<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">มี Blogger ที่ไม่ประสงค์ออกนามท่านหนึ่ง เข้ามาให้ข้อคิดเห็นผิดหวังในบันทึกของผมตรงๆว่า บันทึกของผมไม่เห็นมีสาระอะไรเลย ตามชื่อBlog Community based Research เขาคาดหวังความรู้ที่ฝานออกมาเป็นชิ้นๆ กล่องๆ ให้ได้เสพทันทีเหมือนสำเร็จรูปแบบที่เคย แต่ผมดันเขียนเรื่องราวฟุ้งไปหมด จากข้อเสนอแนะของเขาบอกว่าน่าผิดหวังเสียเหลือเกิน …เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และปัจจุบัน Blogger ท่านนี้ก็ปิดบ้านลบบันทึกออกไปจาก Gotoknow แล้ว</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">วูบแรกก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ผมมีความพยายามในการนำเสนอกระบวนการเรียนรู้ตามรูปแบบของผมเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม สร้างความผิดหวังให้ผู้เข้ามาเรียนรู้ แต่มาคิดทบทวนหลายครั้ง ไม่ว่าผมหรือผู้ที่เข้ามาให้ข้อเสนอแนะต่างก็ถูกผลักเข้ามาสู่กระบวนการเรียนรู้ เริ่มต้น และความหลากหลายแต่ละคนมีสูง ความคาดหวังจึงหลากหลายตามไปด้วย ดังนั้น การเขียนจึงเป็นที่ถูกใจบ้าง น่าผิดหวังบ้าง ตามแต่มุมมอง อยู่ที่เขาจะมีวิธีการคิด (model หรือ mind set) อย่างไร?? ซึ่งไม่เหมือนกันแน่ๆ คิดได้แบบนี้ก็สบายใจ ในเมื่อบันทึกเปิดสาธารณะ ผมย่อมต้องยอมรับความคิดเห็นสาธารณะด้วยเช่นกัน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="center">
</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ผมเคยคิดเขียนความรู้เป็นกล่องๆนั้นออกมาเหมือนกันครับ มันไม่เวิร์กเลยครับทั้งผมคนส่งสารและคนรับสาร ความคิดผมก็วนเวียนอยู่กับความคิดเดิมๆที่มีกรอบอันรัดตรึง ผมจึงคิดใหม่…ผมหยิบเอาประเด็นเรื่องราวต่างๆมาเขียน และให้มองในมุมกว้าง ให้เชื่อมร้อยกัน การเปิดใจ เปิดสมองของผมในครั้งนี้ ผมจึงมีความสุขในการเขียนมากกว่า และประเด็นที่เขียนก็โลดแล่น เป็นธรรมชาติ …ผมชอบผมจึงเขียน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ตามจริง การคิดแบบ Abstract แบบผมใช่ว่าจะฟุ้งจนจับสาระไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าการคิด Abstract สำคัญหากเราไม่มีการคิดแบบนี้ จะไม่สามารถถอดบทเรียน ไม่สามารถเห็นรูปแบบ (Pattern) การเปลี่ยนแปลง แต่เห็นป่าเพียงต้นไม้เป็นต้นๆ เห็นสัตว์เป็นตัวๆ เห็นคนเป็นปัจเจกแต่ไม่เห็นชุมชน สังคมใหญ่ ขาดการเชื่อมโยงสัมพันธ์ ผมคิดว่าระบบคิดเรามีปัญหาตรงจุดนี้ส่วนมากครับ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">อ่านบันทึกของ อ.หมอ สกลPhoenix ในบันทึก จิตตปัญญาเวชศึกษา 45: รู้อะไรรู้กระจ่างแต่อย่างเดียว (จะดีหรือ?) ทำให้ผมคิดถึงการเชื่อมโยง ตอกย้ำในสิ่งที่ผมคิด </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p align="left">....มีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ Knight in rusty armor โดย Robert Fisher ที่มีคนแปลเป็นไทยโดยคุณนรนาท เนรมิตนักรบ ในชื่อว่า "สุภาพบุรุษอัศวิน " มีอยู่ตอนหนึ่งที่อัศวินผู้กำลังอยู่ในพันธกิจ "แสวงหาสัจธรรม" ได้เข้าไปใน "ปราสาทแห่งความรู้่" ภายนอกปราสาทนั้นก็โอ่โถงเหมือนปราสาทธรรมดาๆทั่วๆไป แต่พอเข้าไปข้างใน ปรากฏว่า "ปราสาทแห่งความรู้นี้ มีเพียงห้องเดียว" เท่านั้น</p>
สาเหตุที่มีห้องเดียวก็เพราะว่า "ความรู้ที่แท้จริง นั้นเพื่อประโยชน์ของสรรพสิ่งในนิเวศน์" ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงถึงกันหมด ไม่ได้แบ่งแยกเป็นรายวิชา เป็นสาขา
....
