ลมหนาวมาร่วมสวัสดีปีใหม่ ลูกหลานไทยติดหวัดการศึกษางอมแงม คนที่รักชอบพอกันก็จะพาลูกหลานมาเยี่ยมยาม คนวัยไหนก็จะมีเพื่อนในวัยเดียวกันนั้น อย่างผมวัยซิ่งก็จะมีญาติวัยร้อนวิชามาหารือ หลังจากการสอบถามเรื่องสาระทุกข์สุขดิบ บางหมู่บ้านทราบว่าผมไม่สบาย พี่ป้าทั้งหลายก็ขอมาเที่ยวด้วย คืนนี้จึงเป็นการรวมญาติในแถบริมทุ่งกุลาร้องไห้

เครือญาติชุดใหญ่จากหลายอำเภอ มีทั้งตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ครูบาอาจารย์ คุณป้าคุณน้านักสู้ชีวิตทั้งหลายมาตั้งวงประเมินภายในสังคมร่วมกัน เราคุยกันไปเรื่อยๆ เรื่องความอาลัยรักในสมเด็จพระพี่นางฯ เรื่องการเลือกตั้ง เรื่องการศึกษา เรื่องทำมาหากิน แล้วมาจบลงที่ว่า..เราจะทำยังไง บางคนบอกว่าเดี๋ยวนี้ยิ่งอยากร้องไห้ อ้าว! ปลูกข้าวหอมมะลิส่งไปขายทั่วโลก ยังจะมาร้องไห้เรื่องอะไรอีก

มันสาหัสกว่ากุลาร้องไห้สมัยก่อนอีกครูบา ทำไมละ โอย!ก็เรื่องลูกหลานผมนี้แหละ มันเรียนอยู่ชั้น ม.2 วันดีคืนดีนัดกันเดินออกโรงเรียนเฉยเลย ไม่ใช่การหนีเรียนนะ มันยกโขยงทิ้งโรงเรียน อะไรก็ไม่ทำ ขี่มอเตอร์ไซด์ซิ่ง ที่พูดนี่ไม่ใช่คนสองคนนะ ในกลุ่มนี้ออกพร้อมกัน10กว่าคน พวกผมไม่รู้จะทำยังไง รู้แต่ว่าทุ่งกุลาน้ำตาท่วมทุ่ง

ชาวบ้านเอาโจทย์โลกแตกมาให้อีกแล้ว หลังจากกินข้าวกินปลากัน เราใช้เวลา2ชั่วโมงสรุปประเด็นหยาบๆ ได้ดังนี้

เรื่องการเรียน หลักสูตรและการเรียนการสอนไม่ได้เอาเด็กเป็นตัวตั้ง จัดแบบจับฉ่ายเหมาโหล ชั้นประถม มัธยม ต้องเรียนไฟล์บังคับเหมือนกันทั้งหมด ไม่ใส่ใจว่า กลุ่มเด็กเรียนอ่อน เรียนไม่รู้เรื่อง ไม่ชอบเรียนวิชาการ จะทุกข์ทรมานอย่างไร ไม่มีการปรับแก้ตรงนี้ พอเรียนไม่รู้เรื่องครูบางท่านจะหลุดปากเรียกว่า ไอ้ปึ๊กบ้าง ไอ้หุ่นยนต์บ้าง ไอ้ควายบ้าง จัดไปรวมห้องไว้ปลายแถว แล้วก็ไม่จัดการอะไรให้ชัดเจน ทำเป็นขยะซุกใต้พรม ท่านก็ลองนึกถึงหัวอกเด็กที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงนี้สิ แม้แต่โรงเรียนที่เขารักยังมาดูแคลนเขา ทำอะไรแบบไม่ถนอมจิตใจหนุ่มหล่อกันเสียเลย เด็กวัยนี้จะอับอายเพื่อน จึงสะสมและเก็บกดความน้อยเนื้อต่ำใจมากขึ้นๆ

ทุกวันที่บ่ายหน้ามาโรงเรียนรู้สึกเหมือนไปป่าช้า เจอครูเจอวิชาเจอบรรยากาศที่อึดอัดมากเข้ามากเข้า ก็ทิ้งการเรียน เพราะเรียนไม่รู้เรื่องแล้วจะบ้าเรียนไปทำไม ถ้าไม่แยกแยะแก้ไขหลักสูตรตรงนี้ คนที่ควบคุมหลักสูตรหรือออกแบบหลักสูตร มือไม่ถึงครับ! สมควรไล่ไปขายเต้าฮวย! อย่ามายุ่งตรงนี้เลย อนาคตเด็กไทยเกือบ30%เสียหายยับเยิน เพราะมุ่งแสดงจำอวดความเป็นเลิศทางวิชาการจนเฝือ ทำผลงานก็ตลก สอนก็ตลก บริหารงานก็ตลก ถ้าเอาเกณฑ์รายการตอนบ่ายคลายเครียดมาประเมินจะไม่ต่อว่าสักคำ แต่เกณฑ์ที่สมศ.ประเมิน ไม่ได้เอาเรื่องตลก เอาความจริง ก็ยังไม่มีความจริงมาให้ประเมินอีก สมศ.ก็พอๆกันทนประเมินอยู่ได้ น่าจะมีเกณฑ์เรื่องตลกแทรกไว้บ้าง จะได้กล้อมแกล้มดูดีกว่านี้!

