ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ทีมงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ได้เชิญทีมแกนนำนักวิจัยในพื้นที่ ที่จะดำเนินการวิจัย PAR ในโครงการพืชปลอดภัย จากเป้าหมาย 3 ตำบล แต่วันนี้เชิญแกนนำมา 4 ท่าน เป็นผู้ก่อการดีก่อน จากขวาไปซ้าย คือ
-
คุณสังวาลย์ กันธิมา จากสำนักงานเกษตรอำเภอคลองขลุง
-
คุณเสนาะ ยิ้มสบาย จากสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย
-
คุณเชิงชาย เรือนคำปา จากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร
-
คุณรังสรรค์ เลิศสูงเนิน จากสำนักงานเกษตรอำเภอไทรงาม
(คนซ้ายสุดคือคุณสายัณห์ ปิกวงค์ ทีมของสำนักงานเกษตรจังหวัด)

ทีมงานได้ร่วมกันศึกษาและปรับปรุงขั้นตอนการวิจัย PAR โดยปรับปรุงจาก
-
ขั้นตอนการวิจัย PAR แบบกว้างๆ โดยทั่วๆ ไป
-
กิจกรรมจากงานวิจัย"การขับเคลื่อนลด ละ เลิกการใช้สารเคมีฯ" ของอรทัย รวยอาจิณ จากคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล
-
ขั้นตอนการดำเนินการพืชปลอดภัยของกรมส่งเสริมการเกษตร
ได้ยกร่างแผนการดำเนินการวิจัยคร่าวๆ ดังนี้
|
ขั้นตอนหลัก |
รายละเอียดกิจกรรม |
ขั้นตอนที่กรมฯกำหนด |
| 1. ขั้นเตรียมการ |
1) การหาภาคีทำงาน 2) ทำความเข้าใจ/กระตุ้นชุมชน 3) วิเคราะห์ชุมชน/คัดเลือกชุมชน |
1) จำแนกพื้นที่ |
| 2. ขั้นดำเนินการวิจัย |
4) การตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้าง 5) การเข้าสู่ชุมชนวิเคราะห์ปัญหา และหาแนวทาง 6) ค้นหาของดี/ศึกษาดูงาน 7) ทดลองปฏิบัติเพื่อปรับวิธีการผลิต 8) เยี่ยมเยียนติดตามให้กำลังใจ 9) การบันทึกข้อมูลเปรียบเทียบต้นทุน 10) เปรียบเทียบผลการปฏิบัติ |
2) บูรณาการแผน 3) ถ่ายทอด 4) สร้างเครือข่าย 5) การตลาด
|
| 3. ขั้นสรุปผล/รายงานผล |
11) เกษตรกร ลปรร.และสรุปผล 12) เผยแพร่ผลการวิจัยร่วมกับชุมชน |
การสรุปและรายงาน ผลการปฏิบัติงาน |
ในการประชุมในวันนี้ ทีมแกนนำได้ตกลงกันในเบื้องต้นว่า
- เราจะนำการวิจัย PAR มาสวมในงานพืชปลอดภัยประมาณ 20 จุด คือนวส.มือใหม่ที่เราฝึก 8 จุด และผู้สนใจอีก 12 จุด
- จะรับสมัครทีมงาน ที่สนใจจะเรียนรู้การวิจัย PAR เพิ่มเติม
- ในวันสอนงาน นวส.มือใหม่ จะใช้เป็นวันประชุมทีมวิจัยไปพร้อมๆ กันทุกเดือน
- การคัดเลือกพื้นที่วิจัย จะเน้นการคัดเลือกโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (เพราะกระบวนการคัดเลือกพื้นที่/จำแนกพื้นที่ ที่กรมฯ กำหนดน่าจะใช้ไม่ได้ผล)
- ยกร่างนี้จะทำการปรับปรุงร่วมกัมทีมงานอีกครั้งหนึ่ง
วีรยุทธ สมป่าสัก 17/02/49
ต้องขอชื่นชมทีมงานกำแพงเพชร ทั้งทีม KM และทีมวิจัย PAR (ทีมเดียวกัน) ที่มีความมุ่งมั่นและทำงานด้วยความเข้มแข็งมุมานะ เหมือนหลายๆ คนพูดไว้ว่าทำอะไรเอาใจมาก่อน โอกาสที่จะสำเร็จก็มีสูง ถึงจะประสบปัญหาก็จะทำให้เราเกิดปัญญา หลังจากสัมมนา PAR ที่กรมส่งเสริมการเกษตร แล้วท่านก็ได้กลับไปวางแผนดำเนินการต่อเลยทันที นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะได้ไปเล่าให้อีก 3 จังหวัดนำร่องทราบ (จ.นครพนม,อ่างทอง,นครศรีธรรมราช) อ่านแล้วเห็นด้วยกับคุณวีรยุทธที่ว่าการวิจัย PAR เป็นการถอดองค์ความรู้ออกมาพร้อมกับการพัฒนางานไปด้วย ซึ่งจะได้รับประโยชน์ทั้งส่วนกลาง ทีมวิจัย และคนในชุมชน/องค์กร การที่กรมฯได้ให้ความสำคัญกับงานวิจัยชิ้นนี้ เพราะว่ากรมฯ (คณะทำงาน Food safety,คณะทำงาน KM และทีมวิจัย) เข้าใจดีว่าการกำหนดแนวทางการดำเนินงานโครงการไปจากส่วนกลางเป็นการกำหนดแนวทางกว้าง ๆ ไว้เท่านั้น แต่รายละเอียดวิธีการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่นั้นคงมีความแตกต่างกันไป (มีหลายทางที่จะไปสู่เป้าหมาย ถ้าเราเห็นเป้าหมายเดียวกัน) ตามกรอบแนวคิดการวิจัยที่ได้ระดมสมองและสรุปร่วมกันจากการสัมมนาวันที่ 9-10 ก.พ.49 โดยจะเห็นว่ามีวง PAR 2 วงซ้อนกัน คือ ระดับเกษตรกรและเจ้าหน้าที่