hotmail "ใครที่อ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว ไม่มีใครเลยที่จะไม่หลั่งน้ำตาให้"

   "ใครที่อ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว ไม่มีใครเลยที่จะไม่หลั่งน้ำตาให้"

                                                           

ต่อจาก......ตอนที่ ๑

และแล้วก็ผ่านไปอีกปีหนึ่ง


พอถึงเวลา 21.00น.ทางร้านฮอกไกก็วางป้าย"โต๊ะจอง"ไว้บนโต๊ะเบอร์สองและเฝ้ารอคอยการมาเยือนของสามแม่ลูกเช่นเคย

แต่ในปีนั้นสามคนแม่ลูกไม่ได้มาปรากฏตัวที่ร้านเลย

ปีที่สอง ปีที่สาม

โต๊ะเบอร์สองก็ยังคงว่างอยู่เช่นเดิม


สามแม่ลูกไม่ได้มาที่ร้านฮอกไกอีกเลยกิจการของร้านฮอกไกดีมากเรียกว่าดีวันดีคืนเลยทีเดียว

ภายในร้านมีการตกแต่งใหม่

โต๊ะเก้าอี้ก็มีการเปลี่ยนใหม่

จะมีก็แต่โต๊ะเบอร์สองที่เก็บรักษาไว้เหมือนเดิม


"
นี่มันเรื่องอะไรกัน"

ลูกค้าหลายคนต่างก็ถามด้วยความกังขา

เถ้าแก่เนี้ยก็เลยเล่าเรื่องบะหมี่หนึ่งชามให้แก่ลูกค้าฟัง

โต๊ะเก่าตัวนั้นวางอยู่กลางร้านเหมือนกับว่าเป็นการให้กำลังใจตัวเองอย่างหนึ่งและก้อไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งลูกค้าทั้งสามอาจจะกลับมาอีก


พวกเขาหวังว่าจะใช้โต๊ะเก่าตัวนั้นในการต้อนรับลูกค้าทั้งสามของเขา


โต๊ะเบอร์สองตัวนั้นเปลี่ยนเป็นชื่อว่า "โต๊ะแห่งความสุข"


ลูกค้าต่างก็พูดต่อๆ กันไป



มีนักเรียนหลายคนอยากเห็นโต๊ะตัวนี้ถึงขนาดที่ว่านั่งรถมาจากที่ไกลแสนไกลมากินบะหมี่ และเจาะจงที่จะนั่งโต๊ะตัวนี้


ผ่านวันที่ 31 ธันวาคม ไปอีกหลาย ๆ ปี


พอถึงวันสิ้นปีหลังจากปิดร้านแล้ว

เจ้าของร้านค้าในระแวกใกล้เคียงร้านฮอกไกก็มักจะมารวมตัวฉลองโดยการกินบะหมี่ที่ร้านฮอกไกกินไปพลางก็รอเสียงระฆังส่งท้ายวันสิ้นปีเก่าไปพลาง


แล้วทุกคนก็ไปวัดเพื่อไหว้พระด้วยกัน

เป็นธรรมเนียมมา 5-6 ปีแล้ว

ในวันนี้พอเลย 21.30น.ไปแล้ว


เจ้าของร้านขายปลามาถึงก่อนพร้อมทั้งนำซาซิมิมาด้วย


ต่อจากนั้นก็มีคนมาเรื่อยๆ เป็นระยะ บ้างก็เอาเหล้ามาบ้างก็เอาอาหารกับแกล้มมา


ปกติแล้วก็จะรวมตัวกันได้ประมาณ 30-40 คน ต่างก็คึกคักกันมาก


ทุกคนที่มานั้นต่างก็รู้ตำนานเกี่ยวกับโต๊ะเบอร์สอง


ทุกคนก็พยายามไม่เอ่ยถึงมันแต่ในใจต่างก็คิดกันว่า


วันนี้"โต๊ะจอง"ตัวนั้นไม่มีคนที่พวกเขาเฝ้ารอมานั่ง


มันคงจะว่างเปล่าเพื่อส่งท้ายปีเก่าอีกเช่นเดิม


พวกเขาบ้างก็กินเหล้า บ้างก็กินบะหมี่ บ้างก็เข้า ๆ ออก ๆ


พอเตรียมกับข้าวกับแกล้ม ต่างก็กินกันไปคุยกันไป พูดเรื่องการค้าบ้าง

คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ แม้แต่น้ำทะเลขึ้นลงในระยะนี้บ้านไหนมีเด็กเกิดใหม่
ก็นำมาพูดคุยในวงสนทนา คุยมันทุก ๆ เรื่องจนเหมือนกับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน


เวลาผ่านไปจนถึง 22.30น.


