นึกเห็นใจคำถามของผู้ที่ไม่เคยสัมผัส ชนบท จะไม่ทราบว่า สถานีอนามัยคืออะไร และยิ่งน่าเห็นใจมากขึ้นไปอีก กับผู้ที่ตอบคำถามให้ว่า สถานีอนามัยคืออะไร จนทุกวันนี้ ผู้เขียนก็ยังไม่รู้เลยว่า มีคนเรียนให้ท่านผู้ใหญ่ที่ตั้งคำถามนี้ แล้วได้รับคำตอบว่าอย่างไร
แต่น่าจะเป็นคำตอบที่ดี เพราะต่อมาหัวหน้าสถานีอนามัย ก็ได้รับการพิจารณา ให้ได้ระดับ ๖ และระดับ ๗
ชีวิตหมออนามัย มันพิสดารมาก บางครั้งก็ต้องเป็นครู สอนชาวบ้าน บางครั้งก็เป็นหมอสูติ คือทำคลอด บางครั้งก็หมอศัลยกรรม เย็บแผล และเป็นจิตแพทย์ ในวันที่เขามีความทุกข์ในใจ และที่สำคัญเป็นเภสัชด้วย ต้องอธิบายยากันแปดตลบในบางครั้ง กว่าจะเข้าใจการกินของบางคน
ในบรรดาการทำงาน ไม่มีอะไรหนักใจเท่ากับ การต้องรับมือ กับอุบัติเหตุ หรือการตีรันฟันแทง โดยเฉพาะตามเทศกาลสำคัญๆ ใครเขาไปเที่ยว ปีใหม่ ตรุษจีน แต่หมออนามัยต้องอยู่ อยู่รับกับสถานะการณ์ร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในหมู่บ้าน ที่เหนือการคาดเดาเสมอ
มีอยู่คราวหนึ่ง ราวเที่ยงคืน มีคนมาร้องเรียก ให้หมอเย็บแผลให้หน่อย พอลงไป ก็พบว่าคนไข้ ถูกเข็นมาด้วยรถไสสามล้อ คงนึกออกนะคะ รถเข็นผักเข็นของตามตลาดสด มีล้อหน้าหนึ่งล้อ ล้อหลังสองล้อ เวลาเข็นจะไปได้ช้าๆ ก็อกแกร็กๆๆๆๆ คนไข้รายนี้ ถูกนำส่งด้วยรถฉุกเฉินคันนี้
เลือดที่ท่วมกาย ตั้งแต่ศีรษะ จรดปลายเท้า เสื้อเปียกชุ่ม คนไข้คงเสียเลือดไม่ใช่น้อย แต่ยังแข็งใจนั่งตัวตรงให้เขาไสมา จากบ้านที่อยู่เชิงเขา ระยะทางกว่าจะมาถึงอนามัย ก็ราว ๓-๔ กม.
เมื่อได้ตรวจคนไข้และสอบถาม ทราบว่าถูกฟันด้วยขวาน เพราะทะเลาะกันขณะกินเหล้า มิน่า ผู้เขียนก็กำลัง ระงับอาการคลื่นไส้ กับกลิ่นเหล้าผสมเลือดสดๆอยู่ บาดแผลฉกรรจ์ กระโหลกมีรอยบิ่นจากคมขวาน ยาวสัก๑๐ ซม. มีเลือดที่เริ่มแข็งตัวปกคลุมอยู่ เมื่อเริ่มทำความสะอาดแผล เลือดก็เริ่มรินไหล ผู้เขียนกลัวเขาจะเสียเลือดจนช็อค จึงตัดสินใจ ส่งต่อ บอกผู้ที่มาส่ง(เมาพอๆกัน) ให้ไปหารถ มาส่งคนไข้ไปโรงพยาบาล มิฉะนั้น อาจเสียเลือด ตายได้ และให้ไปเอกซเรย์สมองด้วย กระโหลกบิ่น ระหว่างรอการปรึกษา ผู้เขียนก็เริ่มเขียนหนังสือส่งตัว บันทึกอาการสิ่งตรวจพบเบื้องต้น และสิ่งที่ทำไปแล้ว พอจบก็ยื่นให้ญาติ
<h2>ทุกคนเงียบไม่รับหนังสือแต่ก็ไม่พูดอะไร สักครู่ คนไข้ก็เอ่ยปากเสียงดังฟังชัด ชัดจนทำให้ผู้เขียนต้องตัดสินใจใหม่ “ ผมจะยอมตายที่นี่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น เขาเข็นผมมาก็เพราะไม่มีรถยนต์ จะให้เขาเข็นต่อไปโรงพยาบาล ผมก็คงตายอยู่ดี”</h2>
