ประสบการณ์ (เตือนใจ) เดินทาง ท่องเที่ยวช่วงเทศกาล
มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรง ช่วงเทศกาลที่จะช่วยเตือนใจ เพื่อนครู สมาชิก go to know มาเล่าสู่กันฟัง สำหรับสมาชิกที่มีรถยนต์ส่วนตัว
เรา ๆ ท่าน ๆ คนทำงานต่างถิ่น มีเวลาว่างยาว ๆ ช่วงเทศกาลมักจะเดินทางไปเยี่ยม พ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง หรือท่องเที่ยว ตามต่างจังหวัด มีเหตุการณ์ที่ผมประทับใจในช่วงการเดินทางหลายต่อหลายเหตุการณ์ แต่วันนี้มีเหตุการณ์หนึ่งที่ประทับใจมากมาเล่า และเตือนเพื่อน ๆ
คนส่วนใหญ่ที่เดินทางด้วยรถส่วนตัว มักจะเลือกการเดินทาง ช่วงหัวค่ำ หรือ ช่วงเช้าแต่ผมแตกต่างจากคนอื่น ด้วยเหตุผลหลายข้อ ผมลองที่ชั่งน้ำหนักผลดี -ผลเสียสำหรับตัวผมเองดูแล้ว ผมจึงเลือกเดินทางช่วง ดึก ๆ ช่วงเวลาที่ผมเลือกอยู่ที่ ประมาณ 24.00 - 04.00 น ขึ้นอยู่กับเส้นทางว่าเส้นทางที่เดินทางไปนั้นระยะทางไกลแค่ใหน ( ต้องเห็นพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่จุดหมายปลายทาง )เหตุผลที่เลือกเดินทางช่วงนี้ คือ.......
ข้อดี
กินข้าวได้อิ่มท้อง ได้นอนหลับสบาย 6 ชม.ก่อนเดินทาง. ตื่นมาสดชื่น แจ่มใสเพราะร่างกายได้พักเพียงพอ ,สภาพท้องถนน รถโล่ง , ขับสบายใช้ความเร็วได้ตามใจต้องการ, ขับง่ายเพราะไม่มีวิวข้างทางให้คอยชำเลือง ที่ทำให้กวนจิตใจและสายตา , เห็นแค่เส้นทางกับเครื่องหมายจราจร , วิ่งเกาะเส้นบนถนนไปเรื่อย ๆไม่มีหลุดเส้นทางง่าย ๆ , อากาศเย็น เครื่องยนต์ทำงานไม่หนักมาก , เครื่องปรับอากาศทำงานไม่หนัก , สิ้นเปลืองน้ำมันน้อยกว่ากลางวัน
ข้อเสีย
ระวัง... คนคนนั้น ( ไม่ใช่ตำรวจทางหลวง ไม่ตำรวจกรมทางหลวงพิเศษ แล้วเขาคนนั้นเป็นใคร ? ) ไม่รู้จริงหรือปลอม สังกัดใหนไม่ทราบ 2 ครั้งที่เจอเหตุการอยางนี้ และเป็นข้อสงสัยจนถึงทุกวันนี้
ขณะที่ผมขับบนเส้นทางจากใหน...... ( รอให้อ่านและให้ถาม ) ถนน 4 เลนส์ แบ่งข้างละ 2 เลนส์ มีเกาะกลางถนนที่ปลูกไม้ประดับและประดับไฟอย่างสวยงาม ขณะนั้นเวลา 02.45 น. มีเพื่อนร่วมเส้นทาง 3 คัน วิ่งเลนส์ขวา ทั้ง 3 คันด้วยความเร็ว 90 - 110 ก.ม. / ช.ม. เหตุที่วิ่งเลนส์ขวา เพราะโล่ง เงียบ และ เลนส์ซ้ายพื้นผิวจราจรถูกรถบรรทุกที่บรรทุกเกินขนาดเล่น( ซะ) ซึ่งใครอณุญาติรถบบทุกเกินขนาด เกินกว่าที่พื้นผิวจราจรจะรับนำหนักได้ขับก็ไม่รู้ สภาพถนนใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 30 - 40 ก.