นั่งดูรายการโทรทัศน์ มีการเชิญท่านผู้รู้หลายท่านมาให้ความรู้ เกี่ยวกับจักรีวงศ์ ประเพณีการพระศพ ขนบธรรมเนียมประเพณี บางเรื่องดราก็ไม่เข้าใจเหตุผล หรือหลักการ แต่พอฟังท่านผู้ทรงคุณความรู้เหล่านั้น ก็เกิดความกระจ่าง เช่น
เรื่อง สดับปกรณ์ ที่เรียกอย่างสามัญชน ก็คือการทอดผ้าบังสุกุล มีธรรมเนียมสืบเนื่องมาแต่ครั้งสมัยพุทธกาล ที่พระต้องไปพิจารณาอสุภะซากศพ แล้วนำผ้าห่อศพมาใช้ (มีรายละเอียดเกี่ยวกับว่า ทำไมจีวรพระต้องตัดเย็บเป็นขันธ์ การถวายผ้าอาบนำฝน การรับผ้ากฐิน แต่จะไม่กล่าวถึงในที่นี้ เพราะไม่ใช่ประเด็นที่จะเขียน) การเรียกหลักการคือ ใครเป็นผู้รับบุญกุศลนั้น ถ้าเป็นพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศ์ ก็เรียกว่า สดับปกรณ์ ไม่ว่าคนอุทิศจะเป็นผู้ใดก็ตาม

เรื่องเหล่านี้ชวนให้คิดเกี่ยวกับการเรียนการสอน ที่เขามีการเรียนรู้ที่ใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสาระในการเรียน มีชื่อเรียกว่า incidental learning
ในสถานการณ์งานพระศพของสมเด็จพระพี่นาง มีข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าสน เผยแพร่ออกทางสื่อต่าง ๆ ครูที่ใส่ใจอาจนำมาพูดคุยหรือให้นักเรียนทำเป็นรายงาน แต่ถ้าเยี่ยมไปกว่านั้นก็น่าอกแบบกระบวนการเรียนรู้ ได้เยอะแยะ เช่น

การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพระราชวงศ์ แล้วมาเขียนเป็นแผนผัง family tree การสอนนี้ขึ้นอยู่กับมีเป้าหมายจะสอนอะไร ก็เน้นเรื่องนั้นเป็นหลัก และเนื้อหาเป็นสื่อในการเรียนรู้ เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์อาจมีดังนี้
1. ให้นักเรียนได้นำเสนอความคิดโดยใช้เครื่องมือช่วยคิด(thinking tool) แบบหนึ่ง
2. ให้นักเรียนได้ฝึกการเล่าเรื่อง การใช้คำราชาศัพท์
การเรียนการสอนที่ใช้สถานการณ์ต่าง ๆ ทีเกิดขึ้นมาเป็นประเด็นในการเรียนรู้แบบนี้ จะช่วยให้การเรียนสัมพันธ์กับชีวิตจริงมากขึ้น สื่อก็ไม่ต้องไปหาให้ยุ่งยาก มีกันดาษดื่น
มาลองให้ความสนใจกับการสอนในลักษณะนี้ดีไหมครับ...
ครูหนุ่ม
รูปแบบการเรียนรู้แบบนี้ทำให้ผู้เรียนสนใจมากเพราะสอดคล้องกับ เวลาที่เป็นปัจจุบัน
เวลาผมเป็นวิทยากร หรือ ผู้นำการแลกเปลี่ยน การยกเหตุการณ์ที่ทันสมัยมาพูดคุย ช่วยเร้าความสนใจมาก
ทั้งครูและนักเรียน จึงจำเป็นต้องค้นคว้าหาความาใหม่ๆเสมอเพื่อนำมาเชื่อมกับความรู้เดิม สังเคราะห์ วิเคราะห์เพื่อให้ศาสตร์ใหม่ เข้าใจสิ่งที่เปลี่ยนได้เป็นอย่างดี
ผมกำลังจะไปบรรยาย-แลกเปลี่ยน กับ นศ.ป.โท ที่ มช. เรื่องของการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ผมกำลังคิดหารูปแบบการนำเสนอ การชี้ชวนให้ช่วยกันคิด มากกว่าการบรรยายแบบเดิมๆ กรณีนี้ อ.หนุ่ม มีประสบการณ์อย่างไรบ้าง???
ผมมีประสบการณ์ในพื้นที่มาส่วนหนึ่งก็คิดว่าตรงนั้นเองจะนำมาประมวล ให้สอดคล้องกับ ทฤษฏี
บ่อยครั้งที่เราพูดแต่ทฤษฏี แต่การทำจริงนั้น ไม่เหมือน ไม่ตรงกันเสียเลยทีเดียว ทำให้เกิดภาพของการทำแบบไม่เข้าใจบ่อยๆ ก็นับว่าเสียเวลาครับ
คุณออต
คุณเอก
ผมคิดว่ากิจกรรมเหล่านี้เหมาะกับการบรรยายหรือ short course training เพื่อให้เข้าใจกระบวนการเชิงคุณภาพอย่างง่าย ๆ ได้บ้าง แต่คุณเอกก็ต้องไปคิดต่อ เลือกรับ ปรับใช้ครับ ...เพราะอย่างไรเสียก็ต้องบรรยายหรือสอนในสิ่งที่เป็นตัวตนของตัวเองใช่ไหมครับ ได้ผลเป็นอย่างไรเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