

ประวัติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอภันตรีปชา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอภันตรีปชา เป็นพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเจ้าจอมมารดาแส (เป็นพระธิดาของพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ) และขรัวยายบาง) ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 12 ขึ้น 8 ค่ำ ปีฉลู เอกศก จ.ศ. 1251 ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2432
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอภันตรีปชา มีพระเชษฐาและพระกนิษฐภคินี ร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันตามลับ ได้แก่
- พระองค์เจ้าเขจรจิรประดิษฐ์ (ประสูติวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2431 สิ้นพระชนม์วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2431 พระชนมายุ ได้ 3 เดือน)
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์อภันตรีปชา (ประสูติเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2432 สิ้นพระชนม์วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2477 พระชนมายุ ได้ 45 ชันษา)
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าทิพยาลังการ (ประสูติวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2433 สิ้นพระชนม์ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2475 พระชนมายุได้ 42 ชันษา)
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอภันตรีปชา เป็นพระราชธิดาพระองค์หนึ่ง ซึ่งทรงเป็นที่สนิทสิเนหาและได้รับพระเมตตากรุณาจากสมเด็จพระบรมชนกนารถพระปิยมหาราชเป็นอันมาก เมื่อมีพระชนมายุครบกำหนดโสกันต์ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพิธีโสกันต์ตามพระราชประเพณี และให้ทรงศึกษาวิชาหนังสือไทยบ้าง ฝรั่งบ้าง ประกอบทั้งการฝีมือเย็บปักถักร้อย ด้วยเหตุนี้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา จึงได้ทรงเป็นนักศึกษา มีวิชาความรู้ทันสมัย มีพระจริยามารยาทงดงาม พระทัยโอบอ้อมอารี และได้ทรงประกอบความดีไว้หลายประการ เป็นต้นว่า
1. ในพระพุทธศาสนา ทรงบำเพ็ญพระกุศลเป็นเนืองนิจได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดน้อย อำเภอ บางซื่อ จังหวัดพระนครซึ่งเป็นวัดของสกุลโรจนดิษ และถวายจตุปัจจัยแก่วัดนั้นเกือบทุกปี ได้ทรงบวชกุลบุตรที่มีศรัทธาจะบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาเมื่อทรงสงเคราะห์ให้ได้บวชแล้ว ก็ถวายนิจภัตต์ ประจำเดือนด้วยใครมาเรี่ยไรทำการอันใดเกี่ยวกับการศาสนาก็มักไม่ได้กลับไปมือเปล่าคงทรงร่วมการกุศลด้วยเสมอ
2. ในทางพยาบาล ก็ได้ทรงออกเงินช่วยเหลือเนืองๆ เมื่อเจ้าจอมมารดาแสของพระองค์ท่านถึงอสัญกรรมแล้ว ก็ได้ทรงอุทิศเงินตั้งเป็นทุนไว้ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วยพระกนิษฐภคินี เรียกว่า “ทุนพระธิดาเจ้าจอมมารดาแส” และทรงเพิ่มเติมทุนนั้นเกือบทุกปี
3. ในทางการศึกษา ทรงอุตส่าห์เก็บเงินตั้งโรงเรียนขึ้นในที่ส่วนของพระองค์ ทรงยกตึก 2 ชั้น ที่เคยประทับอยู่นั้นให้เป็นโรงเรียน ภายหลังเสด็จออกไปจากสวนสุนันทา ซึ่งแต่ก่อนเคยไปประทับที่ตึกนั้นก็ไม่ได้ประทับ สู้อุตส่าห์ไปประทับในเรือนเล็กๆ มอบตึกใหญ่ให้เป็นโรงเรียน นับว่าเป็นการเสียสละอันยากที่ผู้อื่นจะทำได้ โรงเรียนนี้เมื่อตั้งมาหลายปีก็เจริญยิ่งขึ้นโดยลำดับ ในที่สุดเมื่อ 6 - 7 ปี มาแล้วนี้ เสนาบดีกระทรวงธรรมการครั้งนั้นเห็นว่าจะเป็นโรงเรียนที่ถาวรมั่นคงต่อไป เพราะมีนักเรียนถึง 400 เศษ และตั้งอยู่ในย่านตำบลที่ไม่มีโรงเรียนสตรี จึงได้ประทานนามว่าโรงเรียน “ขัตยาณีผะดุง” ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นโรงเรียน “อภันตรีผะดุง” ในพระนามของพระองค์โดยตรง เพราะได้ทรงออกทุนรอนตั้งขึ้น และทรงทนุบำรุงมาช้านาน ในเวลานี้หรือต่อไปไม่ช้า ก็พอจะเก็บเงินเลี้ยงตัวได้
4. ในทางช่วยเหลือประเทศในยามคับขัน ก็ได้ทรงกระทำโดยการซื้อใบกู้ของรัฐบาลสยามด้วยพระองค์เอง และทรงแนะนำชักชวนให้ผู้อื่นซื้อใบกู้อีกเป็นจำนวนไม่น้อย
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอภันตรีปชา ได้ประชวรพระโรคไตประมาณ 25 ปี มีพระอาการมากบ้างน้อยบ้างตลอดมา ครั้นถึงเดือนเมษายน พ.ศ.2477 ก็เริ่มมีพระอาการมากขึ้น ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันมีพระอาการประชวรไข้หวัดใหญ่และการอักเสบที่พระทนต์และพระศอเข้าผสม พระอาการทางไตก็กำเริบขึ้นโดยลำดับ จนเป็นเหตุสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2477 คำนวณพระชนมายุได้ 45 ชันษา
ขอบคุณ ที่แบ่งปันความรู้