GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กว่าหนังสือเล่มหนึ่งจะถึงมือผู้ใช้

คิดว่าบรรณารักษ์ทำอะไรบ้างรู้มั๊ย คำตอบเล่นเอา งง (เป็นได้อย่างนั้นก็ดีสินะ) เขาบอกว่า นั่งเฝ้าหนังสือ...

พอดิฉันบอกใครก็ตามที่พึ่งรู้จักว่า มีอาชีพ บรรณารักษ์ มักจะมีประโยคนี้ออกจากปากเขาหรือเธอคนนั้นเสมอๆ ว่า "ดีจังต้องได้อ่านหนังสือเต็มที่แน่ๆ" พอถามกลับไปว่าคิดว่าบรรณารักษ์ทำอะไรบ้างรู้มั๊ย คำตอบเล่นเอา งง (เป็นได้อย่างนั้นก็ดีสินะ) เขาบอกว่า นั่งเฝ้าหนังสือ...

หนังสือหนึ่งเล่มมีขั้นตอนการจัดการก่อนออกให้บริการดังนี้ เฉพาะของ ม.น. นะ

1. เช็คก่อนนะรายการที่ผู้ใช้เสนอให้ซื้อมานั้นมีอยู่ในฐานข้อมูลรึยัง ถ้ามีแล้วมากพอรึเปล่า แล้วก็คนที่สั่งน่ะใช้โควต้าของคณะไหน งบฯ ของเขาหมดไปแล้วรึยัง พอจะหาเจียดจากไหนให้ได้บ้าง

2. ต้องหาร้านที่มีราคาเหมาะสม ให้จ่ายเชื่อได้ เพราะเงินหลวงบางทีออกช้า ถ้ามีการลดราคา ก็ขอเป็นหนังสือเพิ่มดีกว่าลดตังค์นะ (อันนี้อาจารย์ดิฉันสอนนักสอนหนาว่าอย่าได้เอาส่วนลดมาเป็นของตัวเอง ถ้าไม่อายที่จะเอาก็คิดถึงอาจารย์ที่สอนสั่งกันบ้าง อย่าให้พาดพิงถึงให้เสียหายได้ว่าไม่ได้สั่งสอนมา)

3. ทำเรื่องขออนุมัติซื้อ ตามขั้นตอนนะเพราะว่าทุกอย่างมีเงินทองมาเกี่ยวข้อง ระเบียบต้องเป๊ะๆ อันนี้ถ้าซิกแซ็กได้ก็จะเร็วขึ้น แต่อย่าเผลอนะติดคุกได้ด้วย

4. สั่งซื้อได้แล้วมั๊ง

5. ได้ตัวเล่มมาแม่คุณทั้งหลายตรวจสอบตัวเล่มว่าเรียบร้อยดีรึเปล่า แล้วจัดการลงทะเบียนหนังสือซะ (บันทึกลงสมุดทะเบียน วันที่รับหนังสือเข้า ราคา อะไรเทือกนี้) เผื่อต้องจำหน่ายออก หรือเกิดอะไรขึ้น ใครมาถามว่ามีหนังสือเล่มนี้เข้ามาเมื่อไหร่ งบฯ ที่ใช้ไปได้หนังสือมากี่เล่มจะได้ตอบเขาได้และมีหลักฐานประกอบ

6. ลงทะเบียนเสร็จก็ปั๊มเลขทะเบียนลงในหนังสือ วันที่หนังสือเข้า สัญญลักษณ์ห้องสมุดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แล้วก็คีย์ข้อมูลหนังสือลงฐานข้อมูลซะนะจ๊ะ จากนั้นส่งต่อไปเลยที่งานวิเคราะห์ทรัพยากร ถ้าบางเล่มมันอ่อนแอก็ส่งไปทำปกแข็งที่ห้องซ่อมหนังสือก่อนแล้วค่อยส่งไปห้องวิเคราะห์ฯ

