เหตุผล แห่งการตัดสินใจ ที่หมออนามัยทุกคนยึดถือ ก็คือ มนุษยธรรม และการรักษาชีวิตคนไข้ เป็นหลักสำคัญ

  

นึกเห็นใจคำถามของผู้ที่ไม่เคยสัมผัส ชนบท จะไม่ทราบว่า สถานีอนามัยคืออะไร และยิ่งน่าเห็นใจมากขึ้นไปอีก กับผู้ที่ตอบคำถามให้ว่า สถานีอนามัยคืออะไร  จนทุกวันนี้ ผู้เขียนก็ยังไม่รู้เลยว่า มีคนเรียนให้ท่านผู้ใหญ่ที่ตั้งคำถามนี้ แล้วได้รับคำตอบว่าอย่างไร 

แต่น่าจะเป็นคำตอบที่ดี เพราะต่อมาหัวหน้าสถานีอนามัย ก็ได้รับการพิจารณา ให้ได้ระดับ ๖ และระดับ ๗

ชีวิตหมออนามัย มันพิสดารมาก บางครั้งก็ต้องเป็นครู สอนชาวบ้าน บางครั้งก็เป็นหมอสูติ คือทำคลอด บางครั้งก็หมอศัลยกรรม เย็บแผล และเป็นจิตแพทย์ ในวันที่เขามีความทุกข์ในใจ และที่สำคัญเป็นเภสัชด้วย ต้องอธิบายยากันแปดตลบในบางครั้ง กว่าจะเข้าใจการกินของบางคน

    ในบรรดาการทำงาน ไม่มีอะไรหนักใจเท่ากับ การต้องรับมือ กับอุบัติเหตุ หรือการตีรันฟันแทง โดยเฉพาะตามเทศกาลสำคัญๆ ใครเขาไปเที่ยว ปีใหม่ ตรุษจีน แต่หมออนามัยต้องอยู่ อยู่รับกับสถานะการณ์ร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในหมู่บ้าน ที่เหนือการคาดเดาเสมอ

  มีอยู่คราวหนึ่ง ราวเที่ยงคืน มีคนมาร้องเรียก ให้หมอเย็บแผลให้หน่อย พอลงไป ก็พบว่าคนไข้ ถูกเข็นมาด้วยรถไสสามล้อ คงนึกออกนะคะ รถเข็นผักเข็นของตามตลาดสด มีล้อหน้าหนึ่งล้อ ล้อหลังสองล้อ เวลาเข็นจะไปได้ช้าๆ ก็อกแกร็กๆๆๆๆ คนไข้รายนี้ ถูกนำส่งด้วยรถฉุกเฉินคันนี้

    เลือดที่ท่วมกาย ตั้งแต่ศีรษะ จรดปลายเท้า เสื้อเปียกชุ่ม คนไข้คงเสียเลือดไม่ใช่น้อย แต่ยังแข็งใจนั่งตัวตรงให้เขาไสมา จากบ้านที่อยู่เชิงเขา ระยะทางกว่าจะมาถึงอนามัย ก็ราว ๓-๔ กม.

  เมื่อได้ตรวจคนไข้และสอบถาม ทราบว่าถูกฟันด้วยขวาน เพราะทะเลาะกันขณะกินเหล้า มิน่า ผู้เขียนก็กำลัง ระงับอาการคลื่นไส้ กับกลิ่นเหล้าผสมเลือดสดๆอยู่ บาดแผลฉกรรจ์ กระโหลกมีรอยบิ่นจากคมขวาน ยาวสัก๑๐ ซม. มีเลือดที่เริ่มแข็งตัวปกคลุมอยู่ เมื่อเริ่มทำความสะอาดแผล เลือดก็เริ่มรินไหล ผู้เขียนกลัวเขาจะเสียเลือดจนช็อค จึงตัดสินใจ ส่งต่อ บอกผู้ที่มาส่ง(เมาพอๆกัน) ให้ไปหารถ มาส่งคนไข้ไปโรงพยาบาล มิฉะนั้น อาจเสียเลือด ตายได้ และให้ไปเอกซเรย์สมองด้วย กระโหลกบิ่น ระหว่างรอการปรึกษา ผู้เขียนก็เริ่มเขียนหนังสือส่งตัว บันทึกอาการสิ่งตรวจพบเบื้องต้น และสิ่งที่ทำไปแล้ว พอจบก็ยื่นให้ญาติ

<h2>ทุกคนเงียบไม่รับหนังสือแต่ก็ไม่พูดอะไร สักครู่ คนไข้ก็เอ่ยปากเสียงดังฟังชัด ชัดจนทำให้ผู้เขียนต้องตัดสินใจใหม่ “ ผมจะยอมตายที่นี่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น เขาเข็นผมมาก็เพราะไม่มีรถยนต์ จะให้เขาเข็นต่อไปโรงพยาบาล ผมก็คงตายอยู่ดี”</h2>

   เท่านั้นเอง ผู้เขียนก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ลงมือ เอาชุดเย็บแผลออกมา เย็บแผล ไป ห้ามเลือดไปอยู่คนเดียว ไม่ทราบว่านานแค่ไหน กว่าจะเสร็จ รู้แต่ว่าเมื่อเสียงรถเข็นลับหูไป ผู้เขียนก็แทบจะยืนไม่ไหว ไหนจะเวียนห้วอย่างรุนแรงกับกลิ่นเหล้าผสมเลือด เมื่อขึ้นบ้านอาบน้ำเสร็จก็หลับเป็นตายจนสว่าง

</span><h2> </h2>

    ไม่ใช่เก่ง ไม่ใช่การอวดโอ้ แต่บางสถานะการณ์ก็ยากจะตัดสินใจ หรือผลักไส แต่เรายึดหลักแห่งเหตุผลเป็นหลัก ซึ่งเมื่อต่อมา ก็ได้สร้างนิสัยส่วนตัว ให้เกิดขึ้น เมื่อมีสถานการณ์ต่างๆ ต่อๆมา เราก็ใช้หลักการนี้ เหตุผล แห่งการตัดสินใจ ที่หมออนามัยทุกคนยึดถือ ก็คือ มนุษยธรรม และการรักษาชีวิตคนไข้ เป็นหลักสำคัญ

</span><h2>   เป็นเพียงบางเสี้ยวของประสบการณ์ที่ มาเล่าสู่กันฟัง อาจเทียบไม่ได้ กับหมออนามัยท่านอื่นๆ แต่ก็พอจะทำให้ เพื่อนๆ ในG2K รู้จัก คำว่าหมออนามัยเพิ่มขึ้น และคงจะได้รู้จักกันดีขึ้นไปอีกในบันทึกต่อไป</h2></span>