งานพัฒนาชุมชน/งานส่งเสริมการเกษตรที่ผ่านมา ดูจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ เรามองว่าประสบผลสำเร็จ เพราะเกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น ที่สิ่งที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวคือ ความยากจนของพื่น้องเกษตรกรมีมากขึ้น กระจายตัวหรือจำนวนมากขึ้น มีปัญหาอื่น ๆ ตามมามากมาย คนที่พออยู่พอกินตามอัตภาพ เมือ 20 ปี ที่แล้ว ต้องมาไม่พออยู่พอกิน อันเนื่องมาจากการเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ของนักพัฒนาและนักส่งเสริม จนมีหนี้สินล้นพ้นตัว ล้นหมู่บ้านชุมชน เหตุเกิดเพราะอะไร หรือว่าเพราะ......พวกเราราชการ ภาคีพัฒนา ใส่ ใส่ และ ใส่ ยัด ยัด ยัด ยัด ชี้ ชี้ ชี้ ต้องทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ จึงจะได้มาก จึงจะรวย โดยไม่ได้คำนึง ความสอดคล้องกับศักยภาพและทรัพยากรของชุมชน ไม่เป็นความต้องการหรือความประสงค์ของชุมชนอย่างแท้จริง เป็นการระเบิดจากภายนอก ไม่ใชระเบิดจากภายใน หนีแนวทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้ศักยภาพของเขาเอง ตามแนวทางการพัฒนาที่ว่า
ไปสู่ อยู่กับเขา เฝ้าฝึกฝน อุทิศตนช่วย อำนวยการวางแผน....
และ เพิ่มเติมประเด็นในสิ่งที่เขารู้ เชิดชูในสิ่งที่เขามี พรั่งพร้อมดีมีสาขา เตรียมมาเป็นแบบแผนใช้ ใช่บรรเทาเฝ้าปลดเปลื้อง ประเทืองปัญญามหาชน ฝึกฝนโดยการกระทำ สอนยำด้วยการปฏิบัติ....
ที่ผ่านมาเราเอาความต้องการของเราเป็นตัวตั้ง.... หรือเอาความต้องการของชุมชนเป็นที่ตั้ง
เราพัฒนา/ส่งเสริมจากเขา จากมีอยู่มีกินอย่างพอเพียง จนยากจน
จากไม่รู้จักหนี้สิน จนมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขายทั้งนา ทั้งบ้านก็ใช้ไม่หมด
จากเคยมีที่นา จนไม่มีนาทำกิน แม้แต่บ้านก็จะถูกขายทอดตลาด..
มันอะไรกัน .......เกษตรกรกระดูกสันหลังไทย