ทันใดนั้นเองประตูร้านก็ถูกผลักออกเบา ๆทุกคนในร้านหยุดพูดคุยกัน
สายตาทุกคู่มองตรงไปยังประตูร้าน


ชายหนุ่มสองคนยืนสง่าในชุดสูทสากลพาดโอเวอร์โค้ทไว้บนแขน


พอเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใครทุกคนก็รู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงและเริ่มสนทนากันต่อไปอย่างคึกคัก

ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะพูดว่า


"
ขอโทษค่ะ ที่นั่งเต็มหมดแล้วค่ะ"


เพื่อปฏิเสธลูกค้าที่ไม่ได้รับเชิญอยู่นั้นก็มีหญิงคนหนึ่งสวมชุดกิโมโนเดินเข้ามายืนระหว่างกลางของชายหนุ่มทั้งสองคน


ทุกคนในร้านแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินคุณนายผู้นั้นพูดว่า

"
เอ้อรบกวนรบกวนช่วยทำบะหมี่ให้สามชามได้ไหมคะ"


ทันทีที่เถ้าแก่เนี้ยได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีเวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้วภาพของสามแม่ลูกในความทรงจำ กับภาพของสามแม่ลูกตรงหน้า


เธอพยายามจะนำทั้งสองภาพมาวางซ้อนกัน

เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ที่โต๊ะทำบะหมี่

ชี้นิ้วไปยังทั้งสามแม่ลูก "พวกคุณ .. พวกคุณ"เขาพูดได้เพียงแค่นั้นคำพูดทุกคำจุกอยู่ที่คอ

ชายหนุ่มหนึ่งในสองคนเห็นท่าทีของเถ้าแก่เนี้ยที่ทำอะไรไม่ถูกก็เลยพูดกับเถ้าแก่เนี้ยว่า

"
พวกเราสามคนแม่ลูกที่เมื่อสิบสี่ปีก่อนในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มาสั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามทานกันสามคนไงครับละพวกเราก็ได้รับกำลังใจจากบะหมี่น้ำชามนั้นวกเราจึงได้สามารถยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้"


"
หลังจากนั้นก็อพยพครอบครัวไปอาศัยอยู่กับยายที่อำเภอชิกะ

ปีนี้ผมสอบผ่านได้เป็นนายแพทย์แล้ว

ตอนนี้ผมเป็นแพทย์ฝึกหัดแผนกกุมารเวชที่โรงพยาบาลเกียวโต
ปีหน้าเดือนเมษายนก็จะย้ายมาประจำโรงพยาบาลกลางของซัปโปโรแล้ว"


"
วันนี้พวกเราก็เลยแวะมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำความรู้จักและฝากเนื้อฝากตัวแล้วเลยไปไหว้สุสานของคุณพ่อและน้องชายที่ครั้งหนึ่งเคยใฝ่ฝันว่าจะเป็นเจ้าของกิจการร้านบะหมี่นั้นขณะนี้ได้ทำงานในธนาคารเกียวโตได้เสนอความคิดที่เลิศเลออย่างหนึ่งก็คือปีนี้ในวันส่งท้ายปีเก่าพวกเราสามคนแม่ลูกจะมาเยี่ยมคารวะเจ้าของร้านบะหมี่ฮอกไกที่ซัปโปโรและทานบะหมี่น้ำสามชามของร้านฮอกไกด้วย"


สองตายายฟังไปพลาง พยักหน้าไปพลางด้วยน้ำตาคลอเบ้าเถ้าแก่ร้านขายผักที่นั่งอยู่ตรงหน้าประตูยายามใช้แรงอย่างเต็มที่ที่จะกลืนบะหมี่คำที่คาอยู่ในปากลงไปในคอ

แล้วลุกขึ้นยืนพูดว่า "อ้าวเถ้าแก่เป็นอะไรไปหล่ะอุตสาห์เตรียมการมาตลอดสิบปีเพื่อเฝ้าคอยวันนี้