เท่านั้นเอง ผู้เขียนก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ลงมือ เอาชุดเย็บแผลออกมา เย็บแผล ไป ห้ามเลือดไปอยู่คนเดียว ไม่ทราบว่านานแค่ไหน กว่าจะเสร็จ รู้แต่ว่าเมื่อเสียงรถเข็นลับหูไป ผู้เขียนก็แทบจะยืนไม่ไหว ไหนจะเวียนห้วอย่างรุนแรงกับกลิ่นเหล้าผสมเลือด เมื่อขึ้นบ้านอาบน้ำเสร็จก็หลับเป็นตายจนสว่าง
</span><h2> </h2>
ไม่ใช่เก่ง ไม่ใช่การอวดโอ้ แต่บางสถานะการณ์ก็ยากจะตัดสินใจ หรือผลักไส แต่เรายึดหลักแห่งเหตุผลเป็นหลัก ซึ่งเมื่อต่อมา ก็ได้สร้างนิสัยส่วนตัว ให้เกิดขึ้น เมื่อมีสถานการณ์ต่างๆ ต่อๆมา เราก็ใช้หลักการนี้ เหตุผล แห่งการตัดสินใจ ที่หมออนามัยทุกคนยึดถือ ก็คือ มนุษยธรรม และการรักษาชีวิตคนไข้ เป็นหลักสำคัญ
</span><h2> เป็นเพียงบางเสี้ยวของประสบการณ์ที่ มาเล่าสู่กันฟัง อาจเทียบไม่ได้ กับหมออนามัยท่านอื่นๆ แต่ก็พอจะทำให้ เพื่อนๆ ในG2K รู้จัก คำว่าหมออนามัยเพิ่มขึ้น และคงจะได้รู้จักกันดีขึ้นไปอีกในบันทึกต่อไป</h2></span>
หลักการ หรือทฤษฎี กับการปฏิบัตินั้นต่างกัน
คนอยู่สนามที่ต้องปฏิบัตินั้นต้องใช้วิจารณญาณ มนุษยธรรม คุณธรรม เห็นอกเห็นใจ ไว้วางใจ ซึ่งหลายครั้งก็ไม่ถูกด้วยหลักการ แต่ก็ต้องทำเพราะอย่างน้องรุ่งว่า หากไม่ทำเราอาจจะโดยขวนไปอีกคนก้ได้ หรือไม่คนไข้ก็เสียชีวิต
ในทางอื่นๆก็เหมือนกัน การหิ้วกล้วยหนึ่งหวีไปฝากลูกชาวบ้าน เพื่อบางคนก็ว่า ทำให้เขาเสียนิสัย คอยแบมือรับอย่างเดียว อย่าไปเอาอะไรให้ อยากกินให้ปลูกเอง..เอากะพ่อซิ...มันไม่มีน้ำจิตน้ำใจเลยรึไง..จะหลักการยึดมั่นตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยหรือ
น้ำใจเป็นคำหลักของสังคมตะวันออก และเป็นทุนทางสังคมที่สำคัญ อันเป็นแรงเกาะเกี่ยวระหว่างคนกับคนในสังคมเรานี้แหละ ที่นับวันแรงเกาะเกี่ยวทางสังคมส่วนนี้ลดลงมากมายเพราะเราไปเอากระบวนการความคิดของสังคมตะวันออกเข้ามามากเกินไป ทิ้งส่วนดีของเราไป
ชอบประสบการณ์เช่นนี้ครับ
เพราะอยู่บ้านนอกเลยได้ใกล้ชิดกับหมออนามัยนิดหน่อย เหตุเพราะบ้านใกล้กัน และลูกเขาน่ารัก ^^
เคยไปนั่งเป็นเพื่อนพี่เขาตอนอยู่เวรบ่อยๆ เห็นพี่เขาทำงานแล้วก็นึกตามว่า "หมออนามัยใจดีจัง"
เท่าที่ผมสังเกต คนมีอำนาจตัดสินใจในประเทศไทยมักมีชีวิตเติบโตจนเป็นผู้บริหารอยู่ในเมืองใหญ่ จึงมีโอกาสสัมผัสชนบทน้อยมาก ดังนั้นการตัดสินใจของเขาอยู่บนพื้นฐานความคิดที่ไม่ได้เกิดจากประสบการณ์โดยตรงครับ
ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของหนึ่งในคณะกรรมการสมานฉันท์ที่ผ่านมาแล้ว เขาเป็นคณะกรรมการฯ ทั้งๆ ที่ก่อนที่เขาจะมาเป็นคณะกรรมการฯ เขาเคยมาสงขลาแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิต โดยการมาครั้งนั้นเป็นการไปเกาะยอเพื่อรับประทานอาหารแล้วเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์
เมื่อเขาเป็นกรรมการฯ แล้วและผลลัพธ์จากความคิดของเขาไม่ได้ผล เขาก็ไม่รอช้าที่จะโยนความผิดให้แก่คนอื่นที่เป็นจำเลยของสังคมอยู่แล้ว โดยไม่ได้พิจารณาว่าแท้จริงแล้วปัญหาที่แท้จริงเกิดจากที่เขาไม่ได้มีความรู้จักพื้นที่อย่างแท้จริง
คณะกรรมการสมานฉันท์คนนั้น เป็นตัวอย่างของผู้ตัดสินใจในสังคมไทยที่มีอยู่โดยทั่วไปครับ ผมจึงไม่แปลกใจที่คุณตันติราพันธ์บอกว่ามี "ผู้ใหญ่" ไม่รู้จักสถานีอนามัยครับ
บันทึกเหล่านี้ของคุณตันติราพันธ์มีค่ามากที่จะช่วยให้สังคมเข้าใจชีวิตการทำงานของหมออนามัยมากขึ้นครับ หากในที่สุดหมออนามัยได้มีทรัพยากรในการทำงานมากขึ้นจากความเข้าใจที่ดีขึ้นนี้ ก็ย่อมส่งผลที่ดีต่อสุขภาพและสุขภาวะของคนไทยที่ใช้บริการสถานีอนามัย ซึ่งได้แก่คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศครับ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
ทำงานชุมชนมายี่สิบกว่าปี ไม่เคยรู้สึกเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขาเลยค่ะ เหนื่อยแต่มีความสุข แต่เทียบกับงานที่เปลี่ยนไป ตามกาลสมัย ที่เอาผลลัพธ์ จากตัวเลขเป็นหลัก ไม่ค่อยคำนึงถึงว่า ระยะเวลา กำลังคน กับตัวเลขเหล่านั้น สัมพันธ์กันไหม ทำเพื่อใคร เมื่อรู้คำตอบแล้วที่สุดเราก็ต้องทำ ในใจคิดว่า การเข็นครกขึ้นภูเขา คือการฝืนความรู้สึกสุดๆอย่างนี้นี่เอง
แต่ละปี จึงคิดหางานที่ทำตามใจปรารถนา ที่ไม่มีอยู่ในแผนพัฒนาฉบับไหน มาทำ ไม่เอางบประมาณ ไม่เอาความดีความชอบ เอาแต่ความสุข ไว้หล่อเลี้ยงใจบ้างเท่านั้นเอง
ก็ยังรักอาชีพนี้เหลือเกินค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหมอคนชอบวิ่ง
มีแพทย์หลายๆคนที่เข้าใจ และให้กำลังใจสถานีอนามัย และที่จริง ที่มีแนวทางการทำงานในชุมชน สอนให้รักชาวบ้าน นั้น มีแพทย์หลายท่าน เป็นผู้ชี้แนะ จะเรียกแพทย์ทุกคนว่า อาจารย์หมอ ถือว่ารู้มากกว่า และบางคราว ก็มีนักศึกษาแพทย์ลงมาฝึกงาน จะได้เพิ่มเติมความรู้ในเขาบ้าง เลยกลายเป็นอาจารย์ของแพทย์เสียอีก
ขอบคุณที่บันทึกเหล่านี้ จะทำให้หลายๆคน รู้จักหมออนามัยเพิ่มขึ้น และหากต้องผ่านไปตามชนบท ก็สามารถใช้บริการได้ หากมีปัญหาสุขภาพอย่างปัจจุบันค่ะ
