เรื่องเล่าจากเกาหลี : กิมจิ..กิมจิ..ตอนที่ 11 บ่นๆ ชมๆ คนเกาหลี (จบล่ะ)


สิ่งที่ไม่ประทับใจก็มีครับ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็ทำให้ความงดงามของประเทศถูกลบความสำคัญลงไป เพราะไปเสียความรู้สึกกับคนบางกลุ่มที่แสดงออกกับนักท่องเที่ยวที่ไม่ดีมากนัก ขอบ่นเลยละกันนะครับ เอาหลายๆ กรณีมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้เพื่อนๆ บางคนที่อาจจะไปเกาหลีได้ทำใจไว้ก่อน

4 วันในเกาหลี ทำให้เราเข้าใจ และรู้จักคนเกาหลีใต้มากขึ้นครับ ว่าจริงๆ แล้วชีวิตจริงและการรับรู้ผ่านซีรี่ส์เกาหลีนั้นมันสุดแสนจะแตกต่างกันแค่ไหน

สิ่งที่ผมประทับใจประเทศเกาหลี คือ ความสะอาดสะอ้านของประเทศที่แตกต่างจากประเทศไทยมากครับ ที่สำคัญคือ บรรยากาศประเทศเกาหลีดีมากครับ อากาศกำลังเย็นสบาย และมีฤดูที่หลากหลาย นี่เป็นทุนที่สำคัญของประเทศเกาหลี

สิ่งที่ไม่ประทับใจก็มีครับ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็ทำให้ความงดงามของประเทศถูกลบความสำคัญลงไป เพราะไปเสียความรู้สึกกับคนบางกลุ่มที่แสดงออกกับนักท่องเที่ยวที่ไม่ดีมากนัก ขอบ่นเลยละกันนะครับ เอาหลายๆ กรณีมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้เพื่อนๆ บางคนที่อาจจะไปเกาหลีได้ทำใจไว้ก่อน

เพื่อนร่วมทัวร์คนหนึ่งเล่าให้ฟังครับว่า ระหว่างที่เดินเข้าไปซื้อสินค้าลดราคาที่ร้านค้าแห่งหนึ่งที่บริเวณชินชอน ย่านใจกลางกรุงโซล สงสัยเพื่อนผมจะเลือกนานไปหน่อยครับ พนักงานขายเลยทำปากจิ๊จ๊ะสายตาออกแนวขับไล่ แต่ตอนนั้นเธอก็ไม่เข้าใจพฤติกรรมนี้หรอกครับ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นปฏิกริยาของคนทำธุรกิจค้าขาย

อีกกรณีแม่ค้าขายผลไม้ กระชากผลไม้ออกจากมือเอาไปวางไว้ที่เดิม เหตุเกิดเพียงนิดเดียวครับ นั่นคือ ระหว่างที่กำลังจะซื้อผลไม้ที่เขามีการจัดไว้เป็นกองๆ บางลูกก็ช้ำบ้างดีบ้าง เมื่อเราเจอลูกช้ำเราก็ต้องขอเปลี่ยน เป็นเรื่องธรรมดาครับ ลูกแรกเขาก็ให้เปลี่ยนครับ แต่พอดูไปดูมาเห็นช้ำอีกลูกก็ขอเปลี่ยนอีก ทั้งที่ใส่ถุงพลาสตืกแล้ว สิ่งที่ไม่คาดคิด คือ แม่ค้าดึงผลไม้จากมือกลับไปวางไว้ที่เดิม สร้างความตกตะลึง ด้วยความไม่คาดคิดว่าจะมีกรณีเช่นนี้ด้วย

สรุปว่าเรื่องนี้เราก็เม้าธ์กันบนรถ พบว่าทุกคนเจอลักษณะคล้ายๆ กันหมด ส่วนผมเองก็ประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกันครับ ระหว่างที่เรากำลังหาร้านขายถุงเท้าอยู่นั้น ก็เห็นพ่อค้าขายรองเท้า วัยราว 50 ปี เชื้อเชิญเราเข้าไปดูสินค้า ผมก็เข้าไปเลือกต่อราคาครั้งเดียวแต่ก็ต่อไม่ได้ครับ เขาไม่ยอมลด ระหว่างที่กำลังตัดสินเลือกสีถุงเท้าอยู่นั้น พ่อค้าก็เดินเข้าออกร้านท่าทางหงุดหงิด ผมก็สังหรณ์ใจอยู่แล้วครับ ว่าอาจจะโดนเหมือนที่เพื่อนๆ โดนกันแน่ๆ

