วันนี้ได้นั่งอ่านเพื่อตรวจปรู๊ฟวารสารสายใยพยา-ธิเล่มใหม่ คราวนี้มีเรื่องราวส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับงาน Patho Sport Day ที่เพิ่งผ่านพ้นไป โดยมีเรื่องราวที่เขียนเกี่ยวกับเบื้องหลังการเชียร์และการเตรียมขบวนพาเหรดของแต่ละสีจากตัวแทน ได้ติดใจสำนวนการเขียนของ"นักเขียนหน้าใหม่" อีกแล้วค่ะ อ่านแล้ว บอกได้เลยว่า คนนี้เขียนได้เหมือนพูด และน่าจะเป็นคนที่พูดสนุก บรรยายสิ่งต่างๆได้อย่างเห็นภาพ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้องเขาเป็นคนช่างเขียนหรือเปล่า

ทุกครั้งที่ได้อ่านงานเขียนที่ชอบ จะอยากรู้ว่าคนเขียนเริ่มต้นตรงไหน คิดอย่างไร เขียนขึ้นมาได้ยังไง ถ้าเป็นสมัยก่อนที่ไม่ค่อยมีเรื่องเล่า เราก็จะติดใจนักเขียนเป็นคนๆที่มีสไตล์การเขียนที่เราชอบ ตัวเองก็เคยคิดอยากลองเขียนอะไรเองดูบ้าง เคยแต่งเรื่องสั้นส่งไปหนังสือ "สตรีสาร" เพียงเรื่องเดียวแล้วก็ได้ลง แล้วก็ไม่เคยคิดจะเขียนอะไรอีกเพราะรู้สึกว่าการเขียนไม่ใช่เรื่องง่าย คิดจะเป็นคนอ่านเท่านั้น ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า...ใครๆก็เขียนได้

แต่เมื่อมาเริ่มเขียนเล่าเรื่องราวความคิดในบล็อกที่ GotoKnow ก็ได้เรียนรู้ว่า เมื่อเราเขียนไปเรื่อยๆ กระบวนการเขียนของเราจะเป็นระบบระเบียบไปเองโดยธรรมชาติ เขียนเองอ่านเองก็ยังรู้สึกว่า มีบางบันทึกที่ชอบการเขียนและการเรียบเรียงความคิด นึกไม่ถึงว่าเราจะทำได้

เมื่อคุยกับหลายๆคนที่เขียนแล้วเราชอบวิธีการ ชอบสำนวน ก็พบว่าส่วนใหญ่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเขียนได้เหมือนกัน มีน้อยรายที่จะมั่นใจตั้งแต่ต้นว่าตัวเองจะเขียนเล่าเรื่องราวอะไรได้

พอได้อ่าน"นักเขียนหน้าใหม่"ทั้งหลายที่ได้รับการทาบทามจาก"คุณเอื้อ" ในวารสารสายใยพยา-ธิ ซึ่งก็จะมีสำนวนแตกต่างกันไปหลากหลาย ก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อที่ว่า ใครๆก็เขียนได้

แต่สิ่งที่เรียนรู้จากการอ่านเรื่องเล่า ทั้งของตัวเองและผู้อื่น แบบที่มีใน GotoKnow นี้และในวารสารสายใยพยา-ธิ จะพบว่างานเขียนที่เราติดใจ มักจะเป็นงานเขียนที่เขียน "สิ่งที่คิด" ไปพร้อมๆกับเล่าเรื่องที่ทำ ใครเล่าความคิดได้ดีเท่าไหร่ เราก็จะ "อิน"และถูกใจไปด้วยมากเท่านั้น