"
โต๊ะจอง"ตัวนั้นไงที่พวกเถ้าแก่จองให้ลูกค้าที่จะมาตอนหลังสิบโมงของคืนวันสิ้นปีไงรีบๆ ต้อนรับพวกเขาสิ เร็วเข้า"


ในที่สุดเถ้าแก่เนี้ยก็ได้สติตบไหล่ของเถ้าแก่ร้านขายผัก แล้วพูดว่า


"
ยินดีต้อนรับค่ะเชิญนั่งข้างในค่ะนี่ตาเฒ่าบะหมี่น้ำสามชามโต๊ะสอง"


เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ก็รีบปาดน้ำตาแล้วรับคำว่า
"
ครับ..บะหมี่น้ำสามชาม"

................................................

หากดูกันตามจริงแล้ว
สิ่งที่เถ้าแก่ร้านบะหมี่ทั้งสองได้ให้ไปมันไม่ได้มีค่ามากมายอะไรเลย


มันเป็นแค่เพียงบะหมี่ไม่กี่ก้อน

คำพูดที่จริงใจและให้กำลังใจเพียงไม่กี่คำ


รวมทั้งคำอวยพรว่า "ขอบคุณค่ะ(ครับ)สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)"ก็เท่านั้นเองแต่มันกลับให้ผู้ที่ถูกความจริงอันโหดร้ายบีบให้จมอยู่ในสถานการณ์

คับขับได้สามารถกลับมามีชีวิตอีกครั้ง


นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ---
อย่าพยายามมองข้ามตัวเอง

ตัวเราเองสามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ได้

บางทีมันอาจจะเป็นแค่เพียงความใส่ใจความห่วงใยอันจริงใจของคุณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็สามารถนำพาเอาแสงสว่างอันเจิดจรัสอย่างไม่มีขีดจำกัดมาสู่โลกได้


ด้วยเหตุนี้ความหวังความใฝ่ฝันที่แรงกล้าของพวกเรา

เพื่อนพ้องทั้งหลาย

อย่ามัวเห็นแก่ตัวกันหรือเสียดายมันอยู่เลย
หวังว่านับแต่บัดนี้เป็นต้นไป
พวกเราจะสามารถมอบหัวใจแห่งความรักและความเมตตาที่เราอัดเก็บ

ไว้ในใจมาเป็นเวลานานแสนนานนั้นมอบให้กับคนอื่นด้วยความเต็มใจ

จุดประกายแห่งความสว่างแก่โลก


….

ถึงแม้จะเป็นแสงเพียงริบหรี่เท่านั้น

แต่สำหรับคืนอันหนาวเหน็บอันเย็นยะเยือกของฤดูหนาว
มันเป็นประกายแห่งความอบอุ่นและแสงสว่างอันสุกสกาวจริงๆ


ไงจ๊ะอ่านบทความนี้จบแล้วรู้สึกเมื่อยตาบ้างหรือเปล่าบริหารสายตาหน่อย

กรอกตาซ้ายไปมา เสร็จแล้วก็หันมากรอกตาขวา


หลังจากนั้นก็กรอกตาทั้งสองข้างพร้อม ๆ กัน



หากทำแล้วลูกตากระเด็นออกมานอกเบ้าแล้วล่ะก้อไม่ต้องมาหาฉันนะจ๊ะ


ไปหาหมอเถอะ

เรื่องนี้ตอนที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น


ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกประทับใจมานับไม่ถ้วนแล้ว

ดังนั้นจึงมีคนพูดกันว่า


"
ใครที่อ่านนิทานเรื่องนี้แล้วไม่มีใครเลยที่จะไม่หลั่งน้ำตาให้"

ถึงแม้คำพูดนี้ออกจะเกินจริงไปบ้าง แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ได้อ่านนิทานเรื่องนี้แล้วรู้สึกประทับใจจริง ๆจนน้ำตาร่วง และน้ำตาที่ร่วงรินเหล่านั้นมันไม่ใช่น้ำตาจากความรันทดใจแต่เป็นน้ำตาที่หลั่งให้แก่ความประทับใจต่อความห่วงใยอย่างจริงใจ
และน้ำใจไมตรีอันกว้างขวางที่มอบให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ขอให้ทุกท่านโชคดี คุณพระคุ้มครอง

              สวัสดีปีใหม่ครับ