ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก
เศรษฐกิจพอเพียงอาจเป็นคำพูดที่สายไปหรือไม่  กับ พ.ศ. 2551 สำหรับคนบางคน  คนบางกลุ่ม แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่ไม่มีคำว่าสายเกินไปแน่นอน  สำหรับผู้ที่ต้องการหลุดพ้นวงจรความไม่พออยู่พอกิน  หรือความยากจน  โดยเฉพาะเกษตรกรที่ยังมีที่ดินเป็นของตนเองอยู่ แม้จะมีเล็กน้อย เพียง  1  งาน  1  ไร่ หรือแม้แต่บริเวณบ้านเพียง  2 - 3  ตารางเมตร ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเข้าสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงโดยการปฏิบัติจริง  โดยเริ่มจากการปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ตัวเองปลูก  ก็จะสามารถลดรายจ่าย ในด้านอาหารของครอบครัว ได้กินอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างมั่นใจในความปลอดภัน เป็นความภาคภูมิในการเริ่มต้นสู่เศรษฐกิจพอเพียง  ดังคำปราชญ์ที่ว่า  ปลูกเพื่ออยู่เพื่อกิน  เหลือกินแจก  เหลือแจกขาย  ดีกว่าที่จะดิ้นรนหาเงินให้ได้เยอะ ๆ แต่รายจ่ายก็เยอะ ลงทุนเยอะ  สรุปคือ  ไม่มีเงินเหลือมีแต่หนี้สิน  ปราชญ์จึงพูดว่า  หาเงินหลายดีกว่าหาเงินเหลือ  ควรหารายเหลือ  ดีกว่าหารายได้  ได้วันละบาทดีกว่าขาดวันละร้อย  สรุปเศรษฐกิจพอเพียงตามความคิดของข้าพเจ้า  จึงไม่ใช่การท่องบ่น ไม่ใช่การทำแต่ความเข้าใจ  แต่ต้องเริ่มที่ตัวเรา  คนใกล้ตัวเรา  ครอบครัวเรา ที่จะนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันจริงจนเป็นนิสัยแล้วพูดให้คนอื่นฟัง  ทำหรือปฏิบัติให้คนอื่นดู  อยู่อย่างมีความสุขให้เห็น  สงบเย็นให้สัมผัส  เพราะการเป็นตัวอย่างที่ดี  มีค่ามากกว่า 1,000  คำสอน  เศรษบกิจพอเพียง  พูดง่าย  แต่ทำยากใช่ไหม  ไม่ยากหรอก แต่มันต้องฝืนความเคยตัวที่เราติดความสะดวกสบายมานาน ไม่ได้ถูกปลูกฝังความยากลำบาก ฝืนได้กำไรตามใจขาดทุน คนจะทำดีได้  ต้องฝืนตัวเองได้ เหมือนปลาเป็นต้องว่ายทวนนำ .............