สัสดีค่ะน้องเนปาลี
เวลาหมอมีลูก ชาวบ้านจะเอาโน่น เอานี่ มาฝาก
พลอยรักลูกหมอไปด้วย ก็ภูมิใจค่ะ ยิ่งน้องต้อมมายืนยัน พี่ก็ยิ่งรู้สึกดีค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ธวัธชัย
เพราะG2K ที่อาจารย์สร้างสรรขึ้นมาค่ะ เลยทำให้หมออนามัยคนหนึ่ง ได้มีโอกาส แนะนำตัวเองและวิถีชีวิต ของคนอนามัย ให้สมาชิก ได้รับรู้กัน
ทุกวันนี้ คิดว่า ถ้าจะมีการรวมพลังประชาชน หรือขอความร่วมมือจากชาวบ้าน หมออนามัยยังทำได้ดี ได้ง่าย เพราะ เราคลุกคลี ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาตลอด
สมัยหนึ่งที่ยังมีคอมมินิสต์ เพื่อนรุ่นพี่ จะถูกนำตัวเข้าป่าไปครั้งละหลายๆวัน เขาเอาปืนมาจี้ไป แต่ไม่ทำร้าย เขาให้ไปรักษาคนของเขา แล้วก็ออกมาส่ง จนเรามั่นใจว่า คุณงามความดีที่เราทำ คุ้มครองเราค่ะ
ตั้งใจเหมือนกันค่ะ ขอให้บทความเหล่านี้ จะช่วยให้ชาวสถานีอนามัย เป็นที่รู้จัก กับสังคมเมืองเพิ่มขึ้น และอาจจะมีสักครั้ง ที่ใครเกิดจิตศรัทธา จะลงไปเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ หมออนามัยใกล้บ้านบ้าง ดิฉันก็ถือว่า ได้ทำหน้าที่แทน เพื่อนหมออนามัย อย่างดีที่สุดแล้วค่ะ
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
ถ้าเปรียบหนวยงานและการทำงานของคุณกับหน่วยงานทางการศึกษา ผมคิดว่าน่าจะเปรียบได้กับสถานศึกษาในระบบโรงเรียนกับสถานศึกษานอกระบบโรงเรียนของกศน.ครับ
อย่าถอยครับ...คิดว่าทำเพื่อพ่อ...วันหนึ่งฟ้าคงมีสีทองผ่องอำไพ
ขอเป็นกำลังใจครับ
สวัสดีค่ะนายช่างใหญ่
แบบนี้เขาเรียก เรียนจากประสบการณ์จริง บางครั้งก็ขมขื่นเหมือนกัน แต่พอผ่านไป ก็โอเค
แล้วนายช่างใหญ่ ว่าแบบไหนดีกว่ากันล่ะคะ
สวัสดีค่ะพี่รุ่ง
เบิร์ดนึกถึงอ.หมอเคยบอกเบิร์ดว่า การสอนหมออนามัยต้องสอนเวชปฏิบัติให้ไปเต็มที่เพราะเค้าต้องทำทุกอย่าง เป็นด่านแรกที่รับทั้งชีวิตของคนไข้ และ อ.ก็ให้ทั้งหมดจริงๆไม่มีกั๊กเลยล่ะค่ะ
เวลาที่เบิร์ดลงพื้นที่เบิร์ดจะอัศจรรย์ใจเสมอว่าพี่ๆน้องๆที่นั่นทำได้อย่างไร เบิร์ดเป็นเฉพาะทางรับแค่ส่วนที่เกี่ยวข้องก็ยังเอาเรื่อง แต่ในพื้นที่ทุกอย่างของ สธ.และกระทรวงอื่นๆหมออนามัยมีส่วนร่วมทั้งสิ้น !
ไหนจะรายงานร้อยแปดชนิด ไหนจะงานในหมู่บ้านไหนจะงานส่งเสริม ป้องกัน บำบัดรักษาและฟื้นฟูแถมยังต้องติดตามเยี่ยมบ้านอีก..เบิร์ดคารวะพี่ๆน้องๆทั้งหมดด้วยใจเลยค่ะพี่รุ่ง แต่ทำไมผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงท่านถึงไม่เคยมองเห็นอย่างจริงจัง ?
