พม่าเรียกศักราชตามคำบาลีว่า สักกราช
ศักราชพม่า
พม่าเรียกศักราชตามคำบาลีว่า สักกราช ( lddik=N) อ่านตามสำเนียงพม่าว่า แต๊ะกะยิต หรือ ต๊ะกะยิต ปัจจุบันพม่ามีศักราชใช้ถึง ๓ แบบ คือ สาสนาศักราช ( lkloklddik=N) เมียนมาศักราช ( e,oN,klddik=N ) และ คริสตศักราช ( -i0Nlddik=N ) สาสนาศักราชเป็นศักราชที่ใช้สืบมาแต่สมัยราชสำนักพม่า ส่วนคริสตศักราชนิยมใช้มาแต่ช่วงสมัยอาณานิคม
สำหรัยสาสนาศักราชนั้นเทียบได้กับพุทธศักราชของไทย แต่พม่านับปีศักราชเริ่มจากวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานคือ เมื่อ ๕๔๔ ปีก่อนคริสตศักราช ส่วนฝ่ายไทยถือปีถัดมาเป็นปีเริ่มนับพุทธศักราช คือเมื่อ ๕๔๓ ก่อนคริสตศักราช ด้วยเหตุนี้สาสนาศักราชของฝ่ายพม่าจึงเริ่มเร็วกว่าฝ่ายไทย ๑ ปี พม่าจึงฉลองกึ่งพุทธกาลก่อนไทย คือ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๙ ( ค.ศ. ๑๙๕๖ ) หากเทียบกับมหาศักราช (,sklddik=N ) ของอินเดียที่เริ่มใช้มาแต่สมัยเจ้ามหาสัมมตะ (,skl,,9,'Nt ) นั้น มหาศักราชจะมีจำนวนปีมากกว่าสาสนาศักราชของพม่า ๑๔๘ ปี
สำหรับเมียนมาศักราชของพม่านั้น พม่าเรียกอีกอย่างว่า กอซาศักราช (gdk=klddik=N ) คำว่า กอซา มาจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า โคจร (g8j0i ) เมียนมาศักราชนับเริ่มในปลายรัชสมัยของพระเจ้าโปปาซอระหัน (x6xxjtg0kisoNt ) แห่งราชวงศ์พุกามยุคต้น โดยหักศักราชเดิมออกเสีย ๕๖๐ ปี เมียนมาศักราชจะน้อยกว่าสาสนาศักราช ๑๑๘๒ ปี และน้อยกว่าคริสตศักราช ๖๓๘ ปี เมียนมาศักราชจึงเป็นศักราชเก่าแก่ของพม่า ก่อนที่จะเปลี่ยนความนิยมมาใช้คริสตศักราชในภายหลัง
พม่ายังมีคำเรียกศักราชอีก ๒ แบบได้แก่ ศักราชสั้น (lddik=N9b6 ) หรือ ปีรัสสะ (ilOa0N ) และศักราชยาว (lddik=NiaPN ) หรือ ปีฑีฆะ (muSOa0N ) สำหรับศักราชสั้นนั้นเป็นศักราชที่พระเจ้าโมญีงธรรมราชา (,b6tPa'Nt,'Nt9ikt ) แห่งราชวงศ์อังวะ เป็นผู้คิดค้นขึ้นใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๔๓๘ ซึ่งตรงกับ เมียนมาศักราช ๘๐๐ ศักราชสั้นนี้เป็นศักราชที่หักเมียนมาศักราชออกเสีย ๗๙๘ ปีจึงเรียกว่าศักราชสั้น แต่ศักราชสั้นไม่เป็นที่นิยมจึงเลิกใช้ไป ส่วนศักราชยาวนั้น เป็นศักราชที่เต็มไม่ถูกหักจำนวนปีออก การเรียกศักราชยาวก็เพียงเพื่อจำแนกให้ต่างจากศักราชสั้นเท่านั้น แท้จริงแล้วศักราชยาวก็คือเมียนมาศักราช หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากอซาศักราชนั่นเอง