7. งานวิเคราะห์ทรัพยากร ก็ต้องมาพิมพ์ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมลงในฐานข้อมูล เช่น เติมหัวเรื่อง อันนี้ต้องอ่านก่อนนะ คร่าวๆ จากชื่อเรื่อง สารบาญ เนื้อหานิดหน่อยแล้วก็สรุปความแบบกว้างๆ ว่าไอ้หนังสือเล่มนี้มันควรจะอยู่ภายใต้ หมวดหมู่อะไร เป็นหนังสือทั่วไปรึว่าอ้างอิง จะให้หัวเรื่องอะไร ผู้ใช้ถึงจะหามันเจอ ให้หลายๆ หัวเรื่องด้วยเผื่อคนที่เขาจะใช้คิดไม่เหมือนเรา แล้วให้เลขที่สอดคล้องกับหัวเรื่อง เรียกว่าเลขเรียกหนังสือ (Call Number) ขั้นตอนนี้นะบางเล่มก็ง่ายสุดใจ บางเล่มก็ยากสุดๆ กว่าจะหาเลขที่เหมาะสมให้มันได้ (แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นนิดนึงที่มีเครือข่ายห้องสมุดเราขอยืมดูของเพื่อนได้ ก็มี ฐานข้อมูลสหบรรณานุกรม ให้ใช้ )

8. จากนั้นก็พรินท์เลขเรียกหนังสือแปะสัน ติดเลขบาร์โค้ด ติดใบกำหนดส่งหนังสือ แล้วก็ส่งขึ้นชั้นหนังสือ

อันนี้เป็นประมาณการทำงานคร่าวๆ ของบรรณารักษ์บริการนะคะ ดังนั้นถ้าส่วนรายละเอียดจะไม่ชัดนักก็ต้องรบกวนฝ่ายพัฒนาทรัพยากรช่วยเสริมเติมแต่งให้ดูสวยงามขึ้นนะจ๊ะ

ถึงตอนนี้ยังไม่มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มที่เล็งไว้เลยก็ผ่านมือไปขึ้นชั้นซะแล้ว

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): การทำงานเป็นทีม
หมายเลขบันทึก: 15366
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

   มีคำพูดหนึ่งของอาจารย์ บอกว่า บรรณารักษ์ Catalog เหมือนนักชิม  ไม่ได้หมายความว่า  ฉีกหนังสือมากิน นะค่ะ  5555 

   แต่หมายถึงหนังสือทุกเล่มที่ผ่านเข้ามา  ต้องจับมาพินิจพิเคราะห์ อ่านเป็นบางหน้า  แล้วก็ส่งต่อไป  จึงได้แค่ชิมพอให้รู้ว่าเป็นอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องอะไร  เปรี้ยวก็ต้องชิม ขม หวาน เผ็ด ฝาด รสประหลาด ๆ ก็ต้องชิม  ถ้าไม่ชิมจะแยกแยะได้อย่างไรว่าจะส่งไปอยู่ตรงไหน  ชิมแล้วเห็นหวานเป็นขม ก็บ่อยครั้ง จึงต้องหมั่นชิม ให้รู้รสที่แท้จริง (สงสัยดูแดจังกึม มากเกินไป 5555) ต่อให้ข้าง ๆ บ้านเค้าบอกว่า นี่เป็นรสขม ก็ต้องชิมให้รู้ว่าขมจริง 

  เข้าใจแจ่มชัด ก็ตอนทำงานเนี้ยละค่ะ  แต่ก็มีบ้างเหมือนกัน ที่ชิมแล้วรสดีอร่อยถูกปาก จนต้องนั่งกินจนหมดจาน (เล่ม) 

ชิมมาเยอะแล้วเหมือนกัน จนระยะหลังไปทำงานอื่นจนไม่มีเวลากลับไปชิม... ยังอยากมีเวลากลับไปทำงานด้านชิมอีก  เพราะรู้สึกว่าโลกข้างนอกวุ่นวายเหลือเกิน  เวลานั่งชิมหนังสือไปทีละเล่มๆ เหมือนเข้าไปอยู่ในโลกข้างใน(ใจ)  สงบกว่าเยอะเลย ....

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ เพราะเวลาบอกใครๆ ว่าทำงานอยู่ห้องสมุด หรือว่าบอกว่าเป็นบรรณารักษ์ปุ๊บ ก็จะได้คำพูดต่อจากนั้นว่า "ดีจังเลย ได้อ่านหนังสือเยอะเลยเนอะ" แต่หารู้ไม่ว่า หนังสือได้แค่ผ่านมือไปมา จะหาเวลาอ่านบ้างแทบไม่มีเลยค่ะ