วันนี้ข้าพเจ้าได้มีเวลาพักผ่อนและทบทวนบางอย่าง จากการทำงานหลาย ๆ วันที่ผ่านมา มีบางประเด็นที่ข้าพเจ้าทำงานลงไปแล้วไม่ได้ใจใครบางคน ไม่รู้ว่าข้าพเจ้าจะเครียดอะไรหนักหนา
ว่างมาเมื่อมีการส่งต่อคนไข้ หรือ refer case ข้าพเจ้าก็ติดรถไปกับเขาและไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง คือ คนฉลาด แสร้งโง่ ก็เลยนำมาวิเคราะห์กับเราดูบ้างเผื่อจะได้อะไรขึ้นมา
การทำยุทธศาสตร์ของข้าพเจ้าได้นำทฤษฎีกับการแนวทางจากจังหวัดมากระจายสู่ชุมชนทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน
ผล ชุมชนมีส่วนร่วมแต่ไม่เสร็จสิ้นขบวนการทั้งหมด เพราะเรานำชุมชนมาให้ข้อคิดเห็นแต่ไม่ได้ร่วมทำยุทธศาสตร์ทั้งหมด เพราะเรากลัวไม่ทัน แต่จะนำยุทธศาสตร์ให้ชุมชนประชามติอีกครั้ง
เมื่อเราเริ่มขบวนการแปลงยุทธศาสตร์เป็นโครงการ เราเริ่มมีปัญหา บอกตามตรงว่า มีคนไม่เห็นด้วยกับเราสองสามท่าน ซึ่งล้วนแต่มีผลกระทบกับเราสูง เพราะถือว่าเป็นผู้บริหารทีเดียว
หนึ่งในนั้นเป็นวิทยาจารย์ เข้ากลุ่มกับเจ้าหน้าที่เราไม่ได้ ต้องแยกมาก่อนเพราะไม่ได้ร่วมคิดร่วมแรงตั้งแต่ต้น เขามาวิจารณ์การทำงานว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ทำให้กลุ่มรับได้บ้างรับไม่ได้บ้าง เพราะคำรุนแรง "จังหวัดนี้เขาเก่งทำยุทธศาสตร์ แต่ผลงานไม่ได้เรื่อง" รุนแรงทีเดียว
อีกท่านเป็นวิทยาจารย์เหมือนกันแต่ลาออก ท่านเป็นหนึ่งในขบวนการ ท่านมีแนวคิดแตกต่างจากกลุ่มแต่ไม่แสดงออก เพราะท่านเป็นผู้น้อย อ่อนน้อมถ่อมตน
ผลสรุปทั้งสองท่านเข้าหาผู้บริหารสูงสุด ทำให้เราต้องทำยุทธศาสตร์ รพ.ใหม่ ข้าพเจ้าไม่ได้โต้แย้ง แต่สนับสนุนให้ทำ ขอบคุณที่ท่านแนะนำและหวังดี
โง่หรือเปล่าหนอ ?
วันนี้ข้าพเจ้าได้แนวคิด คนฉลาด แสร้งโง่ (อันนี้ไม่ได้เข้าข้างใคร) มาวิเคราะห์ให้ฟังเล็กน้อย
ตามสัญชาตญาณ คนเราต้องการสนองความพอใจแก่ตนเอง โดยยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง มักทำให้คนอื่นไม่พอใจ การทำตามอำเภอใจ มีแต่จะทำให้คนอื่นเกลียดชัง เพราะฉะนั้น เราต้องใช้ "สติ"ควบคุมตัวเอง การควบคุมตัวเองก็คือการแตะเบรกความต้องการ คือ การใช้ "สติ"ข่มความต้องการ เช่น อย่าหลงตัวเอง อย่าอวดฉลาด ชกต่อย ฯลฯ
การข่มความต้องการนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความต้องการมักเพิ่มความร้อนแรงเมื่อเกิดอารมณ์หงุดหงิด หากไม่ได้ฝึกฝนวิธีแตะเบรก ความต้องการมาอย่างดีแล้ว ก็จะตกอยู่ในภาวะไม่สามารถแตะเบรกความต้องการอย่างทันท่วงที เพราะความต้องการเป็นลักษณะของการถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง จึงมักรู้สึกไม่พอใจและโมโหโกรธาการกระทำของคนอื่นอย่างฉับพลันรุนแรง นี่คือความเอาแต่ใจ"มึงผิด กูถูก"เมื่อพฤติกรรมถูกอารมณ์ความรู้สึกนี้ครอบงำ ก็ทำให้คนอื่นเกลียดชัง เพราะฉะนั้น ขณะที่เราพบว่าตัวเองกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ขอให้ถามตัวเองว่า
"ผมรู้แน่ชัดว่าคุณเป็นคนเฉลียวฉลาด แต่ตอนนี้ลองแสร้งโง่บ้าง ฟังดูว่าคนอื่นเขามีความคิดเห็นอะไร ดีไหม? "
ขอขอบคุณ ส่วนหนึ่งจากบทความ คนฉลาด แสร้งโง่
ของ อิบูคิ ทาคาชิ
สวัสดีครับ คุณพยาบาล เพชรน้อย
ขอให้กำลังใจให้หายจากความเครียดนะครับ :)
สวัสดีครับคุณเพชรน้อย
คนฉลาดต้องโง่เป็นด้วยครับ
ตอนผมเป็นผู้บริหาร ผมก็ต้องแกล้งโง่บางเรื่อง แต่บางครั้งก็ต้องแสดงให้เขารู้ว่าเรารู้ และก็เตือนว่าอย่าทำในสมัยที่ผมเป็นอัยการจังหวัดแต่ทีนี้เขาก็ยังนึกว่าเราโง่ มีการทุจริตเกิดขึ้นผมจึงต้องรายงานผู้บังคับบัญชา เพิ่งทราบเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่าถูกไล่ออกจากราชการไปแล้ว นึกๆแล้วว่าเราแกล้งทำโง่มันนึกว่าโง่จริงก็เลยต้องแสดงความฉลาดให้เห็นเหมือนกัน เฮ้อ...
สวัสดีคะ ท่าน wasawat Deemarn
และท่านอัยการชาวเกาะ ที่ได้แนะนำ
สงสัยคง แสร้งโง่ อย่างรู้เท่าทันต่อไปนะค่ะ