การลดความดันโลหิต และมีสารฟายโตสเตอโรล ที่มีประสิทธิภาพในการลดระดับคอเลสเตอรอล

กินกันมาก็หลายครั้ง เลยหาข้อมูลดูและก็เก็บมาฝากเพื่อนทุกท่านที่ชอบดื่มชาหม่อน 

รสชาติและคุณสมบัติชาหม่อนมีรสชาติเฉพาะตัว จะมีรสฝาดน้อยกว่าชาที่ทำมาจากใบชา เมื่อนำมาทำเป็นชาเขียวจะน้ำชาที่มีสีเขียวอ่อนปนน้ำตาล ที่จำมาทำเป็นชาจีนจะให้น้ำชาสีน้ำตาลอ่อนและชาฝรั่งจะให้น้ำชาสีน้ำตาลเข้มชาหม่อน ได้ผ่านการตรวจสอบคุณลักษณะที่ต้องการของชาแล้วจาก สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) นั้นหมายถึง ใบหม่อนสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มประเภทชาได้ เพราะมีกลิ่น สี รสชาติ และการละลายในน้ำร้อนได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมใบชาคาแฟอิน ในใบม่อนมีปริมาณน้อยกว่า ใบชาถึง 200 เท่า คือพบเพียง 0.01% หรือบางครั้งไม่พบเลย จึงเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มชาที่ไม่มีคาแฟอิน
ประโยชน์ของชาหม่อนจากการทดลองในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐฯ อังกฤษ โรมาเนีย และอินเดีย พบว่าในหม่อนมีสารกาบ้า ที่มีคุณสมบัติในการลดความดันโลหิต และมีสารฟายโตสเตอโรล ที่มีประสิทธิภาพในการลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีสารที่เรียกว่า ดีอ๊อกซิโนจิริมายชิน สารนี้มีผลในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ในสัตว์ทดลอง เช่น หนู และกระต่าย ในห้องปฏิบัติการสารสกัดจากใบหม่อนมีผลยับบั้งสูงต่อการก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ของสารก่อมะเร็งที่มีต่อเซลล์หนู ถึงแม้จะยังไม่มีการทดลองทางด้านการแพทย์ต่อมนุษย์อย่างจริงจัง แต่ตำราสมุนไพรจีนก็มีการกล่าวถึงการใช้ใบหม่อน 30 กรัม ผสมกับดอกเก๊กฮวย 10 กรัม ต้มดื่มแก้ความดันโลหิตสูง หรือใช้ใบหม่อน 30 กรัม คั่วแล้วเติมน้ำเดือด ดื่มเป็นประจำเหมือนน้ำชาแก้เหงื่อออกตอนหลับ
การผลิตชาหม่อนแบบครัวเรือน
ชาเขียว ใช้ใบหม่อนสดได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่ มีขั้นตอนการทำดังนี้ <ol style="margin-top: 0cm"> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> หั่นใบหม่อนให้มีขนาดประมาณ 0.5x 4.0 ซม. ตัดก้านใบออก </li> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> ลวกน้ำร้อน 20-30 วินาที หรือนึ่งประมาณ 1 นาที </li> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> ถ้าลวกในน้ำร้อนจุ่มน้ำเย็นทันที ผึ่งลมให้แห้งหมาดๆ </li> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> คั่วใยกระทะด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 20 นาที </li> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt">อบที่อุณหภูมิ 80 ซ. นาน 1 ชม. หรือนำไปตากให้แห้งสนิท สามารถเก็บไว้ดื่มได้นาน</li> </ol><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>ชาจีน <ol style="margin-top: 0cm"> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> นำใบหม่อนสดมาหั่นให้มีขนาดเท่ากับการทำชาเขียวตัดก้านในดอก </li> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> คั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนๆ นานประมาณ 20 นาที </li> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> อบที่อุณหภูมิ 80 ซ. นานประมาณ 1 ชม. หรือนำไปตากให้แห้ง </li> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> เก็บไว้ในภาชนะป้องกันความชื้นเข้าได้ สามารถเก็บไว้ดื่มได้นาน </li> </ol>หมายเหตุ <ol style="margin-top: 0cm"> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> ถ้าไม่มีเครื่องอบ ต้องคั่วใบหม่อนให้แห้งสนิท (แต่อย่าให้ไหม้) แล้วเก็บในภาชนะที่ป้องกันความชื้นได้ </li> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt"> ใบหม่อนสด 5 กิโลกรัม นำมาทำเป็นชาหม่อนได้ประมาณ 1 กิโลกรัม </li> <li class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt">ระวังอย่าคั่วใบชาหม่อนครั้งละมากๆ เพราะใบหม่อนจะสุกนิ่ง</li> </ol>