จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สภาพดินที่เสื่อมโทรม การทำนาที่ต่อเนื่อง การใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้องด้วยการใช้มากเกินความจำเป็น  เป็นความเกื้อหนุนกันอย่างกลมกลืนสร้างความรำบากแก่การต่อสู้ให้พ้นวงจรความทุกข์ยากของเกษตรกร 

            ด้วยปัญหาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท ได้ส่งเสริมเพื่อแก้ไขปัญหาให้เบาบางลง เช่นการรณรงค์ลดการเผาตอซังและฟางข้าว การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน ผ่านกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร  เช่นในพื้นที่ของตำบลวังไก่เถื่อน อำเภอหันคา  พี่ชาลี  ไป๋งาม เจ้าพนักงานการเกษตร 6 ได้แนะนำและร่วมเขียนโครงการ เพาะเชื้อราบิวเวอเรีย ให้เกษตรกรของบประมาณ โครงการอยู่ดีมีสุข ได้เงินมาพอทำโครงการ และไปได้สวยทีเดียว

         เชื้อราบิวเวอเรีย เป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกับแมลงได้หลายชนิด  โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและหนอนศัตรูพืช  ส่งผลให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตข้าว เพิ่มกำไร และสุขภาพดี  ได้ประโยชน์ตรงตามงบประมาณที่เขาสนับสนุน คือ อยู่ดี มีสุข

         ลักษณะการทำลายศัตรูพืช เชื้อจะสร้างเส้นใยและสปอร์สีขาว  สามารถแพร่กระจายได้ในธรรมชาติ โดยสปอร์เชื้อราบิวเวอร์เรีย เมื่อตกที่ผนังลำตัวแมลง ในสภาพที่มีความชื้นเหมาะสมสปอร์ก็จะงอกก้านชูสปอร์แทงทะลุผ่านลำตัวแมลงเข้าไปในช่องว่างภายในลำตัวแมลง  หลังจากนั้นเชื้อราจะเจริญเพิ่มปริมาณเป็นเส้นใยท่อนสั้น ๆ เซลล์เม็ดเลือดในตัวแมลงก็จะถูกทำลาย   ทำให้เลือดที่อยู่ในตัวแมลงมีน้อยลง  แต่ทางกลับกันเชื้อรา  กลับมีการเพิ่มจำนวนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มช่องว่างของตัวแมลง  ทำให้แมลงเป็นอัมพาตและตายในที่สุด  หลังจากแมลงตายเชื้อราจะแทงก้านชูสปอร์ อีกทั้งสามารถแพร่กระจายได้ในธรรมชาติ  และเชื้อราบิวเวอเรียสามารถทำลายแมลงได้ทุกระยะ

           ในการนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากพี่ชาลี ไป๋งาม พาเข้าพบ นายสมาน  ทองบุญโท ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 .วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท และเป็นประธาน กลุ่มผลิตสารชีวภัณฑ์  โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้จากพี่ชาลี และ พี่สมาน ด้วยดี โดยเฉพาะแนวคิดการเขียนของบประมาณ และ การผลิตเชื้อบิวเวอร์เรีย

          การเขียนขอโครงการ  ควรเป็นโครงการที่สามารถแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาของคนสวนมาก และสามารถดำเนินการ พัฒนาให้เจริญเติบโตได้ต่อเนื่องอย่างยั่งยืน โดยผ่านมติที่ประชุมจากการทำประชาคมหมู่บ้าน ในการนี้พี่สมานบอกย้ำอีกว่าจะต้องประสานงานให้ดี และสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่บ้านด้วยนะ อย่าให้ขัดกันเองทั้งประชาชน ผู้นำหมู่บ้าน อบต. และผู้ใหญ่บ้าน(รักกันไว้อะไรๆ ก็ง่ายและสดใส ครับ)การผลิตเชื้อราบิวเวอเรีย เพื่อให้สมาชิกนำไปใช้  จากการได้รับงบประมาณ เพื่อการผลิตเชื้อราบิวเวอเรีย ให้สมาชิกนำไปทดลองใช้  พบว่าใช้แล้วได้ผลดีจึงจัดตั้งกองทุน และผลิตจำหน่าย ราคาถุงละ 20 บาท แต่ถ้าสมาชิกจะทำการตกลงเงื่อนไขในที่ประชุม  กำลังการผลิตจะขึ้นอยู่กับสภาวะการระบาดของศัตรูพืช แต่จะสำรองไว้เสมอจำนวน 50 ถุง

                  สาเหตุที่เกษตรกรนิยมใช้  เพราะได้ผลดี ประหยัด และปลอดภัยต่อผู้ใช้ และสภาพแวดล้อม การนำไปใช้มีวิธีการดังนี้

  1. เชื้อราบิวเวอเรีย  1 – 2 กิโลกรัม ( 2 – 4 ถุง) ต่อน้ำ  20 ลิตร  โดยแบ่งน้ำออกเป็น  2  ส่วน
  2. นำน้ำส่วนที่  1  จำนวน  5  ลิตร ผสมกับเชื้อราบิวเวอเรีย  จำนวน  1 – 2  กิโลกรัม คนและขยำ หรือทำให้สปอร์เชื้อราหลุดจากเมล็ดข้าวโพด  แล้วกรองด้วยผ้าบาง ๆ เพื่อแยกเมล็ดข้าวโพดออก
  3. นำน้ำส่วนที่  2  จำนวน  15  ลิตร ผสมกับสารจับใบ และคนให้เข้ากัน
  4. นำน้ำที่ได้จากข้อ  2  และข้อ 3 มาผสมกันและคนให้เข้ากัน
  5. นำไปฉีดพ่นในแปลงที่สำรวจพบเพลี้ยหรือหนอนให้ฉีดพ่นถูกตัวหรือสัมผัสตัวแมลงศัตรูเป้าหมายในช่วงที่มีความชื้นสูง  เช่นเวลาตอนเช้าหรือตอนเย็น  ที่มีแสงแดดอ่อน ๆ
  6. ควรปรับหัวฉีดให้พ่นฝอยละเอียดจะฉีดได้ผลดี  และได้พื้นที่มาก
  7. สามารถตรวจสอบผลการควบคุมศัตรูพืชได้  หลังจากใช้เชื้อราบิวเวอเรียไปแล้ว  2 – 3  วัน

           ไม่เพียงกิจกรรมเดียว ที่ กลุ่มผลิตสารชีวภัณฑ์ ร่วมกันสรรสร้าง ยังคงผลิตน้ำหมักชีวภาพ จากหอยเชอรี่ และผัก เพื่อเสริมจุลินทรีย์ให้แก่ดินเร่งการย่อยสลายตอซังและฟางข้าวปรับปรุงบำรุงดินให้ความอุดมสมบูรณ์ พลิกฟื้นวิถีชุมชนกลับคืนมา ดังคำที่ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ลบคำว่า ในน้ำมียา ในนามีหนี้ ผืนนานี้มีแต่หนี้กับยา ทิ้งไปไม่หวนกลับ

        ผู้เขียนขอขอบพระคุณ และขอปรบมือผลงานคุณภาพของ พี่สมาน  ทองบุญโท และ พี่ชาลี   ไป๋งาม  รับผิดชอบศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง ( ศูนย์เครือข่าย) ตำบลวังไก่เถื่อน อำเภอหันคา  จังหวัดชัยนาท มา ณ โอกาสนี้ครับ 

ชัด  ขำเอี่ยม รายงาน

 [email protected]