กล่าวโดยทั่วไปพม่าจะนิยมใช้เมียนมาศักราชมากกว่าสาสนาศักราช ซึ่งจำกัดใช้เฉพาะทางด้านพุทธศาสนา ส่วนเอกสารและหลักฐานโบราณของพม่ามักนิยมใช้เมียนมาศักราชหรือ กอซอศักราช เมียนมาศักราชยังนิยมใช้ในทางโหราศาสตร์และฤกษ์ยาม ตลอดจนกิจที่เกี่ยวข้องกับวันประเพณีในรอบปีเช่น วันสงกรานต์ วันรดน้ำต้นโพธิ์ วันจุดประทีป วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ชาวพม่านิยมใช้ศริสตศักราชในชีวิตประจำวันมากกว่าเมียนมาศักราช
แม้พม่าจะตกเป็นอาณานิคมอังกฤษมาเป็นเวลานานและมีความนิยมใช้คริสตศักราชตามระบบราชการของอังกฤษมากกว่าเมียนมาศักราชก็ตาม แต่ความนิยมนี้มิได้นำมาสู่ความชื่นชมและยอมรับประเพณีนิยมแบบตะวันตก ชาวพม่ายังคงฉลองวันปีใหม่ในช่วงวันสงกรานต์ ส่วนวันปีใหม่ตามแบบสากลที่ถือวันที่ ๑ มกราคมนั้น ชาวพม่าส่วนใหญ่มิได้ให้ความสำคัญมากนัก การส่งบัตรอวยพรในเทศกาลปีใหม่สากลไม่ค่อยได้รับความนิยม แม้วันคริสมาสจะถือว่าเป็นวันหยุดราชการ แต่ก็เป็นวันหยุดที่กำหนดไว้สำหรับชาวพม่าที่นับถือศาสนาคริสต์ ชาวพุทธพม่าจะไม่นำค่านิยมคริสต์มาปะปนกับวิถีพุทธ
หลักเทียบศักราช
ปีเมียนมาศักราช ปีคริสตศักราช – ๖๓๘
ปีสาสนาศักราช – ๑๑๘๒
ปีสาสนาศักราช ปีเมียนมาศักราช + ๑๑๘๒
ปีคริสตศักราช + ๕๔๔
ปีคริสตศักราช ปีเมียนมาศักราช + ๖๓๘
ปีสาสนาศักราช - ๕๔๔
วิรัช นิยมธรรม
พม่าเรียกศักราชตามคำบาลีว่า สักกราช ( lddik=N) อ่านตามสำเนียงพม่าว่า แต๊ะกะยิต หรือ ต๊ะกะยิต ปัจจุบันพม่ามีศักราชใช้ถึง ๓ แบบ คือ สาสนาศักราช ( lkloklddik=N) เมียนมาศักราช ( e,oN,klddik=N ) และ คริสตศักราช ( -i0Nlddik=N ) สาสนาศักราชเป็นศักราชที่ใช้สืบมาแต่สมัยราชสำนักพม่า ส่วนคริสตศักราชนิยมใช้มาแต่ช่วงสมัยอาณานิคม
สำหรัยสาสนาศักราชนั้นเทียบได้กับพุทธศักราชของไทย แต่พม่านับปีศักราชเริ่มจากวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานคือ เมื่อ ๕๔๔ ปีก่อนคริสตศักราช ส่วนฝ่ายไทยถือปีถัดมาเป็นปีเริ่มนับพุทธศักราช คือเมื่อ ๕๔๓ ก่อนคริสตศักราช ด้วยเหตุนี้สาสนาศักราชของฝ่ายพม่าจึงเริ่มเร็วกว่าฝ่ายไทย ๑ ปี พม่าจึงฉลองกึ่งพุทธกาลก่อนไทย คือ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๙ ( ค.ศ. ๑๙๕๖ ) หากเทียบกับมหาศักราช (,sklddik=N ) ของอินเดียที่เริ่มใช้มาแต่สมัยเจ้ามหาสัมมตะ (,skl,,9,'Nt ) นั้น มหาศักราชจะมีจำนวนปีมากกว่าสาสนาศักราชของพม่า ๑๔๘ ปี
