
ผมเคยเขียนเรื่องตามล่าหาหนังสือเก่า
http://www.polpage.com/quest06.htm
ตอนหนึ่งได้เล่าถึงหนังสือ บันทึกการเดินทางของ Le Comte de Beauvoir พิมพ์ในปีค.ศ.1874 ซึ่งผมได้มาเก็ยสะสมอย่างบังเอิญ
ข้อความมี ดังนี้
“…….อีกเล่มหนึ่งที่ได้มาอย่างบังเอิญในสัปดาห์หนังสือเก่าประจำปีของมหาวิทยาลัยอิสระแห่งนครบรัสเซลส์เป็นหนังสือเกี่ยวกับการบันทึกการเดินทางของ Le Comte de Beauvoir พิมพ์ในปีค.ศ.1874 โดยสำนักพิมพ์ E. Plon et Cie Imprimeurs.editrurs จากข้อมูลในปกหนังสือระบุว่าเป็นการพิมพ์ครั้งที่ 9 แล้วถือว่าเก่าสุดในบรรดาหนังสือเก่าที่ผมพบหนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สองของสองเล่มของชุดที่ชื่อว่า Java’ Siam’ Canton เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องการเดินทางและภาพประกอบเรื่องที่สวยงามและน่าชมมากโดยเฉพาะการเยือนสยามมีภาพเขียนลายเส้นที่งดงามมากหลายภาพซึ่งหาดูยากหนังสือเล่มนี้มีรอยดินสอเขียนบนปกด้านในบอกตัวเลข 3000 ฟรังก์เบลเยียมและมีรอยขีดฆ่าถัดลงมาข้างล่างมีตัวเลข 1000 ฟรังก์ซึ่งแสดงว่าคงจะลดราคาเนื่องจากขายไม่ออกผมจึงรีบถามคนขายว่าลดราคาอีกได้ไหม (ตามประสาคนไทยชอบต่อ) ผู้ขายมองหน้านิดหนึ่งตามธรรมเนียมของคนขายที่มีประสบการณ์เสมือนชั่งใจว่าจะสมควรให้หรือไม่ผมก็รู้ทันทำหน้าตาและสายตาไร้เดียงสาพยายามทำตัวว่าเป็นนักศึกษาจนๆคนหนึ่งซึ่งคนขายก็คงจะหลงกลจึงพยักหน้าตกลงและบอกว่าลดให้เหลือ 900 ฟรังก์ผมรีบควักเงินให้ทันทีโดยไม่รอช้าก็จะไม่ให้รีบได้อย่างไรก็หนังสือที่มีอายุถึง 124 ปีที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้ลูกหลานชาวสยามได้ชื่นชมในปีพ.ศ. 2542 นี้ด้วยราคาเพียงไม่ถึงพันบาทใครบ้างจะไม่รีบคว้านับเป็นบุญเหลือเกินแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เรื่องราวของการเดินทางเยือนสยามของ Le Comte de Beauvoir เป็นอย่างไรคงต้องเก็บไว้เล่าในโอกาสอื่นต่อไปเนื่องจากมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจมากโดยเฉพาะการบรรยายถึงสภาพบ้านเมืองในสยามช่วงรัชกาลที่ 4 แต่ที่น่าตื่นเต้นมากก็คือภาพเขียนลายเส้นประกอบเรื่องในหนังสือเล่มนี้ที่มีความละเอียดงดงามยิ่งนักผมเชื่อว่าในปัจจุบันหนังสือดังกล่าวคงเหลืออยู่เพียงไม่กี่เล่มเนื่องจากมีอายุนานกว่าร้อยยี่สิบปีแล้วผมลองหลับตานึกภาพดูว่าหากเก็บหนังสือเล่มนี้ให้แก่ลูกหลานต่อไปอีกประมาณ 50 ปีหนังสือเล่มนี้ก็จะมีอายุกว่า 170 ปีก็ไม่รู้ว่าลูกหลานในอนาคตจะรู้สึกรู้สาถึงคุณค่าของหนังสือเก่าบ้างหรือไม่ " </p> <p> ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับการสร้างพระเมรุมาศ สำหรับพระราชทานเพลิง พระศพ สมเด็จพระพี่นางฯ ทำให้ผมนึกถึงภาพในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเสียดายที่ไม่ได้เอาไปอินเดียด้วยและไม่ทราบว่าเก็บเอาไว้ที่ไหน (ในบ้าน) แล้ว บังเอิญมีภาพนี้ที่เซฟเอาไว้ในไฟล์นานแล้ว จึงขอนำมาให้ดูกันครับ ดังปรากฏตามภาพข้างต้น เป็นภาพพระเมรุมาศ ของสมเด็จพระปิ่นเกล้า เจ้าอยู่หัว ซึ่งตะวันตกเรียกพระองค์ท่านว่า “กษัตริยองค์ที่ 2” </p><p> </p><p> การสะสมหนังสือเก่ามีคุณค่าฉะนี้ละครับ ทำให้ได้ความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์มากมาย ซึ่งหากมีเวลา คงจะได้ค่อยๆ นำมาศึกษาต่อไปครับ</p><p>ด้วยความปรารถนาดี</p>
สวัสดีค่ะ
