การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ สำหรับชาวบ้าน อย่าให้มันยุ่งยาก ลำบากใจ ที่เที่ยวเอา ระเบียบการจ่ายเงิน ของทางราชการมาจับถึ่ยิบ

   คำว่าแผนชุมชน ที่ชาวบ้านทั้งหลายยังไม่เข้าใจ แต่มันกลับมีอิทธิพล ต่องบประมาณที่พวกเขาจะได้รับ หลายครั้ง ที่เมื่อมีงบลงมา ถึงหมู่บ้าน ชุมชน แต่เมื่อถามว่า มีแผนชุมชน หรือเปล่า .......? แหละนั่นถ้า เขาส่ายหน้า ก็แปลว่า ไม่ได้รับงบนี้

   ผู้เขียนเป็น ข้าราชการคนหนึ่ง ที่ทำงานในชุมชน แต่ก็ไม่ได้รับผิดชอบ การทำแผนชุมชนโดยตรง แต่ถ้าไม่เข้าไป ร่วมรับรู้ และระดมสมองช่วยทำ งานด้านสาธารณสุข ที่จำเป็น ต้องอาศัยงบ ที่นอกเหนือจาก งบของสาธารณสุข ก็จะขาดหายไป

 เมื่อวาน จึงเป็นโอกาสดี ที่ได้เข้าไปร่วมกระบวนการ"ทำแผนชุมชน" วิทยากร เก่ง เพราะสามารถ ทำให้แต่ละชุมชน มองเห็นจุดเด่น จุดอ่อน ในหมู่บ้านตนเอง และเมื่อนำยุทธศาสตร์ บริหารบ้านเมืองมาจับ ทำให้ทุกชุมชน มีแผนครอบคลุม ทุกด้าน รวมถึงงานสาธารณสุข ที่ผู้เขียนรับผิดชอบด้วย

  ที่จริงมีหมู่บ้านรับผิดชอบ ๒ หมู่ แต่ผู้เขียน ก็อยู่ฟังทั้ง ๑๐ หมู่ ออกมาเสนอแผนของตน ขณะที่นั่งฟัง ผู้นำชุมชนออกมาพูด มาเล่าความเป็นอยู่ ในหมู่บ้านของตน แล้วก็คิดหาวิธี แก้ไขปัญหาในหมู่บ้านของตนเอง บางโครงการไม่ได้ต้องการงบประมาณอะไรเลย ความคิดของชาวบ้านไม่ซับซ้อน พูดแล้วเข้าใจง่าย ทำง่าย มีบางโครงการ ที่เขาแบ่งปันกันเอง โดยไม่หวังผลตอบแทน เช่น  อีกหมู่บ้านหนึ่ง ไม่มีแหล่งน้ำ เพื่อใช้ทำประปาหมู่บ้าน ก็จะมีหมู่บ้านใกล้เคียง อนุญาต ใช้แหล่งน้ำร่วมกันได้ เพียงแต่ มาช่วยกันขยาย ช่วยกันรักษา เท่านั้น

 ผู้เขียน คิดแบบข้าราชการชั้นผู้น้อยว่า ถ้าใครกำลังมองว่า ประเทศชาติเรา กำลังเข้าสู่วิกฤต ขาดความมั่นคง เศรษฐกิจตกต่ำ อะไรก็ตาม แต่ที่นี่ ตำบลเขาคันทรง ตำบลเล็กๆ อาจเป็นภาพสะท้อน แทนได้อีกหลายหมู่บ้าน ว่า เขามีกลวิธีการ สร้างความมั่นคง ให้เกิดแก่ วิถีชีวิตชุมชนบ้านนอกได้พอสมควร อยากยกตัวอย่างสักโครงการ ที่ผู้เขียน ยกให้เป็น โครงการเด่นในใจของผู้เขียน ที่มีผู้นำสูงอายุคนหนึ่ง ออกมาพูด และเสนอของบประมาณ จากรัฐบาลหรือเทศบาล ก็ได้

   คุณลุงออกมาพูด อย่างฉาดฉาน มั่นใจ เพราะกิจกรรมนี้ คุณลุงคงทำด้วยความตั้งใจ มานาน แค่ฟังโครงการ ผู้เขียนก็รู้สึกทึ่งแล้ว "โครงการต่อต้านยาเสพติด" ที่หลายหมู่บ้าน คงเริ่มท้อกันแล้ว แต่นั่น ไม่ใช่หมู่บ้านของคุณลุง เพราะลุงเล่าว่า ผมออกตรวจจุด มั่วสุมในพื้นที่ทุกคืนมิได้ขาด ครั้งแรก เขานำไปอบรม เรียกว่าตำรวจบ้าน ใหม่ๆ ก็ออกตรวจกันหลายคน คึกคัก  ต่อมา เนิ่นนานเข้า บ้างก็มีธุระ มีภารกิจ ก็ค่อยๆ ห่างหายหน้ากันไป หลายหมู่บ้าน อาจไม่มีแล้ว การออกตรวจของตำรวจบ้าน เพราะทราบว่าหลังๆ แม้แต่ค่าน้ำมัน ก็แทบจะไม่มี รถส่วนตัว น้ำมันส่วนตัว ที่สุด ก็ต้องจบกันไป อย่างไม่ต้องสืบหาสาเหตุ

  ฟังแล้ว ก็เห็นใจ กับการเปลี่ยนแปลง และรูปแบบของโครงการ นโยบาย ที่ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง แต่กลับจะมีการคิด รูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเสมอ

เมื่อฟังคุณลุงกล่าวมาถึงจุดช่วงสำคัญ คือการของบประมาณ ที่ผู้เขียนเชื่อว่า ใครก็ตาม ถ้ามีอำนาจอนุมัติงบสนับสนุน จะต้องรีบเซ็นอนุมัติทันที ก็โถ...คุณลุงบอกว่า ปีนี้ คนออกลาดตระเวณ เหลือผม และเพื่อน เพียงสองคน ที่ยังทำงานทุกคืนไม่ได้ขาด หวังจะป้องปราบ กระบวนการยาเสพติด ไม่ให้มามั่วสุม ในหมู่บ้าน ปีนี้ ผมอยากจะขอค่าใช้จ่าย เป็นค่าน้ำมันสัก ๑๒,๐๐๐ บาทเถอะครับ ผู้เขียนลองคำนวนตัวเลข ๑๒,๐๐๐ บาท หารด้วยการทำงาน ๓๖๕ วัน ก็ตกค่าใช้จ่าย เป็นค่าน้ำมัน ตามที่คุณลุงว่า เพียง วันละ ๓๒.๘๗ บาท เท่านั้น

  นี่คือแผนชุมชน แผนที่ชุมชน ต้องการงบประมาณ ให้เขาเถอะค่ะ และอยากจะขอฝากไว้อีกสักหน่อย การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ สำหรับชาวบ้าน อย่าให้มันยุ่งยาก ลำบากใจ ที่เที่ยวเอา ระเบียบการจ่ายเงิน ของทางราชการมาจับถึ่ยิบ จนเกรงว่า ถ้าเป็นเหมือนที่ผ่านๆมา คุณลุง อาจไม่กล้าของบ เพราะแค่ลาดตระเวณทุกวัน ก็เหนื่อยยาก พอสมควรแล้ว แต่การของบยากกว่า แล้วอย่างนี้วันที่คุณลุงหมดกำลัง ก็อย่าว่ากันนะ .....