GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

หมู่บ้านธุรกิจทรงเจ้า

ต่องปะโยง เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ห่างจากเมืองมัณฑะเลไปทางเหนือราว ๒๐ กิโลเมตร พม่ามีตำนานเล่าว่า
ต่องปะโยง : หมู่บ้านธุรกิจทรงเจ้า

 

ต่องปะโยง เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ห่างจากเมืองมัณฑะเลไปทางเหนือราว ๒๐ กิโลเมตร พม่ามีตำนานเล่าว่า หมู่บ้านแห่งนี้เป็นถิ่นกำเนิดของเทพนัตสองพี่น้อง เชื้อสายแขกผสมพม่า ผู้เคยเป็นข้ารับใช้พระเจ้าอโนรธา นามว่า สองพี่น้องชเวพีญ ทั้งสองจบชีวิตลงด้วยพระเจ้าอโนรธาสั่งประหาร เหตุเพราะละเลยหน้าที่ขนอิฐคนละก้อนก่อพุทธเจดีย์นาม สมปรารถนา ณ บ้านต่องปะโยง และจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามทีชาวพม่าจำนวนไม่น้อยได้ให้ความสำคัญกับนัตทั้งสองนี้อย่างมาก โดยเฉพาะบรรดาร่างทรงนัตหรือนัตกะด่อ ต่างยกย่องนัตทั้งสองตนเป็นถึงนัตครู ทุกๆปี ทั้งร่างทรง สานุศิษย์ และผู้ศรัทธาต่างเดินทางมาจากทั่วสารทิศ เพื่อเซ่นไหว้บวงสรวงนัตสองพี่น้องชเวพีญ

 

ณ หมู่บ้านต่องปะโยงนี้ ปีหนึ่งๆกำหนดวันบูชาไว้ ๓ ครา คือ ช่วงขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ ของเดือนนัตด่อ (ตกราวเดือนธันวาคม) เรียก งานฉลองวันออกศึก ถือเป็นวันที่พระเจ้าอโนรธาและสองพี่น้องชเวพีญเริ่มยกทัพออกสู่เมืองจีน เพื่ออัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว ต่อมาในช่วงขึ้น ๑๐-๑๑ ค่ำ ของเดือนตะปอง (ตกราวเดือนมีนาคม) เป็นงานฉลองวันยกทัพกลับ ตำนานกล่าวว่าความตั้งพระทัยของพระเจ้าอโนรธาที่จะไปอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วมาจากเมืองจีนนั้นไม่เป็นผลสำเร็จ แต่พระองค์ก็ได้อัญเชิญพระมรกต มาแทน และอีกช่วงหนึ่งระหว่างวันขึ้น ๑๐-๑๕ ค่ำของเดือนวาข่อง (ตกราวเดือนสิงหาคม) เป็นงานรับไหว้ขมา งานนี้ถือเป็นเทศกาลไหว้นัตที่สำคัญและเลื่องลือที่สุดของลัทธิบูชานัตของชาวพม่า

 

อันที่จริงเทศกาลรับไหว้ขมานัตสองพี่น้อง กำหนดวันประกอบพิธีไว้เพียง ๖ วัน แต่ผู้คนจะเริ่มทยอยมาล่วงหน้าก่อนวันงานถึง ๘ วัน งานจึงเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๓ ค่ำ และหลังงานรับไหว้ขมาที่จัดในช่วงขึ้น ๑๐-๑๕ ค่ำ นั้น จะต่อด้วยงานฉลองและปิดทองรูปสลักนัตอีก ๗ วัน และจบด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระปริตในวันแรม ๘ ค่ำ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาล รวมวันงานบูชานัตต่องปะโยงทั้งสิ้น ๒๒ วัน ช่วงเทศกาลนี้ผู้คนจะมากันเนืองแน่นเป็นเรือนแสน เหล่าพ่อค้าแม่ค้าและบรรดาร่างทรงจะมารอนแรมปลูกร้านค้าและตั้งศาลกันก่อนวันงาน

 