</span></font><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“หมายความว่าอย่างไร (หรือ "ควร" จะหมายความว่าอย่างไร?) ในความเห็นของผม มันไม่จำเป็นจะต้องศึกษาเรื่องอะไรเป็นพิเศษ เพราะศึกษาเรียนเรื่องใดๆก็ตาม สุดท้าย ก็จะนำไปสู่ความจริงแท้แห่งความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงเสมอ (Interconnectedness)” </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p> </p>
</span><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ผมเขียนถึง การเติบโตของดอกไม้ดอกเล็กๆข้างทางเดินไม่มีใครสนใจ เพื่อนำไปเชื่อมกับศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของนักทฤษฎี ให้รู้ว่า ทุกอย่างคือเรื่องเดียวกัน - - -ด้วยเพราะทุกอย่างในโลกมันเชื่อมโยงไปหมด (Interconnectedness)นี่เป็นมิติคิดที่ผมคิดต่อจากเขียนมาระยะหนึ่ง </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ผมคิดว่าเป้าหมายของการเรียนรู้คือ การหลุดพ้นจากอวิชชา (ความไม่รู้) และ กระบวนการเป็นไปด้วยความอิสระ นั่นเป็นเป้าหมายของชีวิตเราเช่นกัน ตามหลักพระพุทธศาสนา ความรู้มีสองด้านเหมือนเหรียญ คือปัญญาทางโลกและปัญญาทางธรรม หรือโลกียปัญญากับธรรมปัญญา ถ้าเราสนับสนุนเฉพาะความรู้ทางโลก ขาดปัญญาทางธรรมก็ไม่ถึงเป้าหมายของชีวิต เพราะเป้าหมายของชีวิตอย่างที่ผมเขียนไว้คือ ความมี “อิสระ”</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เช่นเดียวกันกับการจัดการความรู้ หากเราติดกรอบมาก การจัดการนั้นมักจะไม่ยั่งยืน เพราะไม่สอดคล้องกับวิถีอิสระที่เป็นธรรมชาติ ผมเคยให้ความเห็น ในบันทึกท่านอาจารย์ ดร.ประพนธ์ ผาสุกยืด จำบันทึกไม่ได้ ถึงเป้าหมายของการเรียนรู้และชีวิตที่ผมเขียนมา ผมขอมองในมุมที่เพิ่มเติมว่า “การเรียนรู้นั้นมันกว้างใหญ่ไพศาลมากนัก เกินกว่าจะจำกัดขอบเขตความคิด เพราะเราต่างกัน หลากหลาย ทั้งทุนความคิด ความรู้ ประสบการณ์ การแบ่งความรู้ออกเป็นชั้นๆนั้นยากลำบากมากเช่นกันเพราะเราไม่ทราบขอบเขตว่า สิ่งไหนคือ ฝังลึก แฝงเร้น หรือ ภายนอก”</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal" align="center">
</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ใหม่ คือ “สิ่งมหัศจรรย์ยิ่ง” ของผม ไม่ว่าจะเป็นความรู้ประเภทใด(แฝง หรือ ไม่แฝง) ผมนำสิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นมาเชื่อมโยงกับความรู้เดิมของผม ให้เข้าใจเป็นภาพที่เห็นชัด เป็นผลึกผลทางปัญญาของผมที่เกิดขึ้นในทุกขณะ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ผมชอบคำว่า “การเรียนรู้ตามอัธยาศัย” การเรียนรู้ตามความชอบ ตามจริตที่ทุกคนมีรูปแบบเฉพาะ ไร้ขอบเขตใครกำหนด ใครใคร่รู้ก็ได้รู้ ใครใคร่เรียนก็ได้เรียน อิสระเสรีตามอารมณ์ตามธรรมชาติ ที่สอดคล้องกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์อย่างเราดังนั้นการเปิดโอกาสให้มนุษย์ทุกผู้ทุกนามเป็นเรื่องสำคัญ นั่นคือ “การยอมรับศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์” ในการเรียนรู้ สิทธิที่จะเลือกเรียนรู้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ผมตื่นเต้นกับการเรียนรู้ที่ไร้พรมแดนแบบนี้ และแน่นอนว่าความรู้ ความเห็น ทุกเรื่องทุกราวมีความหมายต่อผมมาก การเขียนบล็อกก็เช่นเดียวกันครับ…เป็นวิถีธรรมชาติของคนรักการแลกเปลี่ยนกับคนในสังคม ต้องการการยอมรับที่เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิทยาความต้องการขั้นพื้นฐาน เป็นวิถีของสัตว์สังคม</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">หากให้มี ชีวิต และ ชีวา เอามันทั้ง “แก่น” และ “กระพี้” ปล่อยให้คนเข้ามาอ่านเลือกเอง ตามใจชอบ สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนไม่มีค่า ไร้สาระกับอีกท่านหนึ่ง แต่เป็นขุมทรัพย์ของอีกคนที่เพิ่งค้นพบเลยทีเดียว</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ขอให้โลกของการเรียนรู้นี้สนุก มีความสุข มีชีวิต ชีวา เปิดใจให้กว้างและยอมรับความหลากหลายที่เราพบเจอได้เรื่อยๆ การสร้างสังคมความร็ก็เพื่อสร้างปัญญาให้กับคนในสังคม โดยต้องเป็นปัญญาสองด้าน เพื่อให้ชีวิตและสังคมอิสระจากอวิชา อัตตา และกิเลส สังคมเมืองไทยที่เป็นสังคมหลายนัครา ก็จะลดทอนเบาบางลง…นำไปสู่ความเป็น อิสระ เรียนรู้ และสมานฉันท์ ปรองดอง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“เปิดใจ” ก็เหมือนเปิดโลก เห็นจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ไม่มีสิ้นสุด </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">โลกของการเรียนรู้ขอเพียงแต่เปิดใจรับ ส่วนการสังเคราะห์ให้เกิดเป็นผลผลึกทางปัญญานั้นเป็นกระบวนการภายในตนอีกที…</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สิ่งนี้ก็แล้วแต่ทุนของแต่ละท่านแล้วครับ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ถอดบทเรียนเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา</p><p>ปาย,แม่ฮ่องสอน</p><p>จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร </p><p>๒๑ ธ.ค.๕๐ </p><p></p><p></p>
สวัสดีค่ะ คุณจตุพร ความรู้โดยมาอ่านโกทูโนเป็นครั้งแรกแล้วจะได้ความรู้เป็นความคาดหวังที่ไม่ค่อยผ่านการเรียนรู้ การอ่านบล็อกต้องค่อยเรียนรู้ค่ะ บางที คนเขียนเขียนเรื่องการท่องเที่ยว การเดินทาง คนอ่านบอกว่าไร้สาระ แต่สำหรับเรา เรากลับชอบอ่านบล็อกของคนที่เขียนเรื่องการเดินทาง เช่น บล็อกของคุณนารี เห็นถึงความสุขทางใจที่คุณนารได้รับจากการเดินทางแล้วมาแบ่งปันใหผู้อ่านค่ะ