หนังสือเก่า ที่มีคุณค่า อยู่ในมือตอนนี้ ก็คือ ทิพยอำนาจ ของท่านพระอริยคุณาธาร(ปุสโส เส็ง) ไม่ทราบว่าได้มาอย่างไร พอสนใจเรื่องการปฏิบัติธรรม ก็พบแล้ว มีอายุ ห้าสิบกว่าปี ก็เก่าจนกระดาษเหลือง รอยขาดเป็นส่วนๆ แต่เนื้อหายังครบ ยังเคยนึกว่า หนังสือดีๆ น่าจะมีการจัดเก็บในรูปแบบอื่น ที่ไม่ใช่กระดาษ ที่มีแต่จะผุพังรวดเร็ว
ขอบคุณค่ะ กับการนำภาพประวัติศาสตร์ ที่เก็บไว้มาเผยแพร่ให้ชมกัน
</div>
แปลกดีนะคะที่สร้างพระเมรุมาศอยู่บนยอดเขา(จำลอง?) สงสัยจะเลียนแบบเขาพระสุเมรุหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ
ขอบคุณสำหรับภาพประัวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยากแบบนี้ค่ะ
โยคีน้อย
คุณ sasinanda
คุณกมลวัลย์
สวัสดีครับ
เห็นได้ชัดครับว่าคนไทยไม่นิยมสะสมของเก่า โดยเฉพาะหนังสือ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่นิยมบริจาคของเก่า เพราะเหมือนกับเอาของไม่ดีไปให้ ผลจึงทำให้ประวัติศาสตร์ของชาติหายไป
ในเรื่องที่ผมเคยเขียน เล่าถึงการไปพบเหลนที่ปรึกษากฏหมายชาวเบลเยียมในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งผมได้ไปสัมภาษณ์กับภรรยาที่บ้านของเขา (ค้นหาชื่อ ที่อยู่และติดต่อเอง) จึงได้เห็นของเก่าที่เขาสะสมมากมาย ซึ่งก็ได้ถ่ายภาพเก็บมาไว้หมด
แม้มีแต่ภาพน่าดูเหลือเกิน เพียงแต่ผมยังไม่มีเวลาที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง
ด้วยความปรารถนาดี
ปล.พระเมรุมาศ เลียนแบบเขาพระสุเมรครับ
เรียน คุณพลเดช ที่เคารพ
ภาพพระเมรุมาศสวยงามมากค่ะ หากมีการศึกษาประวัติความเป็นมาและพัฒนาการก็จะเป็นหัวข้อวิจัยที่น่าสนใจทีเดียวนะคะ (ไม่ทราบว่ามีใครศึกษาหรือยัง)
ดิฉันเห็นว่าคนไทยมีอีกหนึ่ง "ไม่" คือไม่ชอบการบันทึก คนไทยชอบพูดหรือเล่ามากกว่า เราไม่มีหลักฐานบันทึกประวัติศาสตร์ที่สามารถสืบค้นเป็นย้อนหลังไปได้เหมือนชาติ อื่นๆ เช่น จีน อินเดีย หรือตะวันตก ดังนั้น ประวัติศาสตร์เราจึงขึ้นอยู่กับผู้ชำระมากกว่า
เรียนอาจารย์ครับ
จริงครับ และทุกวันนี้ ก็ดูจะยังเป็นเช่นนั้นอยู่
ผมยังไม่มีโอกาสเห็นตลาดหนังสือเก่าที่เดลี คิดว่าน่าจะต้องมีหนังสือดีๆ แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงที่อังกฤษปกครองอินเดียและช่วงที่ ร.5 เสด็จประพาสอินเดียเมื่อ 135 ปีก่อน
อินเดียเป็นขุมทรัพย์ความรู้ที่ใหญ่มากครับ
ภาพลายเส้นรูปนี้ไม่ใช่ภาพพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ แต่เป็นรูปเขาไกรลาศ ที่ใช้พระราชพิธีโสกัต์เจ้าฟ้ามิใช่หรือครับ..
คุณนริศครับ
สวัสดีครับ
ดูตามภาพในหนังสือ (ซึ่งตามที่เรียนเอาไว้แล้วว่าบังเอิญไม่ได้นำติดตัวไปด้วย) มีคำบรรยายเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลได้ว่า เป็นเมรุมาศที่ใช้ถวายพระเพลิงกษัตริย์องค์ที่สองครับ
ผมเข้าใจว่า ดุตามภาพนี้ จะเห็นพระเมรุมาศตั้งอยู่บนเขา ที่มีลักษณะเป็นเขาไกรลาศครับ
ขอบคุณครับที่ให้ความเห็น ช่วยกันสืบจากภาพนะครับ
เป็นหนังสือที่มีคุณค่ามากๆครับ
ขอบคุณที่เอามาให้ชมกันนะครับ
ถ้าจำไม่ผิดนะครับ ภาพที่โพสอยู่ข้างบนไม่ใช่พระเมรุมาศที่ใช้ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ แต่เป็นการาจำลองเขาพระสุเมรุ ในการสมโภชพระบรมอิฐิของพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่ทราบว่าพระองค์ใดครับ
สำหรับพระเมรุมาศของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ใหญ่โตมาก ซึ่งชาวต่างชาติยังต้องตกตลึงในความอลังการของพระราชพิธีนี้
คุณน้องเอก ครับ
ขออภัยจริงๆ ที่ตอบช้า เพราะเพิ่งจะเห็นวันนี้เอง ผมไม่ได้ใช้ปุ่มแสดงความเห็นล่าสุดเลย จึงตกหล่นไป
ขอบคุณครับที่เข้ามาทักทาย
คุณจิวครับ
ขอบคุณครับ