมวิชาการเกษตร 2.3 อ่านคำแนะนำที่ฉลากให้ทราบคุณสมบัติ และวิธีการใช้ให้เข้าใจก่อนนำไปใช้
2.4 ควรเลือกใช้เครื่องพ่นสารเคมีและอุปกรณ์หัวฉีดที่เหมาะสมเพื่อกระจายสารเคมีให้ตกบนเป้าหมายทั่วทั้งต้นสม่ำเสมอ และควรเปลี่ยนหัวฉีดใหม่ เมื่อใช้งานมาแล้วประมาณ 30 ชั่วโมง ในกรณีของหัวฉีดทองเหลือง
2.5 พ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในช่วงเช้าหรือเย็นขณะลมสงบ หลีกเลี่ยงการพ่นในเวลาแดดจัดหรือลมแรง และขณะปฏิบัติงานผู้พ่นต้องอยู่เหนือลมตลอดเวลา2.6 ควรเตรียมหรือผสมสารเคมีในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อจะได้ใช้ให้หมดในครั้งเดียว ไม่ควรเหลือติดค้างในถังพ่น 2.7 ให้หยุดใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูทุเรียนอย่างน้อย 15 วัน และสารป้องกันกำจัดวัชพืชบริเวณโคนต้นทุเรียน อย่างน้อย 30 วัน ก่อนเก็บเกี่ยว2.8 จดบันทึกการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง จากการสรุปที่ผ่านมาเกษตรกรสมาชิกโรงเรียนเข้าใจดีและได้ให้ข้อสังเกตว่าตัวเกษตรเองไม่ได้ทำการพ่นสารเคมีด้วยตนเองแต่จะซื้อสารเคมีและจ้างพ่นในอัตราลิตรละ… ดังนั้นถ้าจะให้ปลอดภัยตัวเกษตรกรทุกคนต้องเข้าไปควบคุมการทำงานของผู้รับจ้างพ่นและอธิบายร่วมทั้งแนะนำสิ่งที่ถูกต้อง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ดิฉันคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้ “ จิตรสำนึกของความเป็นคน”เกร็ดความรู้เพิ่มเติม (ประสบการณ์ที่ได้รับจากกรมวิชาการเกษตรในฐานะลูกจ้างกรม)คำอธิบายฉลาก วัตถุอันตรายด้านการเกษตรฉลาก ของวัตถุอันตรายด้านการเกษตร เช่น สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ถูกต้องตามกฎหมายควรมีฉลากขนาดที่เหมาะสมกับภาชนะบรรจุ ปิดหรือพิมพ์ไว้ที่ภาชนะบรรจุ ระบุเครื่องหมายและข้อความเป็นภาษาไทย ดังนี้
(1) ชื่อทางการค้า
(2) ชื่อสามัญ หรือ ชื่อทางเคมี หรือ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสาระสำคัญ
(3) อัตราส่วนผสมและลักษณะผลิตภัณฑ์
(4) วัตถุประสงค์การใช้
(5) เครื่องหมายและข้อความตาม ข้อ 8
(6) ประโยชน์ วิธีใช้ วิธีเก็บรักษา วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับภาชนะบรรจุและการป้องกันอันตรายหรือความเสียหาย
(7) คำเตือน
(8) อาการเกิดพิษ การแก้พิษเบื้องต้น คำแนะนำให้รีบส่งผู้ป่วยไปพบแพทย์พร้อมด้วยฉลากหรือภาชนะบรรจุ และคำแนะนำสำหรับแพทย์
(9) ชื่อกลุ่มของสารเคมีเพื่อประโยชน์ในการรักษา (ถ้ามี)
(10) ชื่อผู้ผลิต สถานที่ประกอบการ สถานที่ตั้งโรงงาน และชื่อผุ้นำเข้าพร้อมสถานที่ประกอบการ
(11) ขนาดบรรจุ
(12) เดือนปีที่ผลิต หรือหมดอายุการใช้
(13) เลขทะเบียนวัตถุอันตราย (14) แถบสี เพื่อระบุระดับความเป็นพิษของวัตถุอันตราย ซึ่งแบ่งเป็น 4 ชั้น ดังนี้
ชั้น 1 เอ พิษร้ายแรงมาก ( แถบสีแดง มีเครื่องหมายหัวกะโหลกกับกระดูกไขว้ พร้อม ข้อความว่า“พิษร้ายแรงมาก” และภาพแสดงคำเตือนต่าง ๆ )
ชั้น 1 บี พิษร้ายแรง (แถบสีแดง มีเครื่องหมายหัวกะโหลกกับกระดูกไขว้ พร้อมข้อความว่า “พิษร้ายแรง” และภาพแสดงคำเตือนต่าง ๆ )
ชั้น 2 พิษปานกลาง (แถบสีเหลือง มีเครื่องหมายกากบาทพร้อมด้วยข้อความว่า “อันตราย” และภาพแสดงคำเตือนต่าง ๆ )
ชั้น 3 พิษน้อย (แถบสีน้ำเงิน มีเครื่องหมายกากบาทพร้อมด้วยข้อความว่า “ระวัง”
และภาพแสดงคำเตือนต่าง ๆ )
ผู้เล่าเรื่อง / ผู้บันทึก นางสาวนันทวัน วัฒนา วันที่ 17 มกราคม 2551
การเลือกซื้อและวิธีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย
จิตรสำนึกของความเป็นคน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
JJ · 17 ม.ค. 2551
นายพราน · 17 ม.ค. 2551
Patrickz 2.0 · 17 ม.ค. 2551
สิงห์ ป่าสัก · 17 ม.ค. 2551
Patrickz 2.0 · 17 ม.ค. 2551
ยูมิ · 17 ม.ค. 2551
Phoenix · 17 ม.ค. 2551
หวัดดีค่ะ คุณหมูอ้วน
หวัดดีคับ (นู๋แดงด้วย)
จะแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดให้เกษตรกรค่ะ และขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาอ่านทุก ๆ เรื่อง จะพยายามต่อไปค่ะ
ขอบคุณค่ะ