ผู้ใช้บริการของเราหลายท่านจะรู้สึกอายเรื่องเท้ามีกลิ่น และกลิ่นจะรุนแรงเพิ่มเมื่อมีปัญหาผิวหนังหรือมีแผล  มักสอบถามสาเหตุและการแก้ไขอยู่บ่อยๆ   ดิฉันมักใช้โอกาสนี้กระตุ้นให้คนกลุ่มนี้เริ่มดูแลเท้า โดยเกริ่นว่า  เท้าเป็นอวัยวะล่างสุดที่ไม่เคยต้องอวดโชว์ใคร จึงขาดการเอาใจใส่ โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด เช่น ไม่เคยถูกฟอกสบู่อย่างตั้งใจแม้หลังลุยน้ำหรือถูกใช้งานมาทั้งวัน  บางคนใส่ถุงเท้าขณะที่เท้ายังเปียก   บางครั้งหลังชโลมโลชั่นใส่ผิวเท้าที่แห้งโดยโลชั่นยังไม่ซึมซาบสู่ผิวหมดก็สวมถุงเท้าหรือถุงน่องแล้ว แถมบางคนถุงเท้า รองเท้าชื้นไม่ได้ทำให้แห้งก่อนสวมใส่ทำให้เพิ่มกลิ่นมากขึ้น การละเลยเรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งให้เท้าอับชื้น  ติดเชื้อรา และเกิดกระจายกลิ่นออกมา

เท้าเรามีต่อมเหงื่อมากมายถึง 250,000 ต่อมทีเดียว ผู้เป็นเบาหวานที่ผิวเท้าแห้งลงเนื่องจากมีความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติทำให้ต่อมเหงื่อหยุดทำงาน ผิวกายจึงแห้งลงและคันจึงเกาเกิดเป็นแผลตามมา กลิ่นเหม็นที่เท้าเกิดจากเหงื่อที่เท้ามาจ๊ะเอ๋กับแบคทีเรียนั่นเอง ซึ่งเท้าเบาหวานที่ผิวแห้งมากจึงไม่มีกลิ่น  เมื่อเราบอกสาเหตุแล้วเราก็แนะนำวิธีดูแลให้เสมอ นั่นคือ

      1. ควรอาบน้ำเท้าด้วยวิธีถูกต้อง ไม่ใช่แค่ปล่อยให้น้ำเปล่าหรือน้ำสบู่ไหลผ่าน  แต่ต้องฟอกตามซอกนิ้วเรื่อยมาถึงตาตุ่มให้สะอาด  ใช้เวลาอาบน้ำตอนเย็นทุกวัน  อาบน้ำเท้าสักวันละ 5 นาที แล้วซับให้แห้งทันที

      2. ตรวจสุขภาพเท้าด้วยตัวเองทุกวัน อาจเป็นตอนอาบน้ำเท้าหรือตอนเช็ดเท้าก็ได้  

      3. อย่าปล่อยให้ผิวเท้าแห้ง การเติมโลชั่นที่ถูกวิธีไม่ใช่การทาป้ายไว้ที่ผิวเฉยๆให้เหนอะหนะต้องลูบหนือนวดโลชั่นจนแห้ง  ทำประจำอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอนก็ยังดีกว่าไม่ทำ

      4. เลือกรองเท้าและถุงเท้าให้เหมาะกับเท้า เลือกที่ใส่แล้วไม่อับ 

      5. ออกกำลังกายเท้าบ้างซึ่งจะช่วยเรื่องการไหลเวียนของหลอดเลือดและช่วยยืดหยุ่นกล้ามเนื้อเท้า  คนปกติอาจใช้วิธีการเดิน ออกกำลังกายได้  คนที่มีปัญหาเท้าก็ใช้วิธีนั่งหรือนอนขยับเท้าไม่ควรยืนหรือเดินลงน้ำหนักนะคะ

ยุวดี       มหาชัยราชัน