ในตอนที่คุณน้าประยงค์ได้พูดตอนก่อนหน้านี้ ท่านพูดว่า เรื่องการจัดการทรัพยากร KM มองในมุมหนึ่งคือ เครื่องมือจัดการทรัพยากร
ทรัพยากรที่คุณน้าประยงค์เน้นนี่ เป็นทรัพยากรธรรมชาติ แต่ KM เน้นการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรที่อยู่ในมนุษย์ คือ ความรู้ที่อยู่ในคน ทรัพยากรที่อยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างคน ก็คือ ความรู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างคน ดึงออกมาใช้ ความรู้นั้นอยู่ในความสำเร็จ อยู่ในความสามารถในการทำงาน และดึงออกมาได้โดยเรื่องเล่าเร้าพลัง Storytelling และ การฟังอย่างลึก อย่างตั้งใจ (Deep listening) การประชุมแบบ Dialog พวกนี้นะครับที่เราสามารถที่จะเห็นได้ใน 2 วันนี้ ในสิ่งที่เราได้ ลปรร. และตีความออกมาเป็น KM เป็นอย่างไร
คุณน้าประยงค์ได้บอกว่า การจัดการความรู้ของชาวบ้านต้องครอบคลุมทุกด้านของวิถีชีวิต และท่านก็พูดทำนองว่า “การจัดการความรู้ของชาวบ้านนั้น ต้องจัดการด้วยตัวชาวบ้านเอง ไม่ใช่เราไปจัดการให้ เราเองเป็นคุณอำนวย กศนอ. หรือหน่วยราชการอะไรทั้งหลาย ที่ไปทำกิจกรรมให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์นี่ ต้องเน้นการเรียนรู้ของชาวบ้าน ไม่ใช่เน้นการไปฝึกอบรมชาวบ้าน คือ เน้น Learning ไม่ใช่เน้น Training Learning เป็นเรื่องของชาวบ้าน Training เป็นเรื่องของ Trainer เป็นเรื่องของผู้จัด เราต้องเน้น Learner"
แล้วที่คุณน้าประยงค์บอกว่า ต้องเรียนรู้แบบบูรณาการนี่ ผู้บูรณาการคือ ชาวบ้าน นี่ท่านพูดเองนะ ผมมาย้ำว่า ต้องบูรณาการผ่านชาวบ้าน บูรณาการผ่านการปฏิบัติ หน่วยราชการคือ คนใน กศนอ. นี่ไม่ปัญญาครับ ที่จะไปบูรณาการได้ เพราะมันต้องบูรณาการผ่านผู้ปฏิบัติ ผ่านการปฏิบัติ นะครับ พวกนี้ก็จะเป็นเรียกว่า เคล็ดลับ หรือเส้นผมบังภูเขา ถ้าเราจับหลักได้ แล้วบ้านเมืองเราเอาไปประยุกต์นี่ บ้านเมืองเราก็จะไปได้รอด แต่ถ้าเราจับไม่ได้ เราก็จะวนอยู่ในอ่าง เหมือนที่ผ่านมา กี่สิบปีผ่านมาแล้ว พูดเรื่องการพัฒนาชุมชน การพัฒนาชนบทนี่ละครับ
รวมเรื่อง Learn 4 Change ที่เมืองทองธานี
Learn 4 Change ที่เมืองทองธานี (76) "ปิดมหกรรมฯ" ... ผู้บูรณาการ คือ ชาวบ้าน
KM เน้นการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรที่อยู่ในมนุษย์ คือ ความรู้ที่อยู่ในคน ทรัพยากรที่อยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างคน ก็คือ ความรู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างคน ดึงออกมาใช้ ความรู้นั้นอยู่ในความสำเร็จ อยู่ในความสามารถในการทำงาน และดึงออกมาได้โดยเรื่องเล่าเร้าพลัง Storytelling และ การฟังอย่างลึก อย่างตั้งใจ (Deep listening) การประชุมแบบ Dialog
โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 2 / 2551 เรื่อง การบริหารงบประมาณให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดและการรายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2551 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 ณ ห้อง 2323 คณะเภสัชศาสตร์ ……………………………………………………….. คุณกิตติมา จันทรสม หัวหน้าสำนักงานคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ได้เกริ่นนำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าในการปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ ในแต่ละปีงบประมาณจะต้องมีการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยมีการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548 เป็นต้นมา กล่าวคือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยอธิการบดี จะต้องจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการเสนอต่อสำนักงาน ก.พ.ร. และลงนามในคำรับรองการปฏิบัติราชการกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ในแต่ละปีมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะมีเป้าหมายผลผลิตในแต่ละด้าน มีเป้าหมายเท่าใดในตัวชี้วัดผลสำเร็จ (KPIs) แต่ละตัว และจะต้องรายงานผลการปฏิบัติราชการต่อสำนักงาน ก.พร. ในรอบ 6 เดือน รอบ 9 เดือนและ รอบ 12 เดือน โดยในปีงบประมาณ 2551 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ลงนามในคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2551 กับสำนักงาน (ก.พ.