ต้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมาที่มีการเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ มีโรงเรียนนำร่องของกรมวิชาการใช้ หลักสูตรปี 2545 โรงเรียนแกนนำของกรมสามัญ โรงเรียนเครือข่ายของสปช. โดยให้แต่ละโรงจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาเองโดยการอบรมผู้นำจากกรมวิชาการ เมื่อถึงปี 2546 ทุกโรงเรียนต้องใช้หลักสูตรใหม่ ด้วยความเข้าใจหรือไม่อย่างไร ทุกโรงเรียนต้องมีหลักสูตรสถานศึกษา ครับจึงเกิดการคัดลอกหลักสูตรสถานศึกษากันทั่วไป ต่อมากรมวิชาการเห็นว่าสถานศึกษาทำหลักสูตไมได้ก็เลยจัดทำหลักสูตรในส่วนของแกนหรือสาระที่เป็นที่ต้องเรียนทั่วไปร้อยละ 70 ให้และโรงเรียนไปเพิ่มเติมอีกร้อยละ 30 เป็นที่มาของหลักสูตร 70 - 30 ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็ตีความและก็สร้างกันไปตามความสามารถของแต่ละโรงเรียน สรุปว่าในขณะนี้ทุกโรงเรียนก็มีหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรกลุ่มสาระเป็นของตนเอง แต่เนื้อแท้หรือความมุ่งหมายที่แท้จริงของการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ที่ต้องการให้แต่ละโรง แต่ละท้องถิ่นได้สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้นักเรียนของตนเองให้เหมาะสมกับสภาพและบริบทของตนนั้นน่าจะถูกละเลย ประกอบกรรมการาบริหารจัดการหลักสูตรก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ก็คือ คุณภาพของนักเรียนจึงไม่ได้สูงขึ้นแต่อย่างใด ตรงข้ามกลับมีแนวโน้มลดตำลง จึงคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่ต้องหันกลับมาดูหลักสูตรสถานศึกษาใหม่ได้แล้ว ข้อเสนอแนะ หลักสูตรควรมีลักษณะเช่นเดียวกับการพัฒนาการของเด็ก คือเรียนรู้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวก่อนแล้วค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเมื่อมีความพร้อมมากขึ้น ดังนั้นในช่วงวัยเด็ก นักเรียนก็น่าจะเรียนสาระท้องถิ่นใกล้ ๆ ตัวมากกว่าสาระแกน แล้วค่อย ๆ เพิ่มสาระอื่น ๆ เข้ามาครับ
หลักสูตรสถานศึกษา
หลักสูตรความจริงที่ต้องแก้ไข
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น