ม./ช.ม. ขณะที่ขับเพลิน ๆ อยู่นั้น.................... ทันใดนั้น ............. มีแสงไฟฉาย ส่องลงมาจากเกาะกลางถนน พร้อมกับมีคนสวมชุด ..................กระโดดขวางเลนส์ และส่องไฟให้วิ่งเบี่ยงเลนส์ซ้ายและให้จอดข้างทางที่เปลี่ยว ถัดไปประมาณ 50 - 100 ม. มีคนคนนั้น (ใส่เครื่องแบบ ) นั่งบนมอเตอร์ไซร์และส่องไฟฉายให้จอดแต่งเครื่องแบบ ( เต็มยศแต่ไม่รู้ว่ายศอะไร ดูไม่ออกเพราะมืดและไม่สัดทัดเรื่องการสังเกตุดูยศ) ขอดูใบขับขี่ทั้ง 3 คัน คันแรก เป็นรถกะบะ ข้างหลังบรรทุกเต็มไปด้วยสัมภาระและคนงานที่กลับบ้านเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด คุยไม่ถึง 1 นาที พร้อมกับยื่นมือส่งใบขับขี่ให้และ..... ..แล้วผ่านไป คันที่ 2 รถเก๋ง คุยกันนานกว่าคัน ที่ 1 ยื่น...........ให้แล้วก็ผ่านไป คันที่ 3 คันผมเอง เหลือคันเดียว มืด เปลี่ยว ( กลัวนิดๆ เพราะเเหลือคันสุดท้าย ) พร้อมกับเห็นตัวอย่างทำตาม คันที่ 1- 2 โอ...ว้าว....ผ่านพร้อมกับคำว่า " ขอบคุณคร้าาบ"
หลังผ่านจุดนั้นมาประมาณ 20 นาที เจอปั้มน้ำมันผมตัดสันใจแวะพักรถไม่น่าเชื่อรถ 2 คันเมื่อกี้นี้ก็พักที่นี่ และที่สำคัญคนขับทั้ง 2 คันเดินมาหาผมพร้อมกับคำถาม 2 ข้อที่เป็นคำถามในใจผมเหมือนกัน
1. โดนข้อหาอะไร ? ( ข้อหาเดียวกัน " ถนนลักษณะนี้ ให้ขับเลนส์ซ้าย ขวาไว้แซงเท่านั้น แซงแล้วต้องกลับมาวิ่งเลนส์ขวาทันที )
2.เสีย....... เท่า ...... ? ( ไม่บอก เพราะเป็นค่า "โง")
หลังจากนั้นคนขับทั้ง 3 คน (รวมผมด้วย) คุยกันสักแป๊ปหนึ่ง ถึงเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อสักครู่นี้ พร้อมกับยกย่องสรรเสริญ คนคนนั้น ที่อยู่ในเหตุการเมื่อสักครู่นี้ อย่างออกรส ออกชาด พอยกย่องสรรเสริญ สู่กันฟัง อิ่มแล้ว ต่างคนก็ต่างแยกย้ายเดินทางไปสู่จุดหมายของตนเอง
ไม่รู้จะสรุปอย่างไร ชาว go to know แล้วแต่ท่านๆ ที่อ่านแล้วจะพิจารณาเอง จะวางแผนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวอย่างไร คงมีคำถามหลายคำถามในใจท่าน ( ถามได้ ) เหตุการณ์ที่เล่าเป็นแค่เศษเสี้ยวของช่วงเวลาในการเดินทางเท่านั้น ผมเจออะไรแปลก ๆ หลายอย่างที่อยากเล่าสู่กันฟัง ครั้งหน้าจะเล่าสู่กันฟังใหม่