ร) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะ/หน่วยงานต่าง ๆ จะต้องจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการของแต่ละคณะ/หน่วยงาน เสนอต่ออธิการบดี เพื่อลงนามในคำรับรองปฏิบัติราชการาของแต่ละคณะ/หน่วยงาน ตามลำดับ ปีงบประมาณ 2551 ถือเป็นมิติใหม่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้คณะ/หน่วยงาน มีส่วนร่วมในการพิจารณารายละเอียดตัวชี้วัด (KPIs) ค่าน้ำหนักคะแนนและเกณฑ์การประเมินของตัวชี้วัด (KPIs) ที่คณะ/หน่วยงาน และมีการเจรจาต่อรองก่อนที่จะจัดทำรายละเอียดคำรับรองการปฏิบัติราชการของแต่ละคณะ/หน่วยงาน ก่อนเสนอให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น พิจารณาลงนามและถือเป็นพันธสัญญาในการปฏิบัติราชการในปีงบประมาณ 2551 ต่อไป จากนั้น คุณกิตติมา จันทรสม ได้มอบหมายให้นายบุญคงศิลป์ วานมนตรี หัวหน้ากลุ่มภารกิจสนับสนุนการพัฒนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เข้าร่วมเสวนาว่าการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2551 ในส่วนคณะเภสัชศาสตร์ หลังจากได้รับตัวชี้วัด (KPIs) ของคณะเภสัชศาสตร์ ทีมงานที่รับผิดชอบได้ศึกษาวิเคราะห์ตัวชี้วัด (KPIs) ค่าน้ำหนักคะแนน และเกณฑ์การประเมิน เปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ประมวลวิเคราะห์ ความเหมาะสมและค่าเป้าหมายในปี 2551 ทีมงาน (ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภาวดี ดาวดี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายจัดการคุณภาพการศึกษา นางกิตติมา จันทรสม หัวหน้าสำนักงานคณบดี นายบุญคงศิลป์ วานมนตรี หัวหน้ากลุ่มภารกิจสนับสนุนการพัฒนา และนางสาวเพ็ญพร ทองคำสุก นักวิจัย) นำเสนอข้อมูลต่อท่านคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ เพื่อร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบในตัวชี้วัด (KPIs) ที่จะเจรจาต่อรองกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีการดำเนินการตามรายละเอียดใน PowerPoint การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ 1 เพื่อรายงานจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2551 ในภาพรวมให้ทุกท่านได้รับทราบเป็นข้อมูลเบื้องต้น 2 เพื่อขับเคลื่อนตัวชี้วัดที่เป็นตัวชี้วัดใหม่ ในปีงบประมาณ 2551 จำนวน 2 ตัว จากตัวชี้วัด (KPIs) ที่คณะเภสัชศาสตร์ จะต้องประเมินทั้งหมด 46 ตัว ส่วนตัวชี้วัด (KPIs) ที่เหลือจะจัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไป ตัวชี้วัดที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขับเคลื่อนในโอกาสนี้ 2 ตัวประกอบด้วย ตัวชี้วัดที่ 2.1 ระดับความสำเร็จของการรายงานผลการปฏิบัติราชการ เป็นการติดตามผลการดำเนินการงานของแต่ละโครงการ/กิจกรรมที่บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2551 โดยในปีงบประมาณ 2551 คณะเภสัชศาสตร์ มีโครงการและกิจกรรมที่บรรจุในแผนปฏิบัติราชการ จำนวน 99 โครงการ เนื่องจากโครงการที่บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี 2551 มีโครงการ/กิจกรรม ที่ดำเนินการในหลายลักษณะกล่าวคือ บางโครงการเป็นดำการในลักษณะงานประจำ จะต้องใช้กลยุทธ์การบริหารงบประมาณเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบผลการดำเนินงาน ดังนั้น สำนักงานคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จึงได้พัฒนาแบบฟอร์มการขออนุมัติการใช้เงินโดยเพิ่มเติมข้อความว่าขออนุมัติใช้เงินจากโครงการใดเพื่อนำไปสู่การจัดเก็บข้อมูลการติดตามโครงการต่าง ๆ ในด้านงบประมาณ ดังรายละเอียดในแบบฟอร์ม ตัวชี้วัดที่ 6.1 ร้อยละของความพึงพอใจของผู้ใช้บริการสำนักงานคณบดี เป็นตัวชี้วัดใหม่มหาวิทยาลัยให้คณะ/หน่วยงาน ในส่วนผู้รับผิดชอบได้ดำเนินการออกแบบสอบถามเพื่อการวิจัย เรื่อง ความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการให้บริการสำนักงานคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย 1 จะสำรวจความพึงพอใจการให้บริการของ 1) กลุ่มภารกิจสนับสนุนการพัฒนา 2) กลุ่มภารกิจสนับสนุนการจัดการ 3) กลุ่มภารกิจบริหารทรัพย์สินและ 4)หน่วยวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษา 2 ผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วย นักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรคณะเภสัชศาสตร์ ที่ไม่ได้สังกัดหน่วยงานตามข้อ 1 และบุคคลทั่วไปที่มารับบริการที่คณะเภสัชศาสตร์ 3 การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจะดำเนินการเก็บข้อมูลในช่วงวันที่ 15 มกราคม 2551- 31 มีนาคม 2551 4 วัตถุประสงค์หลักของการดำเนินการวิจัยเพื่อ 4.1 ตอบตัวชี้วัดของ ก.พร. 4.2 นำผลงานการวิจัยมาพัฒนาระบบการให้บริการสำนักงานคณบดี จากนั้น ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะให้ผู้ที่รับผิดชอบนำไปพัฒนาปรับปรุง และกลุ่มภารกิจสนับสนุนการพัฒนา ได้แจ้งเวียนให้คณาจารย์และบุคลากรคณะเภสัชศาสตร์ทุกคน ได้ให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะทาง E-mail เพื่อให้แบบฟอร์มการขออนุมัติการใช้เงินและแบบสอบถามเพื่อการวิจัย มีความสมบูรณ์และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ต่อไป