คำว่าพนักงานมหาวิทยาลัย  เริ่มใช้เมื่อมีการรับอาจารย์  และบุคลากรเข้าทำงานในมหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่ง  เมื่อปี พ.ศ. 2542  เพื่อทดแทนอัตราข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามนโยบายรัฐบาล  อย่างไรก็ตามคำว่า พนักงานมหาวิทยาลัย  ที่ใช้กันอยู่ก็ยังไม่มีกฎหมายรองรับ  จนกระทั่งในการประชุมสภานิติบัญญัติ  ครั้งที่ 71/2550  เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2550  สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติเห็นชอบให้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.....  ประกาศใช้เป็นกฎหมาย  ซึ่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว  มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานมหาวิทยาลัย  ดังนี้               

           1.  สถานภาพพนักงานฯ กับข้าราชการฯ                    

               พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา  หมายความว่า  บุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้าง  ให้ทำงานในสถาบันอุดมศึกษา  โดยได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน  หรือเงินรายได้ของสถาบันอุดมศึกษา (พ.ร.บ.ข้าราชการฯ  มาตรา 3)                    
              
ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา  หมายความว่า  บุคคลซึ่งได้รับบรรจุและแต่งตั้ง  ให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณ  ประเภทเงินเดือนในสถาบันอุดมศึกษา                    
              
ส่วนสถานภาพของพนักงานมหาวิทยาลัย  ตาม พ.ร.บ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ม.ในกำกับ) มีนิยามดังนี้
                    
              
พนักงานมหาวิทยาลัย  หมายความว่า  พนักงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
                    
              
ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย  หมายความว่า  พนักงานมหาวิทยาลัย  ข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการ  ซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย  พนักงานราชการ  และลูกจ้างของมหาวิทยาลัย 
    
              
สรุป  ทุกคนในมหาวิทยาลัย  เป็นผู้ปฏิบัติงาน  โดยมี พ.ร.บ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  รองรับเหมือนกันหมด
                

          จากการกำหนดสถานภาพข้างต้นของ พ.ร.บ. ข้าราชการฯ  ทำให้มหาวิทยาลัยนเรศวร   ปัจจุบัน  มีข้าราชการที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง 27% (673 คน)  และมีพนักงานที่ได้รับการจ้างตามสัญญา 73% (1,845 คน)  (ข้อมูลจากรายงานประจำปี 2550)                

          2.  การบริหารงานบุคคลของพนักงานฯ                    
              
สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจออกข้อบังคับในการกำหนดตำแหน่ง  ระบบการจ้าง  การบรรจุ  และการแต่งตั้ง  อัตราค่าจ้าง  และค่าตอบแทน  เงินเพิ่มและสวัสดิการ  การเลื่อนตำแหน่ง  การเปลี่ยนและการโอนย้ายตำแหน่ง  การลา  จรรยาบรรณ  วินัยและการรักษาวินัย  การดำเนินการทางวินัย  การออกจากงาน  การอุทธรณ์และการร้องทุกข์  และการอื่นที่เกี่ยวกับการบริหารงาน
บุคคลของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา (พ.ร.บ.ข้าราชการฯ  มาตรา 65/1)                

          3.  บทบัญญัติปรับปรุงเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง                    
              
พ.ร.บ.ข้าราชการฯ กล่าวถึงเฉพาะข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา  ดังนี้
                    
                
ในระหว่างที่ยังมิได้มีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง  ของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งให้สอดคล้องกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้  ให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษายังคงได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับจนกว่าจะได้มีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง  หรือตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน  ให้สอดคล้องกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้
                    
              
การได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามวรรคหนึ่งของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้  ตำแหน่งใดให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งในอัตราใด  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์  วิธีการและเงื่อนไขที่ ก.พ.อ. กำหนด  โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี  ทั้งนี้ให้เทียบเคียงกับบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งหรือตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนแล้วแต่กรณี (มาตรา 16)
                

          เมื่อไม่ได้บัญญัติเรื่องเงินเดือน  และเงินประจำตำแหน่งของพนักงานมหาวิทยาลัยไว้  โดยเงื่อนไขของกฎหมาย  พนักงานมหาวิทยาลัยจึงได้เฉพาะค่าจ้าง  หรือค่าตอบแทน  ตามมาตรา 3 เท่านั้น               
         
ส่วน พ.ร.บ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ม.ในกำกับ)  กำหนดให้บุคลากรทุกฝ่ายเป็น ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย  และการบริหารเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ในมาตรา 14  ดังนี้                    
              
เงินอุดหนุนทั่วไปนั้น  รัฐบาลพึงจัดสรรให้แก่มหาวิทยาลัยโดยตรง  เป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย  และการพัฒนามหาวิทยาลัย  เพื่อการจัดการและประกันคุณภาพการศึกษา
                    
               
ในกรณีที่รัฐบาลได้ปรับเงินเดือน  เงินประจำตำแหน่ง  ค่าตอบแทน  หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดให้แก่ข้าราชการ  ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไป  เพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยในสัดส่วนเดียวกัน  เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้พนักงานมหาวิทยาลัยด้วย
                

          รู้แล้วก็นำมาบอกต่อครับ