กราบอวยพรปีใหม่ค่ะ
สิ่งใดที่พี่หวังพี่ตั้งจิต
สิ่งใดคิดให้สมหวังดังใจหมาย
ขอให้พี่มีความสุขทั้งใจกาย
สิ่งใดหมายขอประสพพบโชคดี
ดอกบานชื่น…ชื่นบาน…เช้าวันใหม่
สีสดใสเหลืองแดงขาวพราวสดสี
ทั้งดาวเรืองเหลืองอร่ามดูงามดี
กุหลาบสีแดงสดหมดราคิน
ดอกพุดตาลชมพูเรื่อเจือกลิ่นหอม
แมลงตอมกระดังงาพาได้กลิ่น
ทั้งจำปี จำปา ดอกกระถิน
รวยระรินกลิ่นราตรีที่กลางไพร
รวมดอกไม้นานาพฤกษาชาติ
เดียรดาษที่กลางป่าพนาไสย
ร้อยเป็นกลอนแทนมาลัยในน้ำใจ
ขอมอบให้….พี่คนดี...ศรีสธ.
สวัสดีครับพี่รุ่ง
ตอนนี้อยู่ อนามัยครับ ผมอยู่กับมันมาสิบกว่าปี และใช้เวลาส่วนใหญ่ในสิบกว่าปีนี้อยู่ที่นี่ เพราะผมพักที่อนามัย ก็คล้ายกับต้องทำหน้าที่ 24 ชม.
บางทีผมเบื่อครับ มันเครียดด้วย แต่คิดเรื่องการได้ช่วยเหลือผู้คนและได้บุญ ก็ทำให้ผมอยากที่จะอยู่เพื่อช่วยเหลือผู้คนแม้ทำได้เพียงขั้นพื้นฐานด้านการรักษาก็ตาม แต่ด้านการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพเราทำได้อย่างเต็มที่ และอย่างมืออาชีพนะครับ
แต่ผมจะต้องย้ายออกไปอยู่ที่บ้านส่วนตัวครับที่สร้างไว้ไกลจากที่ทำงาน ผมไม่ได้อยู่ 24 ชม.แล้ว
ใจนึงก็ห่วงเวลาผมไม่อยู่กลางคืนคนมาหาก็คงผิดหวัง และบางทีคงถูกด่าอีก แต่ก็ไม่มีทางเลือกนะครับ เพราะไงเสีย ผมก็ไม่สามารถเป็นหมออนามัยได้ตลอดชีวิตอยู่แล้ว วันหนึ่งผมก็ต้องเกษียณอยู่ดี
บางทีระบบที่มีในหมู่บ้านมันก็คือระบบที่ไม่เป็นทางการ และระบบที่เป็นทางการก็มาถึงอนามัยอย่างลำบากยากเย็นครับ
เป็นกำลังใจให้กันและกันครับ
สัสดีค่ะคุณเบิร์ด
พี่ได้อ่านเรื่องราวที่คุณเบิร์ด พูดถึงหมออนามัย และอาจารย์หมอท่านนั้น พี่รู้สึกขอบคุณ และชื่นใจค่ะ ช่วงที่เรียน ถ้าเราได้ครูพี่เลี้ยงที่ใจกว้าง ก็จะสอน ให้ประสบการณ์แก่เรามาก ขอบอกว่า ทักษะสำคัญมาก เมื่อต้องปฏิบ้ติงาน ความจำต้องดี นึกทบทวนความรู้ตลอด มิฉะนั้น การอยู่คนเดียว จะเกิดปัญหา การให้บริการอย่างยิ่ง หมออนามัยเป็นเหมือนเป็ด(มีคนเปรียบเทียบไว้) บินก็ได้ ว่ายน้ำก็ได้ กลมกลืนไปหมด
การฝึกหมออนามัย ให้มีความสามารถ เหมือนการมีอาวุธ เข้าป่าเราก็ไม่กลัว
กลอนไพเราะมาก มองเห็นน้ำใจ ที่ประพรมด้วย กลิ่นหอมจากดอกไม้ น่าชื่นใจ เหมือนทุกยามที่พี่ได้เห็นบทความของคุณเบิร์ด แล้วชุ่มชื่นหัใจค่ะ
ขอบคุณที่รักหมออนามัยค่ะ
สวัสดีค่ะน้องสุมิตรชัย