ในช่วงเทศกาลบูชานัตสองพี่น้องแห่งต่องปะโยง ช่วงเดือนสิงหาคมนั้น หมู่บ้านต่องปะโยง ซึ่งเงียบสงบมาเกือบตลอดปีจะกลับฟื้นตัว กลายเป็นย่านธุรกิจที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทุกภาคของพม่า บ้างมาด้วยรถยนต์ บ้างมาโดยรถไฟ และบ้างเดินทางมาทางเรือ ตลอดเส้นทางจากมันฑะเลสู่ต่องปะโยงจะพบรถยนต์ เกวียน และพาหนะต่างๆบรรทุกผู้คนและสิ่งของ ทยอยตามกันมาไม่ขาดสาย หากเป็นรถไฟ ก็จะคับคั่งไปด้วยผู้โดยสารจนล้นขบวน มีทั้งนั่งบนหลังคาและห้อยโหนรอบตัวรถ ส่วนตามเส้นทางน้ำ ริมฝั่งอิรวดีจะมีเรือยนต์ เรือหางยาว และเรือแจว เข้าออกท่าน้ำต่องปะโยงตลอดเช้าจรดค่ำ ในช่วงเทศกาล หมู่บ้านต่องปะโยงจึงกลายเป็นชุมทางของผู้คนอันหลากหลาย มีทั้งผู้เซ่นไหว้นัต ร่างทรง พ่อค้าแม่ค้า คณะละครเร่ หนังเร่ หมอดู และผู้มาเที่ยวงาน อีกทั้งงานนัตต่องปะโยงยังเต็มไปด้วยหญิงประเภทสองและแม่ม่ายแม่ร้าง นอกจากนี้ยังมีนักการพนัน เหล่ามิจฉาชีพ และหญิงงามเมืองปะปนซ่อนเร้นอยู่ในงาน กล่าวกันว่าก่อนนี้งานต่องปะโยงเป็นงานที่ค่อนข้างไร้ระเบียบ มักเกิดเรื่องรุนแรงอยู่เสมอ ด้วยเต็มไปด้วยพวกขี้เหล้าเมายาและเหล่าหัวขโมย มาในระยะหลัง สภาพการณ์ดูจะดีขึ้นมาก ด้วยทางการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมากำกับดูแล

 

ในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลไหว้นัตดังกล่าว บริเวณงานจะมีปะรำทรงเจ้าอยู่มากมายร่วมหนึ่งพันแห่ง และวงปี่พาทย์พม่าราว ๗๐ วง มาชุมนุมกัน หมู่บ้านต่องปะโยงจึงมีเงินทองสะพัดสูง โดยเฉพาะในหมู่สินค้าอุปโภคบริโภคและการบริการ อาทิ ด้านการขนส่ง อาหารการกิน ที่พักอาศัย ค่าเช่าที่ดินตลอดจนเครื่องเซ่นบูชา แต่ละอย่างมีราคาสูงขึ้นมากกว่าปกติ อาทิ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๓๙ ที่ผ่านมา ค่ารถยนต์จากมัณฑะเลถึงต่องปะโยง ขึ้นราคาจากปกติเพียงแค่ ๑๐ จั๊ต กลายเป็น ๓๐-๘๐ จั๊ต ค่าจอดเรือที่ท่าน้ำก็มีราคาสูง เรือขนาดเล็กเสียค่าจอดถึง ๕๐ จั๊ต ขนาดกลาง ๑๕๐ จั๊ต และขนาดใหญ่ ๒๕๐-๓๐๐ จั๊ต ข้าวสารขึ้นราคาจากเดิม ปกติ ๑ ปยี (ราว ๘ กระป๋องนม) จะตกราคา ๔๐ จั๊ต ปรับเพิ่มเป็น ๗๐ จั๊ต น้ำมันพืช ๑ แซตา (ราว ๑๖๓ กรัม) ปกติราคา ๑๘ จั๊ต เพิ่มเป็น ๒๒ จั๊ต ไข่ไก่จากเดิมฟองละ ๘ จั๊ต เพิ่มเป็น ๑๐ จั๊ต เนื้อไก่ ๑ ปิตตา (ราว ๑.๖ กิโลกรัม) จากเดิม ๒๕๐ จั๊ต เพิ่มเป็น ๓๐๐ จั๊ต เหตุที่สินค้าต่างมีราคาสูงขึ้นในช่วงเทศกาลเป็นเพราะค่าขนส่งมีราคาแพงจากเดิม ประกอบกับผู้บริโภคมีมากผู้ขายจึงต่างขึ้นราคาตามความพอใจ

 