บล็อกของคุณจตุพร ถึงเราจะไม่ค่อยเท่ามาอ่าน แต่เชื่อว่าอย่างน้อยเราได้เรียนรู้ว่าคุณจตุพรก็มีมุมมอง ที่อยากให้ผู้อ่านถอดบทเรียน ดีค่ะ แล้วขอให้กำลังใจด้วยค่ะ
สวัสดีครับ คุณ
berger0123
ตามจริงผมได้รับ Comment ที่ทำผมต้องถอดบทเรียนตัวเองมานานแล้ว และเขียนบันทึกนี้ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สำหรับผู้เข้ามาอ่าน
ในโลกการเรียนรู้นั้นผมเชื่อมั่นเสมอๆว่า บรรยากาศ สำคัญที่สุดครับ หากบรรยากาศเรียนรู้ที่ดี การเรียนรู้นั้นมักจะได้รับการสนใจ และเรียนรู้ตามวงล้อของการรู้ การสร้าง การใช้
การเขียนก็เช่นเดียวกัน
การเขียนเป็นศาสตร์และศิลปะ อย่างหนึ่งที่เราต้องฝึกฝน การเขียนงานวิชาการแล้วนำมาย่อยเพื่อนำเสนอผ่านรูปแบบงานบันทึกขนาดไม่ยาวมาก และได้ทั้งสาระพร้อมแก่นสารไปด้วย ยากยิ่งนัก
และทุกอย่างในโลกล้วนเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เขียนถึงสิ่งหนึ่ง เกี่ยวพันกับหลายๆสิ่งเสมอ ...เหมือนเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว แบบนั้น
ขออย่างเดียวครับ เรื่อง "ความเป็นอิสระ" เป็นทั้ง mean และ End ทั้งเรื่องของชีวิต และกระบวนการเรียนรู้
สิ่งไหนที่มีค่า...ขณะที่มีลมหายใจอยู่
จงก้าวเดินต่อไปเถอะค่ะ...
สภาวะที่เกิดขึ้นระหว่างทางเดินนั้น...
คือ การตรจสอบแห่งสภาวะจิตเรา...
(^_____^)
กะปุ๋ม
สวัสดีค่ะ
แวะเข้ามาชมการถอดบทเรียน
การเรียนรู้ไม่มีคำว่าสิ้นสุด
ยิ่งโลกนี้ไม่มีคำว่าไร้พรมแดน
เรายิ่งต้องแสวงหาความรู้เพื่อตอบความต้องการทางความคิด
บางครั้งความคิดเราผิดแผกจากคนอื่น เรากลายเป็นคนหลุดโลก หรือบ้าไป
แต่บางมุมมอง ถือเป็น "นวตกรรมทางความคิด"
ยินดีที่ได้เสพสุขทางอรรถรสทางบันทึกของ G2K
สวัสดีค่ะ อีกครั้งที่จะขออนุญาตบอกว่า จริงแล้วการเขียนที่ดี มันไม่มีขีดจำกัด ถ้าคนอ่านมัวแต่คาดหวังต้องเป็นเรื่องวิชาการเท่านั้นถึงให้สาระได้ ผู้อ่านคนนั้นคิดผิดค่ะ ต้องใจกว้าง เปิดโลกกว้างกับตัวเอง เรื่องบันทึก ขำขำก็มีสาระได้ค่ะ เช่น บล็อกของป้าแดง ขำขำแล้วแฝงไปด้วยข้อคิดค่ะ ป้าแดงไม่ได้เสนอสาระเป็นวิชาการโดนตรง แต่ใช้ข้อความและเรื่องเล่าสนุกมาถ่ายทอด แล้วให้ผู้อ่านมาขัดเกลา ถ้าคนอ่านเปิดใจก็จะได้สาระและบันทึกค่ะ
จริงๆเท่าที่อ่านบล็อกของคุณจตุพร ก็ใช้ได้ค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ แล้วจะติดตามอ่านเรื่อยๆค่ะ
สวัสดีครับ คุณ ดร.Ka-Poom
ขอบคุณความจริงที่ได้เรียนรู้ ทุกอย่างเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยที่หลายหลาย สิ่งไหนที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอครับ
ได้หนังสือจากพี่เบิร์ด(พี่สาวที่แสนดีเชียงราย) ๑ เล่ม ดีมากๆครับ หลายบทหลายตอนทำให้ผมได้คลิกหลายๆอย่างที่กำลังมืดๆอยู่...อ่านแล้วก็คิดถึง สาวยโสธร
สวัสดีครับคุณเพชรน้อย
ขอบคุณที่เข้ามาเสพสุขอรรถรสในบันทึกของผมครับ สองปีที่เขียนบันทึก ผมได้นำเสนอหลากหลาย เป็นตัวของตัวเองครับ
ดังนั้นอ่านบันทึกผม ก็คืออ่านตัวผม
ขอบคุณครับคุณ berger0123
เรื่องบันทึก แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหนครับ เปรียบเทียบกันไม่ได้เลย
คนชอบธรรมะก็จะมีกลุ่มธรรมะ คนชอบหมาก็รวมเป็นกลุ่มคนรักหมาๆแมวๆ
ซึ่ง ผมคิดว่าเราเปรียบเทียบกันไม่ได้...จริตเราต่างกัน ชอบต่างกันครับ และกลุ่มที่ติดตามแลกเปลี่ยนในบันทึกของผมก็เป็นอีกกลุ่มที่ค่อนข้างจะเป็นกลุ่มที่เรียกว่า คอเดียวกัน แบบนั้นครับ คนคอเดียวกันที่ยอมรับที่จะแลกเปลี่ยน ติดตามเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน ตาม แพลนเน็ตที่รวมบล็อกนี้ (235)
ขอบคุณครับ กำลังใจและการติดตามอ่านบันทึกครับ
ถึง. ครูเอก
อีกหนึ่งกำลังใจ ที่ส่งให้ในปริมาณ อสงไขย
หวัดดีครับ พี่บาวคนดีครับ
ว่าพันพรือ...ดีครับ
ดีใจครับ วันนี้พี่บาวมาเยี่ยม งานคงหนักเหมือนกันนะครับ คิดถึงแรงๆเหมือนเดิมครับ
ขอบคุณครับ พี่บาวไข่นุ้ย ที่เป็นนิรนามใน Blog เรื่อยมาร่วมปีกว่าๆแล้ว ยังให้กำลังใจผมสม่ำเสมอครับ
ปีใหม่นี้ขออวยพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลให้พี่บาวแข็งแรง มีสุขภาพดีนะครับผม
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับเพื่อน
สวัสดีครับเพื่อนเม้ง
บันทึกนี้ผมตั้งใจจะเขียนเพื่อเป็นกำลังใจให้กับ Blogger ใน G2K ทุกท่านครับ
หลายท่านกำลังกังวลสิ่งที่ตนเองเขียนว่า จะมีสาระหรือไม่อย่างไร และถามตัวเองบ่อยๆว่า นี่คือ "ความรู้" ใช่มั้ย
ผมตอบแทนได้จากบันทึกนี้ว่า ทุกอย่างคือการเรียนรู้ เป็นความรู้ ที่แต่ละคนมีสิทธิ์ที่จะนำเสนอในมุมคิดของตน
และที่สุดแล้ว คือ ความ"อิสระ" ที่ผมคิดว่าทุกคนต้องการ และรู้สึกมีความสุข เป็นธรรมชาติในชุมชน
แต่...ความอิสระที่ผมได้ย้ำแล้วนั้น เป็นความอิสระภายใต้ ทรัพยากรอันจำกัด เช่น Gotoknow ของเราในขณะนี้ เราคงต้องช่วยกันดูแลรักษาพื้นที่นี้ไว้นานๆ
การนำเสนอ ข้อบังคับ กฏเกณฑ์ การใช้งาน Gotoknow อาจทำให้หลายท่าน เกิดอาการเกร็งๆ ไปบ้าง แต่ยังไงก็ตามหากเราเขียนด้วยความตั้งใจ และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนร่วมกัน ว่านี่คือ "บ้านของเรา"
ช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน ให้ทุกคนมีอิสระ ให้ทุกคนมีความสุข และช่วยกันจัดการทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้ใช้ได้อย่างมีคุณค่ามากที่สุดครับ
