ผลตอบแทนหลักของมหาวิทยาลัยคือปัญญา ไม่ใช่เงิน จุดสำคัญคือ การใช้สภาพคล่องทางการเงินไปสร้างสภาพคล่องทางการจัดการการสร้างสรรค์วิทยาการ

สภาพคล่องของมหาวิทยาลัยสูงเกินไป 

        ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ ๒๑ ธ.ค. ๕๐     มีการนำเสนอรายงานการเงิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๐     และมีข้อสรุปว่า สภาพคล่องสูงเกินไป     คณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน มีข้อแนะนำว่า น่าจะนำเงินไปลงทุนสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์ประเภทอื่นในระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนมากขึ้น    

        ทำให้ผมเสนอว่า การลงทุนที่สำคัญที่สุดตามหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เพื่อหวังผลตอบแทนเป็นเงิน     แต่เน้นผลตอบแทนเป็นปัญญา     ดังนั้น มหาวิทยาลัยที่มีสภาพคล่องสูง ควรนำเงินไปลงทุนด้านการวิจัย หรือด้านการพัฒนาคน    ในลักษณะของการลงทุนทำกิจกรรมที่สร้างความเชื่อมโยง สร้างผลตอบแทนเชิงเครือข่ายวิทยาการ อีกโสดหนึ่งด้วย     เน้นความคล่องตัวที่เป็นเงินของเราเอง สร้างรูปแบบการจัดการที่ซับซ้อน    เพื่อใช้การพัฒนาคนและการวิจัยให้เสริมแรง (synergy) กัน     และเสริมแรงกับการสร้างเครือข่ายวิทยาการกับฝ่ายต่างๆ ในประเทศและต่างประเทศ     ให้เกิดเครือข่ายทางปัญญาที่เป็นพลวัต ต่อเนื่อง และงอกงาม 

สภาพคล่องสูงนี่ดีจริงๆ     เปิดโอกาสสร้างสรรค์ได้มากมาย   

แต่คำว่า "สภาพคล่อง" ถูกใช้บอกเรื่องเงินเท่านั้น    ไม่น่าจะถูกต้องสำหรับมหาวิทยาลัย    จริงๆ แล้ว สภาพคล่องที่สำคัญที่สุดสำหรับมหาวิทยาลัย คือสภาพคล่องในการทำงานสร้างสรรค์วิทยาการ     ดังนั้นจุดสำคัญคือ การใช้สภาพคล่องทางการเงินไปสร้างสภาพคล่องทางการจัดการการสร้างสรรค์วิทยาการ 

วิจารณ์ พานิช

๒๑ ธ.ค. ๕๐

ระหว่างร่วมประชุมสภา มวล.