สำหรับเมียนมาศักราชของพม่านั้น พม่าเรียกอีกอย่างว่า กอซาศักราช (gdk=klddik=N ) คำว่า กอซา มาจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า โคจร (g8j0i ) เมียนมาศักราชนับเริ่มในปลายรัชสมัยของพระเจ้าโปปาซอระหัน (x6xxjtg0kisoNt ) แห่งราชวงศ์พุกามยุคต้น โดยหักศักราชเดิมออกเสีย ๕๖๐ ปี เมียนมาศักราชจะน้อยกว่าสาสนาศักราช ๑๑๘๒ ปี และน้อยกว่าคริสตศักราช ๖๓๘ ปี เมียนมาศักราชจึงเป็นศักราชเก่าแก่ของพม่า ก่อนที่จะเปลี่ยนความนิยมมาใช้คริสตศักราชในภายหลัง
พม่ายังมีคำเรียกศักราชอีก ๒ แบบได้แก่ ศักราชสั้น (lddik=N9b6 ) หรือ ปีรัสสะ (ilOa0N ) และศักราชยาว (lddik=NiaPN ) หรือ ปีฑีฆะ (muSOa0N ) สำหรับศักราชสั้นนั้นเป็นศักราชที่พระเจ้าโมญีงธรรมราชา (,b6tPa'Nt,'Nt9ikt ) แห่งราชวงศ์อังวะ เป็นผู้คิดค้นขึ้นใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๔๓๘ ซึ่งตรงกับ เมียนมาศักราช ๘๐๐ ศักราชสั้นนี้เป็นศักราชที่หักเมียนมาศักราชออกเสีย ๗๙๘ ปีจึงเรียกว่าศักราชสั้น แต่ศักราชสั้นไม่เป็นที่นิยมจึงเลิกใช้ไป ส่วนศักราชยาวนั้น เป็นศักราชที่เต็มไม่ถูกหักจำนวนปีออก การเรียกศักราชยาวก็เพียงเพื่อจำแนกให้ต่างจากศักราชสั้นเท่านั้น แท้จริงแล้วศักราชยาวก็คือเมียนมาศักราช หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากอซาศักราชนั่นเอง
กล่าวโดยทั่วไปพม่าจะนิยมใช้เมียนมาศักราชมากกว่าสาสนาศักราช ซึ่งจำกัดใช้เฉพาะทางด้านพุทธศาสนา ส่วนเอกสารและหลักฐานโบราณของพม่ามักนิยมใช้เมียนมาศักราชหรือ กอซอศักราช เมียนมาศักราชยังนิยมใช้ในทางโหราศาสตร์และฤกษ์ยาม ตลอดจนกิจที่เกี่ยวข้องกับวันประเพณีในรอบปีเช่น วันสงกรานต์ วันรดน้ำต้นโพธิ์ วันจุดประทีป วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ชาวพม่านิยมใช้ศริสตศักราชในชีวิตประจำวันมากกว่าเมียนมาศักราช
แม้พม่าจะตกเป็นอาณานิคมอังกฤษมาเป็นเวลานานและมีความนิยมใช้คริสตศักราชตามระบบราชการของอังกฤษมากกว่าเมียนมาศักราชก็ตาม แต่ความนิยมนี้มิได้นำมาสู่ความชื่นชมและยอมรับประเพณีนิยมแบบตะวันตก ชาวพม่ายังคงฉลองวันปีใหม่ในช่วงวันสงกรานต์ ส่วนวันปีใหม่ตามแบบสากลที่ถือวันที่ ๑ มกราคมนั้น ชาวพม่าส่วนใหญ่มิได้ให้ความสำคัญมากนัก การส่งบัตรอวยพรในเทศกาลปีใหม่สากลไม่ค่อยได้รับความนิยม แม้วันคริสมาสจะถือว่าเป็นวันหยุดราชการ แต่ก็เป็นวันหยุดที่กำหนดไว้สำหรับชาวพม่าที่นับถือศาสนาคริสต์ ชาวพุทธพม่าจะไม่นำค่านิยมคริสต์มาปะปนกับวิถีพุทธ
หลักเทียบศักราช
ปีเมียนมาศักราช ปีคริสตศักราช – ๖๓๘
ปีสาสนาศักราช – ๑๑๘๒
ปีสาสนาศักราช ปีเมียนมาศักราช + ๑๑๘๒
ปีคริสตศักราช + ๕๔๔
ปีคริสตศักราช ปีเมียนมาศักราช + ๖๓๘
ปีสาสนาศักราช - ๕๔๔
วิรัช นิยมธรรม