คุณน้าประยงค์ที่พูดเมื่อกี้ ผมจับประเด็นท่านนะครับ ท่านมีประโยคหนึ่งที่บอกว่า "เป็นวงจรเรียนรู้จากการปฏิบัติ" ... ของท่านมียิ่งกว่านะ เพราะใช้คำว่า เป็นวงจร วงจรแปลว่าไปเรื่อยๆ นะครับ หมุนไปเรื่อย เป็นวงจรเรียนรู้จากการปฏิบัติ เรียนรู้ร่วมกันจากการปฏิบัติ แล้วก็ยกระดับความรู้ความเข้าใจขึ้นไปเรื่อยๆ ยกระดับผลที่เกิดขึ้น การพัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาองค์กรไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักจบ ไม่มีจบสิ้น
เพราะฉะนั้น วิธีการที่ KM สคส. วิธีการที่เป็นเคล็ดลับที่เราแนะนำก็คือว่า "ให้เอา Best pratice มาแลกกัน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เอาสิ่งที่ภูมิใจ เอาสิ่งที่ทำแล้วเกิดผลดี อย่างน่าชื่นชม เอามา ลปรร. กัน" ... คนมักจะเข้าใจ Best practice คิดว่า Best practice คือ สุดยอด ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว ไม่ใช่นะครับ ในความหมายของ KM นี้ไม่มีอะไรที่สุดยอด มันยกระดับขึ้นได้เรื่อยไป ไม่มีจบสิ้น การ ลปรร. นำไปสู่ Better Practice ได้ นะครับ อันนี้คือ หัวใจ
KM นั้น เป็นเรื่องของการเน้นกระบวนการ และเน้นที่คนมากกว่าเน้นความรู้ อันนี้ก็เป็นเส้นผมบังภูเขานะครับ คนที่ไม่เข้าใจ พอใช้เครื่องมือ KM ไปเน้นที่ตัวความรู้ ตรงนั้นคือ เส้นผมบังภูเขา เพราะไปลุ่มหลงอยู่กับความรู้ จุดที่ต้องเน้นคือ ตัวกระบวนการ คือ process และคน นะครับ แต่พูดอย่างนี้อาจจะผิด เพราะจริงๆ แล้ว เราเน้นความรู้ในคน เห็นมั๊ยครับ เน้นความรู้ในคน เรียกว่า Tacit
Knowledge จึงจัดกระบวนการแลกเปลี่ยน เพื่อให้ความรู้ในคนนี่มันออกมาหมุน หมุนไประหว่างคน และหมุนเข้าไปในระหว่างลองปฏิบัติ และมาหมุนกันใหม่ แลกเปลี่ยนกันใหม่ นี่คือ การจัดการความรู้
เห็นมั๊ยครับ การจัดการความรู้นี่ เมื่อไรจะอธิบายด้วยถ้อยคำ มันยาก และก็อธิบายยังไงมันผิดอยู่เรื่อย เพราะถ้อยคำมันมีมิติเดียวครับ แต่ในการจัดการความรู้มีหลายมิติ ในการปฏิบัติจริง
เพราะฉะนั้นท่านที่พยายามเรียนการจัดการความรู้ให้เข้าใจ ผ่านถ้อยคำของผู้อื่น หรือถ้อยคำที่เขียนเป็นหนังสือ ท่านจะไม่มีวันที่จะเข้าใจได้ลึก พูดอย่างนี้ไม่ได้แปลว่า หนังสือไม่สำคัญนะครับ หนังสือสำคัญ แต่อย่ามัวแต่อ่านนะ สู้ทำไม่ได้ ทำแล้วอ่านยิ่งดี จะยิ่งเข้าใจความหมายที่เขาเขียนมานี่ ชัดขึ้น ลึกขึ้น เวลาเราอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่อง KM นี่ รับประกันเลยครับ ท่านอ่านรอบแรกนี่ ท่านเข้าใจไม่ลึกหรอก ท่านจะเก่งฉกาจยังไง ท่านก็เข้าใจไม่ลึกพอปฏิบัติแล้วมาอ่าน แล้วจะเข้าใจลึกขึ้น
