จากบันทึกเรื่อง..ครูอ้อยได้เป็น ผอ..โก้จัง .....ครูอ้อยได้เป็น ผอ..โก้จัง (2) .....ครูอ้อยได้เป็น ผอ.โก้จัง(3) ......

ครูอ้อยได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนครู  ซึ่งถามครูอ้อยว่า.....มีแนวการเลือกผู้แทนของตัวเองอย่างไร  

ครูอ้อยเคยคิดไว้  และคิดไว้ตั้งนานแล้ว  นโยบายของพรรคเป็นเรื่องสำคัญมาก  เขามาเป็นผู้แทนของเรา  ดังนั้น  เราจะต้องศึกษานโยบายของพรรคให้ชัดเจนว่า...เขามีแนวดำเนินการอย่างไร  

โดยเฉพาะ เราเป็นครู  ก็ต้องขีดกรอบให้เล็กลงว่า...เกี่ยวกับการจัดการศึกษา...พรรคใดชัดเจน  ก็ต้องเลือกพรรคนั้นล่ะ....

รัฐบาลใหม่จะต้องคำนึงถึงการจัดการศึกษาในอันดับต้นๆ  ที่ได้กล่าวถึง  สิทธิเสมอกัน  ในการรับการศึกษา  ไม่น้อยกว่าสิบสองปี  ที่รัฐจะต้องจัด  ให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ  โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 

ผู้ยากไร้  ผู้พิการหรือทุพพลภาพ  หรือผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก  ต้องได้รับสิทธิ  และการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อให้ได้รับการศึกษา  โดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น  

ครูอ้อย   ศึกษาว่า  รัฐบาลใหม่จะต้องทำความเข้าใจเพื่อดำเนินการได้ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ' 50 การศึกษาสิบสองปี  ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและไม่เก็บค่าใช้จ่ายนั้น  นับจากอนุบาลถึง ม.3 ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ  หรือนับจากประถม...ถึงมัธยมปลาย 

ประเด็นนี้  น่าจะเป็นภารกิจใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องชัดเจนใน...แผนการศึกษาชาติ  สำหรับประเด็นค่าใช้จ่าย  น่าจะระบุให้ชัดเจนว่า...ค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่รัฐจ่ายให้  และค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่นอกเหนือ  ซึ่งผู้ปกครองต้องเป็นผู้จ่าย 

อีกประเด็นหนึ่งที่ครูอ้อยอึดอัด และอยากจะแสดงความคิดเห็นมานานแล้ว  ก็คือเรื่อง  ค่ารายหัว...ในประเทศไทยได้รับเพียง 15,000 บาทต่อหัว  ในขณะที่ประเทศเพื่อนอื่นๆ  มีสูงถึง   3-4 แสนบาทต่อหัว  รัฐบาลใหม่จะต้องเตรียมหาทางออกให้ได้ว่า...จะหาเงินมาจากไหนจากงบประมาณที่มีอยู่ค่อนข้างจำกัด 

ครูอ้อยแอบฟัง..มาว่า  พรรคใดที่หาเสียงเอาไว้ว่า  เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมปลาย  ก็อย่าลืม...ทำแผนการศึกษาแห่งชาติ  และเตรียมจัดสรรงบประมาณทางด้านการศึกษาไว้ให้เพียงพอ...

วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านี้...เป็นแนวให้พวกเรา  ชาวครูและผู้ที่รักการศึกษา  ได้คิดไว้ที่จะเลือก  ผู้แทนได้ถูกใจ....