ผู้บริหารสถานศึกษา บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน ไม่มีโรงเรียนไหนไม่อิดหนาระอาใจกับเรื่องนี้ แต่ก็ใบ้กินถูไถหลับหูหลับตาสอนแกนๆไปอย่างนั้นเอง วิกฤตการศึกษาเที่ยวนี้เข้าสู่จุดอันตรายมากแล้ว มีโรงเรียนในฝันหลายโรง ฝันลมๆแล้งๆโดยทิ้งเด็กกลุ่มหนึ่งอยู่ในนรก ประเภทดันทุรังฝันนี่ก็สุดยอด!

ในส่วนของผู้ปกครองต่างตกอยู่ในวงจรเศรษฐกิจ “ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า” จึงทิ้งทุกอย่างเพื่อที่ไปหาเงิน เงิน.. เงินสำคัญกว่าลูก  ทิ้งลูกได้แต่ทิ้งเงินไม่ได้! คนสมัยก่อนเลี้ยงลูกด้วยน้ำนม แต่คนสมัยนี้เลี้ยงลูกด้วยน้ำเงิน เด็กทุกคนมีเงินใช้มีมอเตอร์ไซด์ซิ่ง ปัจจัยที่จะป่วนชีวิตมีพร้อม สังคมบ้าๆบอๆจึงระเบิดเทิดเทิง แล้วเราก็พากันแก้ปัญหาปลายเหตุ ต้นเหตุไม่รู้ไม่ชี้

สรุปว่า

·        ระบบการศึกษาทิ้งเด็กกลุ่มนี้

·        ครูบาอาจารย์ทิ้งเด็กกลุ่มนี้

·        พ่อแม่ และสังคมทิ้งเด็กกลุ่มนี้

ถามว่า..จะให้ลูกหลานพวกนี้ไปอยู่ที่ไหน ไปอยู่กับใคร ไปอยู่อย่างไร ที่เด็กวัยรุ่นตีกัน หมายความว่า..เขาพยายามบอกเราว่า ไม่มีใครเข้าใจเขา ไม่มีใครยอมรับเขา เขาอยากมีเพื่อนมีพ่อมีแม่เหมือนเด็กอื่นๆ “เด็กเป็นพิมพ์เขียวของสังคม” สำเนาถูกต้องเหล่านี้บ่งบอกว่าผู้ใหญ่นี่แหละที่เป็นเบ้าหลอมความไม่ชอบมาพากลแล้วไม่ยอมรับ ทุกอย่างมารุมโทษที่ตัวเด็ก

เรื่องนี้ไม่ได้มาบ่นให้ฟังเฉยๆหรอกนะ เรามีแผนงานดังนี้

1 จัดวันผู้ใหญ่ “สารภาพบาป” ให้ครู-พ่อ-แม่-พี่ป้า-น้าอาขอโทษเด็ก จุดนี้จะออกแบบอย่างไรจึงจะได้บรรยากาศ พ่อแม่รักเจ้าน้อยไป ครูรักเธอน้อยไป ผมให้เป็นการบ้านคณะนี้กลับไปคิด

2 พร้อมเมื่อไหร่บอกมา ผมจะเชิญดร.กะปุ๋ม เล็กดีรสโตแห่งเมืองยศ นักจิตวิทยาทายาทคนอีสานออกมาเจอโจทย์จังๆดูสักตั้ง! มาวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน ถ้าผู้ปกครองผ่านจุดสำนึกได้

3 ผมก็จะเอาพ่อแม่พี่ป้าน้าลุงกับลูกหลานเขา มานอนคุยกัน4คืน5วัน

4  สานต่อกับงานฝึกฝนอาชีพในครัวเรือน ในท้องถิ่น ศูนย์วิจัยหน่วยราชการ ศูนย์ฝึกฝีมือช่างเทคนิคในเครือบริษัทปูนซิเมนต์ไทย เรียนต่อผ่าน กศน. ไต่ต่อไปยังมหาวิทยาลัยชีวิต สอนวิชาติดดิน รักแผ่นดินเกิด รักครู รักพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย

5  ส่งเสริมให้ครูและชุมชน หันหน้าเข้าหากัน ร่วมใจกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับภาระการศึกษาด้วยกัน มองตามองใจกัน เลิกโยนภาระ แต่จะร่วมกันกำจัดภาระ ทำเหมือนปอเต๊กตึงทางการศึกษา!!

“ท่านเชื่อไหมครับ” หลายครอบครัว ไม่เคยกินข้าว ไม่นอนร่วมชายคาเดียวกัน ไม่เคยพูดแบบพ่อแม่ลูกกันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว คำว่า สังคมล่มสลาย พูดง่ายแต่แก้ยาก ใครอยากจะลองวิชาก็เชิญมาร่วมวงได้ หรือท่านใดเข้าใจว่าผมพูดเกินเลยก็ลงมาพิสูจน์ที่นี่ จะจูงแขนไปดูของจริงจะๆ แล้วเราจะรู้ว่าแต่ละข้อต่อกำลังเล่นบทอะไรกับแผ่นดินนี้

หมายเหตุ: ที่เล่าไม่ได้เหมาโหลไปทั้งหมด ที่ทำได้ทำดีก็ชื่นชมอยู่แล้ว แต่ที่ยังแผ่วๆ ก็มีจริงมาดูได้