ทวนสักนิ๊ดนะคะ ตอนนี้เรายังย่ำอยู่ใน หมวด ๒ ของ พ.ร.บ. มน. และ พ.ร.บ. ม.มหิดล หมวดนี้มีชื่อว่า การดำเนินการ
สำหรับ พ.ร.บ. มหิดล หมวดดำเนินการจะสิ้นสุดที่ มาตรา ๒๗ (ตามบันทึกนี้) แล้วจะไปขึ้น หมวด ๓ การบริหารงาน เป็นมาตราที่ ๒๘
แต่ พ.ร.บ. ของ มน. จะไม่มีหมวดบริหารงาน โดยสาระของการบริหารงานจะรวมอยู่ในหมวด ๒ ไล่เรียงต่อกันต่อไป
ดังนั้น เพื่อให้สะดวกในการเทียบเคียง บันทึกนี้ ดิฉันขอนำเสนอมาตรา ๒๕ ของ พ.ร.บ.มน. แบบกระโดดข้ามมาตราซึ่งไม่ต่อกับบันทึกเดิมนะคะ (ที่จริงต้องต่อ มาตรา ๒๑) และขอสัญญาว่า จะพยายามเรียงร้อยมาตราให้เป็นลำดับได้ในที่สุดค่ะ
พ.ร.บ. มน. |
พ.ร.บ.มหิดล |
||
| มาตรา ๒๕ | ให้มีสภาอาจารย์เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่ออธิการบดีเกี่ยวกับกิจการด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัย รวมทั้งเสริมสร้างด้านจรรยาบรรณ และคุณธรรมของอาจารย์ของมหาวิทยาลัย ให้มีสภาเจ้าหน้าที่ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและเสนอแนะต่ออธิการบดี และทำหน้าที่อื่นที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย องค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติ การได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุมของสภาอาจารย์และสภาเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย |
มาตรา ๒๖ | ให้มีสภาคณาจารย์ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งเป็นคณาจารย์ประจําของมหาวิทยาลัย จํานวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดํารงตําแหน่ง และการพ้นจากตําแหน่งของสมาชิกสภาคณาจารย์ ตลอดจนการประชุมและการดําเนินงานของสภาคณาจารย์ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย |
| มาตรา ๒๗ | สภาคณาจารย์มีอํานาจและหน้าที่ ดังนี้ (๑) ให้คําปรึกษาแนะนําแก่สภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ในกิจการของมหาวิทยาลัย (๒) เสนอแนะข้อคิดเห็น คําแนะนํา และให้คําปรึกษาแก่ สภามหาวิทยาลั ย และอธิการบดี เกี่ยวกับมาตรฐานและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย รวมทั้งการกํากับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณดังกล่าว ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย (๓) เสนอแนะข้อคิดเห็น คําแนะนํา และให้คําปรึกษาแก่สภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีเกี่ยวกับการพัฒนาคณาจารย์ทางด้านทักษะแห่งวิชาชีพคณาจารย์ (๔) ติดตามและประเมินผลการพัฒนาคณาจารย์ ในมหาวิทยาลัยทางด้านทักษะแห่งวิชาชีพคณาจารย์ (๕) เชิดชูและผดุงเกียรติคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยห้รืออธิการบดีมอบหมาย |
ข้อสังเกต
- การที่ พ.ร.บ. มหิดล จัดให้บทบาทของสภามหาวิทยาลัย และสภาอาจารย์ อยู่ในหมวดที่ ๒ "การดำเนินการ" อาจเป็นเพราะ อยากจะให้สภามหาวิทยาลัย และสภาอาจารย์ เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เชิงนโยบาย กำกับ ดูแล ติดตาม และประเมินผล ไม่ใช่หน่วยงานในระดับลงมือบริหารงานเอง
- พ.ร.บ. มน. กำหนดให้มีทั้งสภาอาจารย์ และสภาเจ้าหน้าที่ นับเป็นการจัดระบบบริหารแบบมีส่วนร่วมได้ดี
เพียงแต่ อำนาจหน้าที่ของสภาเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าให้คำปรึกษาและเสนอแนะต่ออธิการบดี เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง ?? อันที่จริง อาจล้อตามของสภาอาจารย์ก็ได้มังคะ เพียงแต่เปลี่ยนคำว่าอาจารย์เป็นเจ้าหน้าที่ ก็เท่านั้นเอง - ในเมื่อ สภามหาวิทยาลัย มีประธานสภาอาจารย์ เป็นกรรมการอยู่ด้วย ก็สมควรแล้วที่ ประธานสภาอาจารย์จะได้นำ ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น คําแนะนํา จากสภาอาจารย์ ไปบอกต่อแก่ สภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี ดังนั้น ใน พ.ร.บ.มน. สภาอาจารย์ต้องทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อ สภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ไม่ใช่ต่ออธิการบดีเท่านั้น
- ใน พ.ร.บ. มน. กำหนดให้สภาอาจารย์มีหน้าที่เสริมสร้างด้านจรรยาบรรณ และคุณธรรมของอาจารย์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องลงมือบริหารจัดการ ไม่เหมือนกับ พ.ร.บ.มหิดล ที่เพียงแต่กํากับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ ตามที่สภาคณาจารย์ได้เสนอแนะข้อคิดเห็น คําแนะนํา และให้คําปรึกษาแก่ สภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี ไว้แล้วเท่านั้น
ดิฉันเห็นว่า สภาอาจารย์ไม่น่าที่จะเป็นหน่วยงานลงมือเอง เพราะจะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานด้านพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย และอาจมีปัญหาด้านงบประมาณ - การกำหนดอำนาจหน้าที่ของสภาคณาจารย์ ของ พ.ร.บ. ม.มหิดล มีความละเอียดครอบคลุมดี ไม่เพียงแต่เรื่องจรรณยาบรรณ แต่ยังรวมถึงเรื่องพัฒนาคณาจารย์ทางด้านทักษะแห่งวิชาชีพคณาจารย์ และเชิดชูและผดุงเกียรติคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยด้วย
ถ้า พ.ร.บ.มน. กำหนด เพิ่มเติม ก็จะได้เพิ่มเป็น 2 เท่า เพราะจะรวมถึงเจ้าหน้าที่ด้วย