9-10 กุมภาพันธ์ 2549 ทีมของจังหวัดกำแพงเพชร ยังอยู่ที่กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการวิจัย"กระบวนการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย"  หลายจังหวัดอาจเดินทางกลับ และส่งทีมใหม่มาร่วมสัมมนา แต่ของเราอยู่ไกลเดินทางลำบากเลยจัดให้เป็นทีมงานเดียวกัน คนทำวิจัยในพื้นที่ก็จะได้เรียนรู้ KM ไปด้วย

  • กิจกรรมของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เป็นการนำเสนอโครงการวิจัย และ KM ภาคบ่ายก็แบ่งกลุ่มร่วมกันกำหนดกรอบการวิจัย และพิจารณาปรับปรุงเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล

                                          การแบ่งกลุ่มเพื่อกำหนดกรอบการวิจัย

 

  • วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เป็นการมาเติมความรู้เกี่ยวกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดย รศ.บำเพ็ญ เขียวหวาน จาก มสธ. และการเล่าตัวอย่างที่ชาวบ้านได้ทำวิจัยตามโครงการบ่มเพาะนวัตกรรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

                                          PAR โดย รศ.บำเพ็ญ เขียวหวาน

 

          ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผมได้ร่วมแสดงความคิดเห็น(เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจไม่ถูกต้อง)  พอสรุปได้ว่า

  • KM กับ PAR ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม คิดว่า KM นั้นมีมิติที่กว้างกว่า วิจัย PAR  เพราะ วิจัยเป็นการสร้างความรู้ แต่ KM นำความรู้มาใช้/จัดการ ฯลฯ
  • เครื่องมือ KM สามารถสอดแทรกอยู่ในกระบวนการวิจัย PARได้ (ส่วนที่จะเรียนรู้หรือ Action)
  • การวิจัยเพื่อหารูปแบบการทำงาน หากตกลงใช้กระบวนการของ PAR ไปทำงานขับเคลื่อนพืชปลอดภัย (โดยใช้แว่นKM) ก็น่าจะถูกต้องและเพียงพอเพราะ PAR เป็นกระบวนการอยู่แล้ว  ส่วนต่อจากนี้ควรเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสนามวิจัยไปคิดต่อเอง เราไม่ต้องคิดให้
  • น่าจะเน้นกระบวนการในพื้นที่ ให้ใช้แว่น KM มองเพื่อสนับสนุนการทำงานวิจัย PAR เช่นค้นหาของดีที่ทำอยู่แล้วไปส่งเสริม/ลปรร.กันเลย จะทำให้เกิดผลในทันที (ทางลัด) ( ลิงค์) ดีกว่าจะได้เพียงรูปแบบ    แต่วิจัยเพื่อหารูปแบบก็ดำเนินควบคู่กันไป

          มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในการดำเนินการ KM กรมส่งเสริมฯ ซึ่งผมได้พยายามที่จะพูดคุยเพื่อสื่อสารกับหลายๆ ท่านว่าน่าจะดำเนินการเพิ่มเติมบ้างถ้าเห็นว่าจะเกิดประโยชน์ต่อองค์กร เช่น การทำแผนที่คน แผนที่ความรู้ และการจัดทำคลังความรู้ (ไม่ใช่คลังข้อมูลข่าวสาร)  เป็นต้น

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก 10/02/49