ตามข่าว...ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวพลัดตกหน้าผาที่ภูชี้ฟ้า
เรื่องอย่างนี้ คงไม่มีใครอยากให้มันเกิด โดยเฉพาะครอบครัวของคนที่ประสบพบเจอกับตัวเอง ยังไงก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วยครับ
จริง ๆ ภูชี้ฟ้า ก็เป็นเพียงยอดเขาแหลม ที่ชี้ไปบนฟ้า(แหวกม่านหมอก เฉียดไปในฝั่งประเทศลาว...มุมมองจากฝีมือของนักถ่ายภาพมือฉมัง) ข้างบนนั่น มีความสูงชัน มีอากาศที่บริสุทธิ์ ที่มีลมที่พัดเอาเมฆหมอกมาเป็นม่านปุยสีขาว ถ่ายภาพไว้ทำให้สบายใจที่ได้ไปเที่ยว ไปบันทึกภาพไว้...สรุปง่ายว่า หน้าหนาวนั่น ทิวทัศน์ดีว่างั้นเถอะ(โดยเฉพาะตอนปีใหม่)
ความรู้สึก...ทุกคนต้องเดินขึ้นไป จากที่พัก(เต้นท์ รีสอร์ท)ประมาณ 1 - 2 กิโล ให้ความรู้สึกที่ดี เดินขึ้นไปกับทุกๆคน ที่ไปที่นั่นพร้อมกัน เมื่อไปถึงยอด ก็มีลานเล็ก ๆ ไม่เกินสนามบาสเกตบอล(แต่ไม่เรียบเหมือนสนามบาสนะ) บางครั้งอาจจะเห็นชาวเขา และลูก หาบเขาจำพวก น้ำอัดลม ขึ้นไปขาย หรือ แม้กระทั่ง แต่งชุดตามเผ่า ให้นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปกัน
ที่ถ่ายรูปก็มีมาก(หลายจุด) ส่วนใหญ่แบ็คกราวก็เป็นพวกท้องฟ้า มีเมฆลอยไปมา หรือ ดวงอาทิตย์กำลังขึ้น อะไรพวกนี้ แม้กระนั่น มันก็เป็นเสน่ห์ของที่นี่ ลำพังการยืนหรือนั่งถ่ายรูปกับวิว ทิวทัศน์ เฉยๆ คงไม่เป็นอะไร แต่ที่แน่ๆ คือ จุดทีเป็นอันตรายก็มี พวกจะงอยผาที่น่าออกไปยืนถ่ายรูปนั่นแหละสำคัญมาก หลายคนกลัวที่จะออกไปยืนเพราะเสียว หลายคนก็อยากท้าทาย เพราะให้ได้รูปสวยกว่า ครั้งเดียวในชีวิต จนลืมความปลอดภัย
ถ้าเป็นอย่างนี้ จุดที่สวยงามก็กลายเป็นจุดอันตรายได้เหมือนกัน สำหรับที่ชอบเสี่ยง
สำหรับผม แม้จะเคยขึ้นไปเที่ยวบนภูชี้ฟ้าหลายครั้ง(เพราะอยู่เชียงราย) แต่ก็ไม่เคยออกไปยืนที่ก้อนหินที่ยื่นออกไปในอากาศเวิ้งว้างน่าเสียวนั่นสักครั้ง เพราะตัวเองเป็นคนกลัวความสูง แค่ยืนบนผืนหญ้ากว้าง ก็กลัวเสียแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับชีวิตของเราเอง
ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามข่าว...ขอให้เป็นอุทาหรณ์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความท้าทาย หรือความแปลกใหม่ทั้งหลาย ถ้าคุณต้องการความรู้สึกแบบนั่น ความระมัดระวังควรเป็นสิ่งที่ควรติดตัวไว้ไม่ลืมครับ
ชีวิตคนเรามีโอกาสพลาดได้...แต่เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นถึงชีวิตแบบตัวอย่างนี้ครับ