สวัสดีครับพี่ อ.ลูกหว้า
ในเมื่อเราอยู่บนพื้นที่สาธารณะ เราจำเป็นต้องยอมรับการวิจารณ์แบบสาธารณะครับ ผมก็น้อมรับมาด้วยดีเสมอครับ
และการเขียนบันทึกนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกท่านที่เป็นสมาชิก หรือ ผู้ที่ที่เข้ามาอ่านได้เรียนรู้ว่า ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกัน เราทำสิ่งนี้กระทบต่อสิ่งโน้น สิ่งอื่นๆแบบเลี่ยงไม่ได้...เป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านด้วยใจครับ
ปฏิปทาของผมก็อยากให้กำลังใจเพื่อนพ้อง สมาชิก Gotoknow ในความมั่นใจที่จะนำเสนอตัวตนของเราลงไปในบล็อก อันเป็นที่สื่อสาร เปรียบเสมือนชุมชนของเรา และยกระดับเป็นชุมชนเสมือนที่มีค่ามากในใจของทุกคนในขณะนี้
สิ่งที่มีค่าเราจึงต้องดูแลพื้นที่ของเรา และเรามีส่วนในการดูแลพื้นที่แห่งนี้เท่าเทียมกัน
โชคดีครับที่ทีมUse-Lab ทุ่มเทเต็มที่ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องที่สนับสนุนชุมชนอันเป็นที่รักของเรา ไม่ว่าจะเป็น สคส. และ บันทึกที่กล่าวถึงไอเน็ต ขอ "กอด" ให้ INET ผู้สนับสนุน GotoKnow ตลอดมา
ในส่วนการเสนอข้อคิดเห็นผมน้อมรับเสมอมาครับ ด้วยว่าความหลากหลายที่ผมได้เขียนในบันทึกนี้ ..เป็นเช่นนั้นเอง
ด้วยที่ผมและ อ.หว้า เองเป็น Blogger ที่เป็นกลุ่มแรกๆ ...จึงต้องสร้างภูมิคุ้มกันใจให้กับทั้งตัวเองและผู้มาใหม่
ให้ทุกคน มีอิสระ มีความสุขอย่างที่ควรเป็นตามธรรมชาติ และช่วยกันดูแลชุมชนของเราแต่ต้องคำนึกถึงทรัพยากรที่เรามีอย่างจำกัดด้วยครับ
ขอบคุณครับผมอาจารย์ลูกหว้า
เมื่อมีผู้ชื่นชม ก็ย่อมมีผู้......คิดเอาเองนะจ๊ะ แต่เก็บเป็นความกังวล อย่างไรซะ คนที่เขาชอบและพึงพอใจก็มี และคอยติดตามดูภาพและบทความดีดีอยู่ มีความสุขที่ได้ได้รับข่าวสาร การเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ของผู้คนหลากหลายความคิด .... เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ
สวัสดีครับครูเอ
เป็นวูบแรกของความรู้สึก จากนั้นก็รู้สึกสบายๆครับ เป็นตามที่ครูเอบอกนั่นหละครับ คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเราก็ยังมีอยู่ ดังนั้นต้องยอมรับในคำวิจารณ์ ก็ดีครับเป็นสภาวะที่เราต้องฝึกตน
แต่ก็อยากให้กำลังใจและให้ความเชื่อมั่นสำหรับสมาชิก Gotoknow ในการเขียนบันทึก ด้วยเหตุว่าทุกเรื่องเป็นการเรียนรู้ ขอให้มีความตั้งใจที่ดีในการนำเสนอออกไป รูปแบบไม่สำคัญ- - -และช่วยกันดูแลพื้นที่ทางสังคมของพวกเราด้วยเพื่อความยั่งยืน
-------------------------
ความไม่สมบูรณ์แบบ-และการกระทำอันเป็นที่ไม่ถูกใจคนทุกคน เป็นเรื่องธรรมดา ธรรมชาติ
หาหนวดเต่า.......