“OK” พ่อค้าตะคอกผม 2-3 ครั้ง แต่ว่าพูดเสียงดังเฉยก็ไม่ใช่ครับ เพราะหน้าตา และชี้ไม้ชี้มือให้ออกไปจากหน้าร้าน อยากจะชกหน้าสักยกก็อยากครับ แต่นี่ไม่ใช่ประเทศเรา หรือหากจะด่าก็ไม่ใช่นิสัยเรา ก็เลยต้องเดินออกจากร้านแบบไม่ซื้อ ทั้งที่กำลังควักกระเป๋าอยู่แล้วเชียว

ส่วนที่ประทับใจชาวเกาหลีก็มีเหมือนกันครับ

ตอนทีพักอยู่ที่ Casa Ville Hotel ย่านชินชอน กรุงโซล ผมก็เดินเที่ยวๆ ไปทั่วครับ แบบไม่รู้ว่าเดินไปไหนบ้าง แต่อยากจะเดินครับ แต่เจ้ากรรมตอนจะกลับโรงแรมนี่ซิครับ ไม่รู้ว่าจะกลับยังไงดี สรุปง่ายๆ ว่าหลงครับ ก็เลยต้องถามทางกับชาวเกาหลี คนแรกที่เราไปถาม เป็นผู้หญิงชาวเกาหลีคนหนึ่ง แต่ก็สื่อสารกันไม่ได้ครับ เพราะเธอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

ผมก็เลยต้องเปลี่ยนคน ไปถามเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ฟังซาวด์อะเบ้าอยู่ครับ แต่เขาก็เอาหูฟังออก แล้วก็ถามว่าจะให้ช่วยอะไร ผมก็บอกไปว่า กำลังหลงทาง และจะไปที่โรงแรม เขาก็เห็นชื่อโรงแรมแล้วคงไม่รู้จัก แต่เลยไปดูที่แผนที่ด้านหน้าทางลงสถานีรถใต้ดิน แต่ก็ไม่พบ แล้วเขาก็หันมาที่เรา และบอกว่าเขาไม่รู้จักจริงๆ ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรครับ แล้วเขาก็ขอตัวไป แต่ผมก็ยังดูๆ อยู่ว่าเราอยู่ตรงไหนนะ

ระหว่างที่หมดหวัง เพราะคิดว่ามันไม่ไกลนัก แต่ไม่รู้อยู่ทิศไหน สักพัก ก็มีใครคนหนึ่งมาสะกิด แล้วบอกขอโทษ

“คนเมื่อกี้นี่เอง” ผมนึกในใจ เขาบอกว่าเขารู้แล้วว่าอยู่ไหน แล้วเขาก็พาเดินไปแล้วชี้ให้ดูตึกว่า

“นั่นไง ตึกที่ 2 ที่สูงไงนะ” เขาบอกผม

พวกเราก็ยิ้มและกล่าวขอบใจ เขาก็บอกไม่เป็นไร ท่าทางสุภาพมาก และถามว่ามาจากไหน ผมก็บอกจากประเทศไทย เขาก็หันมายิ้มแล้วบอกยินดีที่ได้ช่วยเหลือ พวกเราทักทายกันแล้วก็แยกย้ายกลับครับ แถมเขายังเดินกลับมาบอกว่า คุณเดินข้ามถนนโดยใช้ทางลงของรถไฟใต้ดินจะดีกว่าการเดินข้ามถนนนะครับ

เรียกว่าประทับใจมากครับ เป็นความประทับใจในความไม่ประทับใจ (อ่านแล้วงง)

แต่ก็นั่นแหละครับ แต่ละสังคมก็ดีทั้งดีและไม่ดี เลือกเอาละกันนะครับ

คำสำคัญ (Tags): #korea
หมายเลขบันทึก: 155332เขียนเมื่อ 22 ธันวาคม 2007 11:30 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 02:01 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี