ปราศรัยสุดท้าย นโยบายไม่ต้อง


บทวิพากษ์ ในภาพสะท้อนจากคำปราศรัยของนักการเมืองไทย ก่อนการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 ด้วยมุมมองคำถาม ถึงอนาคตและความหวังของสังคมไทย ประชาชนไทย และประชาธิปไตยของประเทศไทย ในท่ามกลางความหวัง และความใฝ่ฝันถึงสังคมที่ดีของเมืองไทย และคำถามว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังทำสิ่งใด ต่อแผ่นดินนี้

ปราศรัยสุดท้าย นโยบายไม่ต้อง

อ้างอิง - ภาพ http://www.oknation.net/blog/kokoyadi

พอโค้งสุดท้ายการเมืองเริ่มต้น

เราก็ยิ่งได้ยินเสียงท่านนักการเมืองชัดขึ้น

แม้เขาเหล่านั้นจะเสียงแหบแห้งพร่ามัวเลอะเลือน

แต่เสียงปราศรัยสุดท้ายของประดานักการเมืองไทย กลับชัดเจนมากขึ้น เมื่อยามวันศุกร์ต่อเสาร์ปรากฎตัว เหมือนเรื่องราวกำลังใกล้สู่บทสรุป และบทพิสูจน์สำคัญของความพยายามทางการเมือง จากคำเสกสรรปั้นแต่ง คำโกหกมดเท็จ คำจริงความลวง คำฉ้อฉล และเรื่องราวมากมายจากปากนักการเมืองไทย

รับรู้เสียงปราศรัยสุดท้ายเหมือนแสงสุดท้ายของวัน

แสงสุดท้ายที่จะสว่างวาบในช่วงนาทีท้าย

ก่อนจะลับขอบฟ้าไปพร้อมวัน

แสงสุดท้ายที่ทำให้ใครหลายคนเฝ้ารอชม นั่งรอคอย และเฝ้ามอง หรือกระทั่งบันทึกภาพแห่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เหมือนชมมโหรีวงใหญ่กำลังเริ่มต้นเริงรำ บรรเลงเพลงสุดท้ายปิดฉากความยิ่งใหญ่ เสมือนหนึ่งนางแบบทอดน่องดุจราชินี เดินกรุยกรายชุดท้ายสุดของความยิ่งใหญ่แห่งฟินาเล่ คำปราศรัยสุดท้ายก็แทบไม่ต่างกัน สำหรับการปิดฉาก

คำปราศรัยจากเวทีใหญ่ปิดท้าย

พร้อมสงครามน้ำลายที่งัดกันมาตบประเด็น

พลพรรครักเอยมิตรการเมืองคนรักใคร่ชอบพอมาถ้วนหน้า

ทั้งเพื่อให้กำลังใจกันและกัน ทั้งเพื่อรอฟังเรื่องราวของเด็ดคำดี คำด่าแทงใจดำ หรือกระทั่งวาทีต่อยตีดุดันท้ายสุด ที่ปรารถนาและรอมานาน ว่าจะเผยหมัดเด็ดก่อนเสียงระฆังดังขึ้นมาเช่นไรบ้าง มีเรื่องราวใดยังคั่งค้างไม่พูดจา วันเวลาของเวทีปราศรัยครั้งใหญ่ท้ายสุดจะทำให้เห็นเป็นบุญตา เผยแต่ละสิ่งแอบซ่อนให้เราได้ตระหนักต่อน้ำคำ

ไม่ต้องมากมาย

สำหรับนักการเมืองไทย

ที่ยังไม่พยายามทำให้คนไทยพัฒนา

หลายประโยคหลายคำกล่าวจากหลายเวที พิสูจน์ตัวตนของนักการเมืองไทยได้ดี หากบันทึกเสียงจดคำจารึกเรื่องราว เราอาจพบเห็นคำตอบ เบื้องหลังคำกล่าวที่วนไปมาของนักการเมืองไทย ลำพังจะนำมาร้อยเรียงก็จะกลายเป็นมหากาพย์แห่งคำด่าทอตำหนิติเตียน มากกว่าจะแกะบทสรุปที่ดีออกมาได้

แต่ท้ายสุดของเวทีปราศรัยครั้งสุดท้าย

ล้วนมีวาระที่ชัดเจนแห่งชัยชนะ

เลือกพรรคการเมืองนี้เถอะ

ผลสุดท้ายของเรื่องราวที่นำพาเราให้เข้าใจ ในแต่ละกลเกมการเมือง วันนี้วันที่เราได้ยินคำปราศรัยสุดท้าย สิ่งที่เราพยายามอธิบายพร่ำเรียกร้องถามหาจากนักการเมือง กลับไม่ใช่เรื่องที่ควรได้ยินยล โค้งสุดท้ายที่นโยบายและความตั้งใจเพื่อจะนำประเทศไทยไปสู่ความรุ่งเรือง

ด้อยค่ากว่าการนำพาคุณทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศ

ด้อยราคากว่าจุดบอดของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ค่าน้อยกว่าบาดแผลของคุณสมัคร สุนทรเวช

ความฉิบหายแต่ครั้งอดีตของนักการเมืองมีราคามากกว่า ซึ่งแต่ละท่านต่างเคยดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลหลายคณะที่ผ่านมา คือเนื้อหาสาระสำคัญ มากกว่าการพูดถึงอนาคตอันยิ่งใหญ่สดใสของคนไทย ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากวิกฤตวังวนเช่นนี้ ทำเช่นไรคนไทย จะสามารถกลับมาภาคภูมิในวันสดใสได้ วันปราศรัยใหญ่แทบจะไม่มีความหวังอันเป็นจริงปรากฎขึ้น

 

ทำอย่างไรนักการเมืองไทย

จะพูดถึงความหวังที่มีวิธีการปฏิบัติ

มากกว่าวาดฝันให้เราท่านได้เพียงตบมือ

ถ้าเราทุกคนต้องการเพียงเท่านี้ ต้องการฟังน้ำคำและคำป้อยอของนักการเมือง เราก็คงมีชีวิตอยู่ท่ามกลางมนต์มายาแห่งนักการเมืองกันต่อไป ยังคงต้องวนเวียนและเวียนว่ายตายเกิด อยู่แต่ในวังวนการเมืองไทย ต้องอดทนและเจ็บช้ำน้ำใจอีกสักกี่ครั้ง ในแต่ละการกระทำของนักการเมือง

ต้องทนถูกนักการเมืองด่าทอสักเท่าใด

บ้านเมืองจะดีจะมีความหวัง

ก็พลันล้มฟุบลงไป

เท่าที่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองไทยปรากฎ ที่มีการเลือกตั้งรัฐบาลพลเรือน ได้มาแล้ว ก็เข้ามาโกงกิน กินไม่พอก็ด่าทอประชาชน หลังจากนั้นผู้คนก็ต้องลุกฮือมาขับไล่ ไล่ไม่ไปทหารก็เข้ามา เขามาก็ฉีกรัฐธรรมนูญ ฉีกเรียบร้อยก็ว่างเปล่าพร้อมข่าวคราวการตักตวง ตักไปพร้อมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง แล้วเราก็เริ่มเขียนวงจรใหม่อีกครั้ง

เช่นนี้หรือครับพี่น้อง

สำหรับเรื่องราวในแต่ละความหวัง

สำหรับข่าวคราวในแต่ละการรอคอยของคนไทย

เราต้องการรอคอยเพียงแค่รับทราบรับรู้ ตอนนี้วงจรกำลังวงเวียนไปมาในช่วงใด ท่ามกลางการเวียนว่ายตายเกิดของนักการเมืองไทย เท่านี้จริงจริงหรือครับพี่น้องคนไทย สำหรับความหวังในการมีชีวิตอยู่ ในผืนแผ่นดินแห่งนี้ ในท่ามกลางเรื่องราวความใฝ่ฝันและคาดหวังต่อชีวิตที่ดีกว่านี้

คุณภาพชีวิตคนไทยมีเพียงเท่านี้หรือไร

เราจึงต้องทนบาปเคราะห์จากนักการเมืองเหล่านี้

ต้องทนเห็นการย่ำยี คำโกหกหลอกลวง เห็นความบ้าบอ

สำหรับการรับรู้ในวันนี้ ท่ามกลางค่ำคืนแห่งเวทีปราศรัยใหญ่ เสียงจิกกัดด่าทอกันยังไม่เท่าไรครับ ยังไม่พอเสียดแทงใจในท่ามกลางความมึนชานี้ได้ แต่ผมกลับสะท้อนใจถึงโอกาสของประเทศไทย โอกาสของแผ่นดินไทย ที่กำลังถูกฉกฉวยจากนักการเมืองเหล่านี้ และหายวับไปกับตา

พวกเขากำลังดูดกินความหวังของชาติ

วันนี้พวกเขาทำมากกว่าการสูบเลือดสูบเนื้อคนไทย

สิ่งที่ผมรับรู้มานั้น คือความเลวร้ายอย่างที่สุด

เพราะพวกเขาดูดกินความฝันของคนไทย

 

หมายเลขบันทึก: 155328เขียนเมื่อ 22 ธันวาคม 2007 11:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 22:05 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี