จาก บันทึกนี้ วันนี้มีการหารือนอกรอบแบบกึ่งๆ ทางการกันต่อ ณ ห้องประชุมสกนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร โดยเรียกคณะทำงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ ซึ่งวันนี้มีตัวแทนจากหน่วยงานของเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ชลประทานจังหวัด ประมงจังหวัด พัฒนาที่ดินจังหวัด ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร และพวกเราจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนำโดยท่านเกษตรจังหวัด ได้หารือกันต่อถึงการบูรณาการร่วมกัน โดยตกลงจะเป็นการทำงานตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ใน โครงการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมตามเขตพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตร (Zoning)
ซึ่งเป็นนโยบายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ที่อยากเห็นทุกหน่วยงานที่ทำงานกับชาวบ้าน หันมาร่วมมือกันทำงาน มีการใช้ข้อมูลที่มีของแต่ละหน่วยงาน มาวิเคราะห์และกำหนดเป้าหมายการทำงาน โดยใช้พื้นที่หรือชาวบ้านเป็นตัวตั้ง แล้วทุกหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ มาทำงานบูรณาการกัน ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมเกี่ยวกับการใช้ที่ดิน ข้อมูลชุดดิน หข้อมูลน้ำ ข้อมูลการผลิต ฯลฯ ขณะนี้สามารถกำหนดพื้นที่ที่เกษตรกรทำการผลิตไม่ตรงตามศักยภาพจำแนกรายพืช และรายอำเภอเรียบร้อยแล้ว
วันนี้เราเลยมาหารือกันถึงแนวทางและวิธีการปฏิบัติงานร่วมกัน ว่าจะทำอย่างไร จะวางแผนกันอย่างไร ถึงจะให้เกษตรกรที่ใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เหมาะสมตามศักยภาพฯ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้
- เริ่มจากการกำหนดเขตพัฒนาพื้นที่ และข้อมูลเชิงแผนที่ เพื่อทราบสถานที่ตั้ง และจำนวนแปลงของเกษตรกร จำแนกรายอำเภอ (ดำเนินการเสร็จแล้ว)
- เจ้าหน้าที่ภาคสนาม ซึ่งมีสำนักงานเกษตรอำเภอเป็นหลักร่วมกับ พัฒนาที่ดิน และหน่วยงานกระทรวงเกษตรในพื้นที่ เดินสำรวจ และจัดเก็บข้อมูลภาคสนาม ทั้งข้อมูลการผลิตรายบุคคล ข้อมูลสถานการณ์การผลิตของชุมชน ว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งค้นหา เกษตรกรที่ปฏิบัติได้เป็นเลิศในพื้นที่ไว้ด้วย
- เมื่อสำรวจเกษตรกรเป้าหมาย และจะได้เกษตรกรจำนวนหนึ่งในแต่ละอำเภอที่ปลูกพืชไม่เหมาะสม และต้องการการเรียนรู้ หรือปรับเปลี่ยนกิจกรรม เป้าหมายการปฏิบัติงานประมาณ 330 ราย ทั้งจังหวัด (เฉลี่ยอำเภอละ 30 ราย ในปี 2551 หากมากกว่านี้จะดำเนินการในปี 2552-2553 ต่อไป)
- เมื่อเก็บข้อมูลทั้งรายบุคคล และข้อมูลสนามอื่นๆ แล้ว ทุกพื้นที่จะทำการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อใช้ในการจัดทำเวทีชาวบ้านในขั้นตอนต่อไป
- ในขั้นตอนกระบวนการทำงานกับชาวบ้านนั้น มีขั้นตอนหลักๆ ที่กำหนดไว้คร่าวๆ คือ 1) การรวมกลุ่มชาวบ้านเพื่อนำเสนอข้อมูลที่จัดเก็บไว้ เพื่อทบทวน ตรวจสอบ-เพิ่มเติม และ 2)นำเสนอประเด็นของการใช้พื้นที่ดินเพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพของดิน 3) นำเสนอตัวอย่างของเกษตรกรที่เพาะปลูกได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ดินให้เหมาะสมกับศักยภาพ 4) ฯลฯ
- กลุ่มชาวบ้านหรือเกษตรกรร่วมกันคิดหาวิธีการหรือทางออกร่วมกัน
- ลงมือปฏิบัติหรือดำเนินการตามผลของการหารือร่วมกันนั้น โดยอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่
- หากพื้นที่ใดเกษตรกรยังไม่มั่นใจ ก็จะทำการทำแปลงทดสอบ-ทดลองเพื่อพิสูจน์ทราบ และหากสนใจที่จะปรับเปลี่ยน ในเบื้องต้นอาจสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้ในบางส่วน
- ส่วนเจ้าหน้าที่ภาคสนามนั้น มีแผนที่จะต้องนำเสนอความก้าวหน้า และพบกันทั้งจังหวัดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อทราบความก้าวหน้า และเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานซึ่งกันและกัน
กิจกรรมนี้ผมคิดว่าคงจะสามารถนำการจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือได้มาก ซึ่งจะต้องค่อยๆ นำการจัดการความรู้เข้ามาปรับใช้แบบที่ไม่ให้ทุกคนได้รู้ตัว เช่น วันนี้ก็ได้นำเสนอการค้นหาการปฏิบัติที่เป็นเลิศของเกษตรกรที่มีอยู่แล้วในพื้นที่เตรียมไว้ เพื่อเป็นข้อมูลมานำเสนอ หรือเข้าไปศึกษาดูงาน เพราะบางพื้นที่มีเกษตรกรเพราะปลูกได้เหมาะสมตางศักยภาพอยู่แล้ว รวมทั้งการเสนอให้เจ้าหน้าที่ภาคสนามซึ่งส่วนใหญ่ก็คือนักส่งเสริมกาเกษตรจากทุกอำเภอ ได้มาหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในทุกๆ เดือน
อิอิ....จะค่อยๆ นำการจัดการความรู้มาปรับใช้ และจะบันทึกมาบอกเล่ากันผ่านบล็อกนี้ต่อไปนะครับ
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.
14 ธันวาคม 2550
น้องสิงห์ครับ
ดีใจด้วยน่ะ..ที่มีเพื่อนเยอะ