รัฐบาลพยายามทุกวิถีทาง (ยกเว้นการเคลียร์เรื่องการจัดสรรงบประมาณ) ที่จะให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ

          เมื่อบางมหาวิทยาลัยไม่อยากออกนอกระบบ  รัฐบาลก็ต้องมีวิธีจัดการอย่างแนบเนียน  คือการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

          กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมากที่สุด คือ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗

          สืบเนื่องจาก ข่าวสภาอาจารย์ มน. ที่อาจอ่านแล้วเข้าใจยาก

          เพื่อให้เราๆ ท่านๆ ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับภาษากฎหมาย  ทั้งท่านที่เป็นข้าราชการ และพนักงานของสถาบันอุดมศึกษา  เข้าใจสาระสำคัญของร่างแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าว ดิฉันขออนุญาตเป็นนิติเกิน ย่อยให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

  • เพิ่ม ความหมายของคำว่า "พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา" ต่อท้าย ความหมายของคำว่า "ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา" (ซึ่งเดิมมีอยู่แล้ว) โดยความหมายของทั้ง 2 คำ ระบุชัดว่า สถานภาพของบุคลากรทั้งสองประเภทต่างกัน....นะจ๊ะ ต่างกันอย่างไร โปรดอ่านที่นี่

 
  •  เตรียมยกเลิกระบบซีของข้าราชการ ดังนั้น ใน พ.ร.บ.ฉบับ 47 ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน หากข้อความแห่งใดที่มีคำว่า "ระดับตำแหน่ง" เปลี่ยนเป็น "ตำแหน่ง" / "ดำรงตำแหน่งในระดับสูงขึ้น" เปลี่ยนเป็น "ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น" / "ตำแหน่งในระดับเดียวกัน" เปลี่ยนเป็น "ตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า"  (ท่านที่ประสงค์จะเป็นข้าราชการตลอดไป ควรรีบศึกษา)
 
  •  การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งวิชาการ ได้แก่ ศาสตราจารย์  รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ให้เป็นไปตามที่หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ ก.พ.อ. (คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา) กำหนด  (พ.ร.บ. ฉบับ 47 ไม่ได้กำหนดว่าให้เป็นไปตามที่หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ ก.พ.อ. กำหนด ดังนั้นที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยกำหนดเองก็ได้)
 
  • ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์  รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ มีสิทธิใช้ตำแหน่งวิชาการเป็นคำนำหน้านามเพื่อแสดงวิทยฐานะได้ตลอดไป  (ข้อนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี)
 
  • เพิ่มเติมเรื่องการเลื่อนขั้นเงินเดือนของอธิการบดี ให้นายกสภามหาวิทยาลัย...เป็นผู้มีอำนาจสั่งเลื่อน (พ.ร.บ.ฉบับ 47 ไม่เคยกำหนดไว้)
 
  • เพิ่มเติมเรื่อง การบริหารงานบุคคลของพนักงาน ทุกเรื่องตั้งแต่ระบบการจ้าง อัตราค่าจ้าง ค่าตอบแทน การออกจากงาน....ฯลฯ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภามหาวิทยาลัย..... (เพราะฉะนั้น จะไม่เหมือนกับข้าราชการ เพราะพนักงานไม่มีเงินเดือน เมื่อรัฐจะปรับปรุงอัตราเงินเดือน หรือเงินประจำตำแหน่งข้าราชการ ก็ไม่เกี่ยวกับพนักงาน)

 
  • พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา  ดำรงตำแหน่งทางวิชาการได้ ดำรงตำแหน่งบริหารได้ ดำรงตำแหน่งเชี่ยวชาญเฉพาะได้ (แต่จะเหมือนข้าราชการทุกประการหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของสภามหาวิทยาลัยนั้นๆ)
 
  • .  รศ. ที่เกษียนอายุราชการเมื่ออายุ 60 ปี ถ้ามหาวิทยาลัยอยากให้ทำงานต่อก็ได้ โดยต่อได้จนอายุครบ 65 ปี แต่ให้เป็นผู้บริหารไม่ได้  และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.อ. กำหนด  

          ก็มีทั้งข้อดี ข้อด้อย ของทั้งข้าราชการ และพนักงาน นะคะ  สุดแล้วแต่ท่านจะพิจารณา เราทุกคนมีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตของเราเอง ขออย่างเดียวอย่าลืมลูกหลาน  นิสิต  ประชาชน และประเทศชาติ

          ดิฉันเพียงพยายามนำเสนอข้อเท็จจริง ไม่เจตนาชี้นำใดใดทั้งสิ้น