ในส่วนกิจการบ้านเช่า ร้านค้า และที่ดิน นับว่าคล่องตัวมาก ที่ดินแทบทุกตารางนิ้วในหมู่บ้านต่องปะโยงจะมีราคาค่างวดขึ้นทันที เจ้าของบ้านจะเปิดบ้านให้เช่า พื้นที่ว่างรอบบ้านจะถูกดัดแปลงก่อเป็นร้านแผงลอยหรือกั้นเป็นห้องให้เช่า บ่อน้ำในบ้านก็ให้บริการน้ำอาบ จนแม้แต่ส้วมในบ้านก็เปิดบริการหารายได้ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านในหมู่บ้านต่องปะโยงจึงมีรายได้พิเศษกันทั่วหน้าแทบทุกหลังคาเรือน ส่วนราคาค่าบริการดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นทุกปี อาทิ บ้านเช่า หากเป็นชั้นบน จะคิดราคา ๕,๐๐๐ จั๊ต ชั้นล่าง ๓,๐๐๐ จั๊ต หากเช่าทั้งหลัง จึงต้องจ่ายถึง ๘,๐๐๐ จั๊ต หากเป็นบ้านที่มีสภาพดีหน่อย จะคิดค่าเช่า ๑๐,๐๐๐ จั๊ต หากเช้าทั้งหลังจะตกหลังละ ๒๐,๐๐๐ จั๊ต หากเป็นเพิงพักชั่วคราว ขนาด ๕x๑๐ ศอก จะคิดค่าเช่า ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ จั๊ต ส่วนค่าบริการอาบน้ำบ่อ คิดค่าบริการคนละ ๕ จั๊ต และเก็บค่าบริการห้องน้ำครั้งละ ๓ จั๊ต สำหรับที่จอดรถ หากเป็นรถยนต์ จะคิดราคาวันละ ๑๐๐ จั๊ต หากจอดค้างคืนจะคิดค่าจอด ๑๕๐ จั๊ต ถ้าเป็นจักรยานยนต์ คิดคันละ ๕๐ จั๊ต และจักรยานคันละ ๒๕ จั๊ต

 

บนพื้นที่ว่างในหมู่บ้านต่องปะโยง ตลอดจนที่ว่างริมทางจะปลูกสร้างเป็นร้านค้าให้เช่า ราคาค่าเช่า นับว่าแพงพอควร อีกทั้งต้องมีการประมูลและทำสัญญาเช่าพื้นที่ จำแนกเป็นประเภทต่างๆ เช่น โรงละคร บ่ออาบน้ำ บ่อทิ้งขยะ ที่จอดรถ และร้านค้า ค่าเช่าพื้นที่ก็แพงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในปี ๒๕๓๕ ราคาค่าเช่าแพงขึ้นจากปีก่อนถึงเท่าตัว เช่น ราคาประมูลเช่าตลาดจากเดิมในปี ๒๕๓๔ ตกราคา ๓๐๐,๐๐๐ -๓๕๐,๐๐๐ จั๊ต เพิ่มขึ้นในปี ๒๕๓๕ เป็น ๖๐๖,๐๐๐ - ๗๐๕,๐๐๐ จั๊ต และแพงขึ้นเรื่อยๆ ในปีต่อๆมา จนถึงปี ๒๕๓๙ ราคาค่าเช่าตลาดมีราคาสูงถึง ๗๕๓,๕๐๐ - ๘๗๘,๘๐๐ จั๊ต หากเป็นพื้นที่สำหรับปลูกโรงละคร จะตกราคา ค่าเช่าราว ๑ แสนจั๊ต ค่าเช่าบ่อน้ำประมูลกันในราคากว่า ๔ หมื่นจั๊ต ค่าเช่าบ่อขยะมีราคาประมูลกว่า ๘ หมื่นจั๊ต ผู้ประมูลรายใหญ่มักจะเป็นนายทุนจากเมืองมัณฑะเล ย่างกุ้ง และอำเภอมัตตยา บางคนถึงกับมากว้านซื้อที่ดินที่ต่องปะโยง เพื่อปลูกศาลนัตหารายได้จากผู้ศรัทธาที่มาเซ่นไหว้นัต ความเชื่อนัตจึงก่อให้เกิดธุรกิจชุมชนที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านต่องปะโยง แรงงานท้องถิ่น พ่อค้าต่างถิ่น และผู้ประกอบพิธีนัต ขณะเดียวกันงานต่องปะโยงก็ส่งผลให้ราคาสินค้าในย่านมัณฑะเลแพงขึ้นได้ชั่วขณะ

 

วิรัช นิยมธรรม (อมูลจากวารสารธนะ เดือนกันยายน ๒๕๓๙ และวารสารชเวซีเซง เดือนตุลาคม ๒๕๓๙)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 15520
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)