<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ใครที่เคยไปเที่ยวเมืองกาญจนบุรีคงจะคุ้นเคยไม่น้อยกับเรื่องราวของสะพานข้ามแม่น้ำแควกับประวัติศาสตร์ที่ยากจะลืมเลือนของสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ถ้าใครอยากรู้เรื่องนี้ให้ละเอียดยิ่งขึ้นขอแนะนำให้ลองซื้อตั๋วเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย – พม่า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสุสานทหารพันธมิตรในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี รับประกันได้ว่าที่นี่จะให้ประสบการณ์และความรู้ที่คุ้มค่าแก่เวลาและมูลค่าตั๋วแน่นอน เพราะที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยเลยทีเดียว</p>
<table border="0"><tbody><tr><td>
</td></tr></tbody></table><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดำเนินการโดยเอกชนที่เปิดตัวมาได้ประมาณ 3-4 ปี ผู้ก่อตั้งคือ Mr. Rod Beattie อดีตวิศวกรชาวออสเตรเลีย เขาเล่าให้ฟังว่ากว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน เขาใช้เวลามากกว่า 10 ปี ศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งจากเอกสาร จดหมายเหตุต่างๆในหอสมุดต่างประเทศ และหลักฐานวัตถุที่ค้นพบจากการออกเดินเท่าไปตามทางรถไฟทั้งสาย เพื่อสำรวจตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้มาและเพื่อเนื้อหาที่ครบสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้รับผิดชอบดูแลสุสานจึงมีโอกาสได้พูดคุยและตอบคำถามบรรดาญาติทหารผู้เสียชีวิตอยู่เสมอ จนทำให้เขาเกิดความสนใจถึงเบื้องหลังการก่อสร้างทางรถไฟ ซึ่งได้รับการขนานนามต่อมาว่า “ทางรถไฟสายมรณะ” ทำไมกองทัพทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงให้ความสำคัญกับทางรถไฟสายนี้ และอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เหล่าทหารมากมายล้มตายราวกับใบไม้ที่ปลิดปลิวในช่วงผลัดใบ จากนั้นเขานำข้อมูลมหาศาลจากเอกสารต่างๆมาประมวล คัดเลือก และจัดลำดับเรื่องให้ตรงกับวัตถุประสงค์ ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้นจึงถูกบรรจุลงเป็นเนื้อหาในนิทรรศการ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยนั้นจะรวบรวมเก็บไว้ให้ผู้สนใจค้นคว้าเพิ่มเติมได้ในห้องสมุด </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table> </span></span></p> หากเปรียบเทียบพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กับพิพิธภัณฑ์อื่นๆ แล้ว ที่นี่มีวัตถุจำนวนน้อยชิ้นมากแต่ถูกจัดวางประกอบการเล่าเรื่องบนป้ายคำบรรยายได้อย่างเหมาะเจาะ โดยเฉพาะการนำแท่งหมุดตอกยึดหมอนรางรถไฟมาใช้เป็นสัญลักษณ์และมาตรวัดแทนจำนวนทหารเชลยที่เสียชีวิตจากค่ายกักกันแต่ละแห่ง ซึ่งแน่นอนว่าจำนวนรวมของหมุดทั้งหมดและภาพสุดท้ายของนิทรรศการที่มองผ่านกระจกออกไปสู่สานที่อยู่ติดกันคงทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึก “อยากให้โลกนี้ไม่มีสงคราม”</span>
ขอบคุณค่ะคุณขจิตที่แนะนำเรื่องพิพิธภัณฑ์ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม ถ้ามีโอกาสจะแวะไปค่ะ