ปัจจุบันพี่ก็ไม่ได้ค้างที่สถานีอนามัยแล้ว เพราะน้องๆ เขาอยู่เต็มหมดทุกบ้าน เป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ เราก็จะประคับประคอง ไม่ให้อุดมการณ์ เขาพร่องไปค่ะ ตอนนี้น้องที่อนามัย ยังเด็ก เหมาะแก่การณ์ฝึกใจ ให้รักงานนี้ค่ะ
ร่วมกันปั้นแต่ง ให้เกิดบุคคล ที่ประชาชน ยังต้องการต่อไปค่ะ
สวัสดีครับ,
เห็นภาพชัดเจน ผมมีเพื่อนๆ น้องๆ ที่เป็นหมออนามัยหลายคน โดยเฉพาะ ที่อยู่กันตามดอย ผมเคยตามพวกเค้าเดินเท้าขึ้นไปค้างตามหมู่บ้านหลายครั้ง เพราะ หมู่บ้านอยู่บนดอยสูงต้องเดินขึ้นไปและไม่สามารถไปกลับได้ภายในวันเดียว ต้องนอนค้างตามศูนย์ กศน. หรือไม่ก็ต้องกางเตนท์นอนกันบนยอดดอยเลย
สวัสดีค่ะคุณรินทร์
มีเพื่อนเป็นหมออนามัยหรือคะ ดีจริง หมออนามัยตาม๓ ตามดอย เหนื่อยมากค่ะ ต้องหิ้วกระติกไปฉีดวัคซีน แล้วค้างบนดอย เช้าจึงกลับ ก็เคยได้ยิน ทำงานซึมซาบไปทั่วแผ่นดินไทยเลยค่ะ
อยู่ศรีราชาหรือคะ อาจมีโอกาสพบกัน
สวัสดีครับ พี่รุ่ง...
ไม่มีอะไรหนักใจเท่ากับ การต้องรับมือ กับอุบัติเหตุ หรือการตีรันฟันแทง โดยเฉพาะตามเทศกาลสำคัญๆ ใครเขาไปเที่ยว ปีใหม่ ตรุษจีน แต่หมออนามัยต้องอยู่ อยู่รับกับสถานะการณ์ร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในหมู่บ้าน ที่เหนือการคาดเดาเสมอ
......
เห็นภาพที่ชัดเจนมากครับ นั่นคือสถานการณ์จรงที่ผมเองก็คุ้นเคย แต่ต้องรวมถึงงานบุญประเภทมีหมอลำ, มีหนังกลางแปลง, ลิเก ด้วยนะครับ เพราะในบรรยากาศเหล่านี้ก็มีการยกพลตะลุมกันอยู่ถี่ไป จนราวกับดูเหมือนว่า มีงานเหล่านี้เมื่อไหร่ อพปร. , ต้องทำงานหนัก หมออนามัยเตรียมเปิดอนามัยรับการปฐมพยาบาล....
..........
หวังแต่เพียงว่าเทศกาลปีใหม่ปีนี้ อุบัติเหตุจะไม่พรากผู้คนไปอย่างมากมายก่ายกอง และหมออนามัยก็จะได้มีชีวิตในห้วงเทศกาลนี้กับครอบครัวอย่างเต็มที่
เรื่องทัศนคติของชาวบ้านที่มีต่อหมออนามัยก็เช่นกัน...
แทนที่จะเรียกว่าเจ้าหน้าที่ แต่ส่วนใหญ่เรียก "หมอ" ทั้งนั้นเลยนะครับ นั่นสะท้อนถึงคตินิยมของชาวบ้านที่ศรัทธา, ให้ความเคารพ หรือแม้แต่ความเชื่อถือที่มีอย่างมากมายต่อหมออนามัย...
ผมไม่แน่ใจว่าทุกวันนี้ แต่ละจังหวัดมีการสอบแข่งขันเข้าเรียนในหลักสูตรเหล่านี้หรือเปล่า พอจบแล้วก็ลงทำงานในสถานีอนามัยต่าง ๆ ....
ขอบคุณครับ
ในบทกวีของพี่ไพวรินทร์ ขาวงาม เขียนถึงการอุทิศตนและการมีจิตอาสาต่อสังคมไว้อย่างงดงาม (ประมาณว่า)
ตีนเมื่อเดินติดดินกลิ่นจะหอม
ในเมื่อยอมเสียสละสีจะขาว
มือเปื้อนดินจะปั้นดินเป็นดวงดาว
ใจเหน็บหนาวจะเคี่ยวหนาวเป็นเปลวไฟ
สวัสดีครับหมอ