ประสบการณ์การในการจัดการน้ำ : ฝายชะลอน้ำ เมื่อ 5 มกราคม 2550 ทางกลุ่มของเราได้รับเชิญจากทาง องค์การบริหารส่วนตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อหารือร่วมกับ ผู้แทนของอบต. , เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่ายอดโดม, กองร้อยทหารพราน 2308 เพื่อหารือและระดมความคิดเห็นในการดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์บริหารจัดการน้ำ และสรุปร่วมกันให้ดำเนินโครงการฝายชะลอน้ำตามพระราชดำริ พื้นที่ดำเนินการ คือ ห้วยจันทร์แดง เขตรักษ์พันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม กำหนดดำเนินการระหว่าง 8 -10 กุมภาพันธ์ 2550 โดย อบต.สีวิเชียรเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของทุกฝ่ายและน้องนักเรียนน้องจากโรงเรียนเทคโนโลยีบริหารธุรกิจรักไทย น้ำยืน 8 กุมภาพันธ์ 50 ประมาณบ่ายโมง ผู้ร่วมโครงการ 70 ชีวิต เดินทางออกจากอบต. ไปตั้งแคมป์ที่ริมอ่างเก็บน้ำบริเวณเชิงเขาพนมดงรัก ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยทหารพราน 2308 ช่วงหัวค่ำทหารพรานบรรยายสรุปลักษณะพื้นที่และเจ้าภาพชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงาน พวกเราข้านอนประมาณ 22.00 น. เพื่อเอาแรงสำหรับวันรุ่งขึ้น 9 กุมภาพันธ์ 50 พวกเรารีบตื่นแต่เช้า แบ่งกลุ่มเป็น 10 กลุ่ม หลังทานอาหารเช้า ขนสัมภาระและอุปกรณ์ ได้แก่ กระสอบปุ๋ย จอบ เสีย มีด เลื่อย และเสบียงอาหาร ขึ้นรถกระบะ เส้นทางไปบริเวณที่จะสร้างฝายเป็นถนนลูกรัง เราต้องเดินเท้าต่อไปยังห้วยจันทร์แดงประมาณ300 เมตร เรากำหนดสร้างฝาย รวม 10 จุด ตามจำนวนกลุ่มที่แบ่งไว้ และสำรวจหาจุดสร้างฝาย เพื่อความสะดวก เราเลือกบริเวณที่แคบ มีตะลิ่งสูง น้ำค่อนข้างน้อย เป็นจุดสร้างฝาย เพื่อความสะดวก ประหยัดวัสดุและ แรงงาน การสร้างฝายเริ่มจากนำไม้ที่เตรียมไว้ตอกเป็น 2 แถว เว้นช่วงเป็นระยะ ๆ ระหว่างนั้นอีกกลุ่มโกยดินใส่กระสอบ เย็บปิดปากกระสอบ อีกกลุ่มขนกระสอบไปวางตรงกลางของไม้ทั้ง 2 แถว โดยวางด้านล่างให้เป็นแถวกว้างและวางด้านบนแคบ ความสูงของฝ่ายประมาณ 1 ถึง 1.5 เมตร และเก็บหาหินบริเวณใกล้เคียงมาวางเสริมเพื่อให้เกิดความแข็งแรง แนวคิดในการสร้างฝายครั้งนี้เราต้องการเพียงกักน้ำบางส่วน หากมีน้ำมากในหน้าฝนก็ให้ไหลผ่านไปได้ ซึ่งการทำฝายในครั้งนี้ผู้ร่วมโครงการต่างอาศัยประสบการณ์ ร่วมระดมความคิดเห็น และฟังคำชี้แนะจากผู้รู้ในชุมชนที่มีภูมิปัญญาในการก่อสร้างและการจัดการทรัพยากรน้ำในท้องถิ่น เราทำงานเสร็จประมาณ บ่ายสามโมงเย็น ช่วยกันเก็บอุปกรณ์กลับที่พัก สรุปงานและกิจกรรมนันทนาการในภาคค่ำเข้านอนเที่ยงคืน 10 กุมภาพันธ์ 50 พิธีปิด และกลับบ้าน งานนี้แม้จะเหนื่อยแต่สนุกได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ ทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคี ภูมิใจและประทับใจเป็นที่สุด หลังจากนั้น 5 เดือน เราได้ร่วมเดินทางไปสำรวจติดตามผลการดำเนินงาน พบว่าฝายทั้ง 10 จุด อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ บางจุดที่เสียหายพวกราช่วยกันซ่อมแซม เพื่อให้เก็บกักน้ำได้ดี และนำมาซึ่งความชุ่มชื้น มีน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต และเป็นแหล่งอาศัย และเพาะพันธ์สัตว์น้ำ สำหรับปี 51 นี้ทางกลุ่มของพวกเราก็จะร่วมเดินทางไปร่วมโครงการทำฝ่ายชะลอน้ำกับทาง อบต. อีก ประมาณต้นเดือนมีนาคมนี้ ผลเป็นอย่างไรจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง
ฝายชะลอน้ำ
ประสบการณ์ในการจัดการทรัพยากรน้ำ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูอ้อย แซ่เฮ · 13 ม.ค. 2551
krutee · 13 ม.ค. 2551
นายบอน@kalasin · 13 ม.ค. 2551
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร · 13 ม.ค. 2551
ครูดอย · 13 ม.ค. 2551
นาย เอนก สุวรรณบัณฑิต · 13 ม.ค. 2551
การสร้างฝายชะลอก็เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดน้ำได้ แถวบ้านเองก็มีการทำฝายน้ำล้น เพราะเมื่อก่อนในช่วงหน้าแล้งจะไม่มีน้ำใช้ บ่อน้ำที่ได้จะมีเพียงไม่กี่บ่อ แม้แต่การเจาะน้ำบาดาลก็ยังเจาะยากเพราะว่าน้ำใต้ดินอยู่ในระดับที่ลึกมาก น้ำที่จะใช้จึงไม่ค่อยพอ เเต่ตอนนี้พอมีฝายน้ำล้นก็ทำให้ระดับน้ำใต้ดินยังอยู่ในระดับปกติ อยู่เสมอจึงไม่ค่อยมีปัญกาเรื่องขาดแคลนน้ำแม้ว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ห่างจากแม่น้ำก็ยังคงมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี
เห็นด้วยครับกับการทำกิจกรรมดีๆอย่างนี้ ในความคิดเห็นของผมแล้วผมคิดว่าฝายชะลอน้ำนั้นมีประโยชน์มากๆครับเพราะแทนทีน้ำจะไหลไปโดย
เปล่าประโยชน์ในช่วงที่มีไม่คอยมีน้ำก็ทำให้น้ำยังถูกกักเก็บไว้บางส่วนทำให้เราสามารถนำมา
ใช้ประโยชน์ได้ สนับสนุนกับการทำกิจกรรมดีๆอย่างนี้ครับ..