กรณีศึกษา self-management หนึ่งรายผ่านไปสามสัปดาห์แล้ว...ผมจึงอยากนำเสนอการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้น่าสนใจครับ

สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้แนะนำคุณน้าท่านหนึ่งที่มีอาการปวดคอและไหล่เรื้อรัง ท่านได้ฟังรายการวิทยุจุฬาเรื่อง self-management ที่ผมได้ไปพูดถึงหลักการและประโยชน์ในการจัดการความล้าและความเจ็บปวดจากโรคข้อเรื้อรังได้

มาถึงอาทิตย์นี้ เราใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง โดยมีอาจารย์กิจกรรมบำบัดรุ่นน้องร่วมกลุ่มกิจกรรมบำบัดด้วย

บรรยากาศจากการจัดกลุ่มทั้ง 3 ครั้งมีความน่าสนใจ ตามประเด็นต่างๆ คือ

  • คุณน้าพยายามทำความเข้าใจเรื่องการวิเคราะห์กิจกรรม โดยเน้นกิจกรรมที่ใช้พลังงานคล้ายตั้งใจออกแรงกระทำ กับกิจกรรมที่สงวนพลังงานคล้ายการพักผ่อน
  • สร้างความเข้าใจถึงลักษณะการทำกิจกรรม ความถี่ของการทำกิจกรรม ความต้องการในการทำกิจกรรม เหตุผลและประโยชน์ของการทำกิจกรรม และการประเมินความรู้สึกล้าและปวดระหว่างทำกิจกรรม (สเกล 1 = น้อย ถึง 7 = มาก)
  • คุณน้าได้มีการปรับเปลี่ยนการทำกิจกรรมอย่างมีระบบและหลักการ มีการจัดสมดุลย์ระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ และการทำกิจกรรมการพักผ่อน (ที่นอกเหนือจากการนอนหรืออยู่นิ่ง)
  • จากนั้นมีการเรียนรู้ท่าทางการเคลื่อนไหวและอยู่นิ่ง ว่ามีความถูกต้องและจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมและตารางการทำกิจกรรมในแต่ละเวลา/วัน/สัปดาห์อย่างไร
  • ท่าทางและการยศาสตร์ที่คุณน้าได้เรียนรู้เพิ่มและพยายามที่จะนำไปปรับปรุงต่อที่บ้าน เช่น การนั่งเก้าอี้ทำละหมาดแต่จำกัดให้คุณน้าไม่ใช้คอก้มนำหลังโน้มลงมากจนเกิดไป เพราะต้องมีการทำละหมาด 4 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2 ท่าคือ ท่าหลังสวดและท่ากราบจบ และการใช้คอก้มนำหลังมากไปทำให้เกิดความตึงและปวดคอและหลังช่วงล่างตามมา หรือการลองทำท่าเตรียมอาหารในครัว มีการนั่งก้มเตรียมและหั่นผักตรงที่นั่งบนขั้นบันได ให้คุณน้าได้ลองคิดทบทวนจนคิดได้ว่าไม่ควรทำท่านี้แต่ปรับให้ยืนเตรียมผัก (มีที่วางขาข้างหนึ่งป้องกันอาการเมื่อย) จากนั้นไปพักนั่งเก้าอี้ไม่เกิน 5 นาที แล้วให้กลับไปยืนหั่นผ้ก และกลับไปนั่งเก้าอี้แบบพักเหมือนเดิม
  • ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ บางครั้งเราเองก็ลืมไป เช่น การยืนติดเตาปรุงอาหารมากไป ไม่เว้นระยะทำให้มีการใช้มือและแขนอย่างจำกัดการเคลื่อนไหว ข้อไหล่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหวในท่าเอื้อมมากเกินไป จึงแนะนำให้คุณน้าคิดและตัดสินใจว่าเราน่าจะยืนห่างมาอีกหนึ่งก้าว มีการทดลองทำดูว่าเหมาะสมกับการกลับไปเปลี่ยนท่าทาง ณ เวลาทำครัวจริงๆ ต่อไป