ด้วยความที่มีหนังสือมาก ทั้งที่ซื้อมา ถ่ายเอกสารมา มิตรรักให้มา รวมทั้งหนังสือที่ได้มาจากการเรียนด้วย มากมายเหลือเกิน จนเต็มบ้านหมดแล้ว ทั้งที่อ่านแล้ว และยังไม่ได้อ่าน มองหน้าปกคลับคล้ายคลับคลาว่าอ่านแล้ว จึงวางไว้อีกกองหนึ่ง เพื่อเตรียมนำไปบริจาค และก็เอาไปแล้วด้วย พอตกเย็นวันเดียวกันนั้น ก็พบว่าต้องค้นหาข้อมูลเพื่อนำมาอ้างอิง และนึกออกว่าได้นำไปบริจาคแล้ว ฮือฮือ....ทั้งเสียดาย ทั้งเจ็บใจ หนังสือกองนั้น ไม่ได้ทำอะไรให้เดือดร้อนเลย ทำไมคิดสั้น นี่ล่ะ ทำให้ครูอ้อยนึกถึง ประโยคหนึ่งที่ว่า......จะรู้คุณค่าอะไร...ก็ต่อเมื่อเราสูญเสียมันไป...เสียแล้ว ดังนั้น นำประโยคนี้มาพิจารณากับชีวิตตนเองว่า...เรามีอะไรอยู่ในชีวิต ถึงจะดี หรือไม่ดีอย่างไร มันคือ..สิ่งที่ส่งมากับชีวิตของเรา..เรียกว่า...พรหมลิขิตก็ว่าได้.. หากได้พบสิ่งที่ดีอยู่ในมือ ท่านก็โชคดี รู้จักรักษาสิ่งที่ดีไว้อย่าให้หลุดมือไป ทะนุบำรุง ทั้งกายใจ ให้ได้อยูคู่กับเรานานที่สุด แต่หากท่านมีสิ่งที่ไม่ดี เน่าเหม็น ก็อย่าไปตัดพ้อเลยว่า...นำพาสิ่งที่ไม่ดีมาให้ท่าน ถึงกับพยายามที่จะละทิ้งสิ่งที่มีอยู่ ท่านจงพอใจ พรหมลิขิตที่ได้นำพา ขีดเส้นให้ท่านได้มาพบแบบนี้ เพราะ....ท่านจะไปรู้ได้หรือว่า...สิ่งที่เน่าเหม็นในมือของท่าน..สักวันหนึ่ง อาจจะมีประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับท่าน..ก็ได้
สวัสดีค่ะคุณหมอนนท์คนขยันของครูอ้อย....เพื่อนร่วมทาง
อ้าว..คุณหมอนนท์คะ ...เพื่อนร่วมทาง
พี่อ้อยขา
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะน้องกั๊ต
รักและคิดถึง ห่วงใยเสมอค่ะ
เคยเป็นเหมือนอาจารย์ก็หลายครั้ง บางทีเก็บเอกสารและหนังสือไว้กองโตๆ ก็คิดว่าจะจะชั่งกิโลขายสักทีหนึ่ง แต่ก็อดเปิดดูก่อนไม่ได้ สุดท้ายทั้งกองโตๆที่คัดเก็บไว้ก็กองโตๆเท่าเดิม ตัดใจบ้างก็คงดี
สวัสดีค่ะอาจารย์..... ค่าด้อยเพียงดิน
ขอบคุณมากค่ะ
สิ่งที่เสียไป ใช่ว่าจะเสียเลย
อาจจะมีประโยชน์ต่อคนอื่น
มากกว่าตัวเราก็ได้นะครับ
ชีวิตเราใช่ว่าจะเสียไปซะทุกอย่าง
น้องกั๊ตที่รัก....Gutjang
ฮั่นแน่ เปลี่ยนรูปใหม่ด้วย..น่ารักค่ะ
สวัสดีค่ะ....คุณหมอนนท์
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะผู้จัดการ....Anuluck
ขอบคุณค่ะ