คุณเอก
- เคยเรียนเกี่ยวกับงานวิจัยเชิงคุณภาพมาบ้าง มีกิจกรรมที่เคยเรียนกับอาจารย์สุภางค์ อาจารย์นงลักษณ์ และอาจารย์ฉวีวรรณ ที่ผมชอบและคิดว่าช่วยให้ผมเข้าใจการรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพมากขึ้น
- การฝึกการสังเกต และตีความข้อมูล มีการให้ดูรูปภาพ หรือ clip เหตุการณ์ที่ไม่อยู่ในสถานการณ์ทั่วไป ให้เกิดอารมณ์ของคนนอก แล้วตามด้วยประเด็นคำถาม (1) เห็นอะไรบ้าง เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ (2) จากประสบการณ์เดิมที่มีจะตีความข้อมูลเหล่านั้นว่าอย่างไร เรื่องแค่เห็นอะไรนี่ก็ต้องฝึกกันนาน เพราะขึ้นอยู่กับว่า sense จะละเอียดกันขนาดไหน การตีความก็ขึ้นอยู่ภูมิรู้เดิมและความสามารถในการตีความ ถ้ายังขาด ตอนนี้เป็นช่วงที่ดีสำหรับการเติม ในหลวงท่านว่า "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"
- การฝึกการสัมภาษณ์ เคยทำเป็นบทบาทสมมติ ให้เป็นผู้สัมภาษณ์ และผู้ถูกสัมภาษณ์ ก่อนเริ่มก็ให้ผู้ที่จะสัมภาษณ์ไปเตรียมประเด็นคำถามที่นอกห้อง ส่วนคนถูกสัมถาษณ์อยู่ในห้องประชุม เราก็เตรียมกันว่า "ให้เป็นผู้ให้ข้อมูลที่ยียวนที่สุด พาออกนอกเรื่องให้มากที่สุด" จากนั้นก็เริ่มการสัมภาษณ์ไปจนจบ แล้วเริ่มกิจกรรม reflection ให้ผู้สัมภาษณ์/ผู้ถูกสัมภาษณ์ สะท้อนการเรียนรู้ อารมณ์ความรู้สึก จากนั้นก็เปิดเวทีอภิปราย สุดท้ายก็สรุปเป็นหลักการของการสัมภาษณ์ ถ้ามีเวลาก็จัดกลุ่ม 3 คน เป็นผู้สัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล และผู้สังเกต เวียนบทบาทให้ครบถ้วน ประเด็นสำคัญคือประสบการณ์สดใหม่ตรงนั้นต้องถูกยกขึ้นมาพูดคุย และสรุปเป็นหลักการสำคัญเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้ได้
- การศึกษเอกสาร(book study) เป็นการยกเรื่องราวจากเอกสารบางตอนมาคุยกัน เช่น เคยใช้เรื่องกรณีศึกษาการแก้ปัญหาของเด็กนักเรียน ที่กินขนมแล้วมือเลอะ บางคนก็ไปล้างมือ บางคนไม่ล้าง มี dialouge ประกอบ พวกเราอ่านแล้วก็คุยกัน จนได้ข้อสรุปชั่วคราว (working hypothesis) ว่า "ในสถานการแก้ปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าเด็กเห็นว่ามันเป็นปัญหาหรือไม่ ถ้าเขาเห็นว่าเป็นปัญหา เขาก็ไปล้างมือ ถ้าไม่เห็นเขาก็ปล่อยไป คนที่เป็นปัญหากลับเป็นครูซะเองที่หงุดหงิดใจว่าเด็กสกปรก" อันนี้เป็นการฝึกกระบวนการตีความ การหาความหมาย การหาแบบแผน การลงข้อสรุปจากเรื่องราว ก็สนุกดีครับ
ผมคิดว่ากิจกรรมเหล่านี้เหมาะกับการบรรยายหรือ short course training เพื่อให้เข้าใจกระบวนการเชิงคุณภาพอย่างง่าย ๆ ได้บ้าง แต่คุณเอกก็ต้องไปคิดต่อ เลือกรับ ปรับใช้ครับ ...เพราะอย่างไรเสียก็ต้องบรรยายหรือสอนในสิ่งที่เป็นตัวตนของตัวเองใช่ไหมครับ ได้ผลเป็นอย่างไรเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