ผมเองยังต้องเอาหนังสือมาอ่าน แม้แต่ที่ตัวเองเขียนนะ ต้องเอามาอ่านอยู่เสมอๆ เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจให้มากขึ้น ... แต่ยังไงก็แล้วแต่ นั่งฟัง 2 วันนี้ ดีกว่าอ่านหนังสือเยอะ
เพราะฉะนั้น เครื่องมือ KM ใน 2-3 วันนี้ ท่านจะได้เรียนเครื่องมือ KM เยอะมากเลย เป็นการเรียนเครื่องมือ KM ตามบริบทต่างๆ กัน หลากหลายบริบท ในห้องย่อย 3 ห้อง ที่จริงก็ 4 ห้องนะครับ Play&Learn ในห้องนี้ด้วย และรวมทั้งนิทรรศการด้วย ก็จะมีการเล่าประสบการณ์การใช้เครื่องมือ KM มากมาย คงเป็นหลายสิบ หรืออาจจะเป็น 100 เครื่องมือเล็กๆ หมด
แต่จุดที่สำคัญ คำว่า เครื่องมือ KM นี่ มันเป็นเครื่องมือที่จับต้องไม่ได้ ไม่ใช่เครื่องจักรนะครับ เครื่องมือ KM นั้น เป็นกระบวนการ 99% เป็นตัวเครื่องจักรจับต้องได้เพียง 1% (อันนี้ผมก็โมเมตัวเลขนะครับ) แต่บอกให้รู้ว่า มันมากกว่ากันเยอะ
เพราะฉะนั้น เครื่องมือ KM แปลว่า Process นะครับ ส่วนที่เป็น Hardware เป็นเครื่องมือจับต้องได้นี่ นิดๆ หน่อยๆ แต่ก็มีความสำคัญครับ โดยเฉพาะเครื่องมือ IT มีความสำคัญ แต่ต้องมาตามหลังเครื่อง ลปรร. ที่เป็นกระบวนการ เราได้เรียนรู้จากใน 2 วันนี้ว่า การจะใช้เครื่องมือ KM ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงนั้น ตัวเป้าหมายต้องชัด คือ พูดง่ายๆ ต้องไม่ทำ KM ต้องใช้ KM เพื่อ .... และท่านก็เติมเอาเอง และพอ .... ที่ไม่เหมือนกันนี่ วิธีการประยุกต์ใช้จะไม่เหมือนกัน
เพราะฉะนั้น KM ไม่มีสูตรตายตัว ผู้ที่จะให้ KM ได้ดี เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริงนี่ ต้องย่อย ต้องตีความ และต้องออกแบบ ตัวกระบวนการ เพื่อให้เหมาะสมกับเป้าหมายของตัว ให้เหมาะสมกับกลุ่มคน หรือองค์กรที่ตัวอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือ วัฒนธรรมองค์กร ให้เหมาะสมกับต้นทุนของความรู้ที่ท่านมี ให้เหมาะสมกับปัญหาที่ท่านต้องการแก้ไข หรือความท้าทายที่ท่านมี ทำนองนี้ครับ
รวมเรื่อง Learn 4 Change ที่เมืองทองธานี
Learn 4 Change ที่เมืองทองธานี (74) "ปิดมหกรรมฯ" ... จะใช้ KM ต้องออกแบบ
KM ไม่มีสูตรตายตัว ผู้ที่จะให้ KM ได้ดี เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริงนี่ ต้องย่อย ต้องตีความ และต้องออกแบบ ตัวกระบวนการ เพื่อให้เหมาะสมกับเป้าหมายของตัว ให้เหมาะสมกับกลุ่มคน หรือองค์กรที่ตัวอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือ วัฒนธรรมองค์กร ให้เหมาะสมกับต้นทุนของความรู้ที่ท่านมี ให้เหมาะสมกับปัญหาที่ท่านต้องการแก้ไข หรือความท้าทายที่ท่านมี
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
พิสูจน์ · 16 ธ.ค. 2550
ยูมิ · 16 ธ.ค. 2550
JJ · 16 ธ.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 16 ธ.ค. 2550
ท้องฟ้า · 16 ธ.ค. 2550