เป็นสัจธรรมของโลกนี้ด้วยครับ บันทึกที่ผมเขียนไปสอดคล้องกับบันทึกของ ท่าน อ.ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด Beyond "KM" » ถึงเวลา. . . เลิกตามหา. . . “ความสมบูรณ์แบบ (Perfection)”
และบันทึกคุณประดิษฐ์ เกษตรชายแดน » ภาพเตือนใจ : เมื่อชาวบ้านเขาวิจารณ์ว่า.......
ลองตามอ่านนะครับ...
ขอบคุณครับครูเอครับ
นานาจิตตัง !!
หนังสือ ความรู้ หรืออะไรก็ตาม ก็เหมือนกับอาหารละเนาะ ชอบที่จะทานแบบไหนก็ว่าแบบนั้นอาหย่อยซะเหลือเกิน แต่ไม่กับทุกคนหรอกนะ หากไม่ชอบก็แล้วไป (และไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นชอบเหมือนเรา)
ผมชอบแกงแคใส่แคบหมู หรือไม่ก็แกงข้าวคั่วปู แต่ผมก็ไม่ว่าแกงฮังเลไม่อร่อยหรอกนะ ฮิ ฮิ ฮิ
สิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจในการเขียนบันทึกบทแรก ๆ ของตนเองก็มาจากการอ่านบันทึกของคุณเอกนี่แหละครับ
เรื่องของเรา, เราต้องเล่าด้วยวิธีของเราเอง
ส่วนในฐานะผู้เสพ ก็คงต้องว่ากันด้วย "ต้นทุน" ของแต่ละคนบ้างเหมือนกัน
สวัสดีครับน้องเอก
พี่ชอบอ่านแบบนี้แหละเอก แต่พี่เขียนไม่เป็นนิ
เหมือนพี่ชอบกินของอร่อยๆ แต่ทำไม่เป็นสักอย่าง 555
คุณเอกเขียนได้แทนใจมากๆค่ะ เคยได้รับคำถามคำปรารภและความห่วงใยในทำนองเดียวกันจากหลายๆคนที่คาดหวัง "สาระ" แบบ"ชัดแจ้ง"และ "แยกส่วน" ใน GotoKnow พี่โอ๋อธิบายไม่ได้ แต่บันทึกนี้ทำได้อย่างละเมียดละไมมากๆค่ะ เรื่องของ "จิตวิญญาณ" เป็นสิ่งที่สื่อสารได้ยาก แต่เมื่อเราสื่อถึงกันได้ แรงกระทบใดๆก็มีไว้เพียงเพื่อพิจารณาค่ะ
เราเป็นเราที่รักการเรียนรู้ แบ่งปัน และเรารัก GotoKnow ที่ทำให้ความแตกต่างของพวกเรา "สนธิพลัง" ให้แก่กันและกัน