ผี่ป่ามักจะตะแหลงเป๋นคนเตียวล่อต๋าคนเตียวป่าหื้อหันลับๆล่อๆ

ผืนป่ามักมีอาถรรพ์  มีสิ่งที่แปลกๆที่สร้างความฉงนสนเท่ใจแก่ผู้คนพบเห็น ผู้คนที่มีประสบการณ์เดินป่า ท่องป่าเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้เห็นผีตะแหลง

ผู้คนอาศัยป่ามานานเท่านานตราบที่มีมนุษย์เกิดขึ้นในโลกนี้  ด้วยความเคยชินที่อยู่ในป่าเมื่อเสียชีวิตวิญญาณก็อยู่ตามป่าเขานั่นแหละโดยเฉพาะถิ่นล้านนา มีชนเผ่าลัวะเจ้าของถิ่นมานานเนาเป็นผู้มีอารยธรรมการหลอมเหล็กมาใช้เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิต จึงมีความเชื่อว่าผีลัวะส่วนหนึ่งคงเวียนว่ายอยู่ในป่าร่วมกับผีๆทั่วไปเฝ้าหวงแหนทรัพย์สมบัติ หรือสิ่งที่ตนต้องการรักษามิให้ใครมาทำลาย

เมื่อคนเดินผ่านป่า ผีป่ามักจะตะแหลง(แปลงร่าง)เป็นคนเดินไกลๆให้ผู้คนได้เห็นวับๆแวมๆคล้ายจะแสดงให้คนเดินตาม  บางครั้งจะตะแหลงเป็นชายบ้าง หญิงบ้างเดินเหยียบใบไม้แห้งในป่าเสียงดังกร้อบแกร้บ..หากผีป่าต้องการให้ผู้คนเห็นสมบัติก็จะตะแหลงให้ป่ามีสีเขียวมีต้นไม้ร่มรื่นให้คนหลับ ผีป่าจะชักชวนวิญญาณคนที่หลับไปเที่ยวตามถ้ำที่เก็บสมบัติ เห็นสมบัติมากมาย หลังจากตื่นขึ้น คนก็จะพยายามค้นหาถ้ำที่ตนเคยเห็นในความฝัน แต่ก็ไม่พบว่าอยู่ที่ใดทั้งๆที่มันอาจอยู่ใกล้ที่ตนเองอยู่แถวๆนั้นแหละ

พระธุดงค์ท่านได้ให้ความรู้ว่า  หากเห็นคนเดินวับๆแวมๆในป่าไกลๆห้ามส่งเสียงเพราะผีมันจะโกรธ จะตะแหลงเป็นสัตว์ร้ายเข้ามาหา ให้เราท่องพระถาคาเรียกว่า " ปู่เส็ดค่ำลัวะ"  ขึ้นต้นว่า"....แซวเด็ดแด้วแม่....ก้อนจ้อ หง่อนจ๋อ.........อมสวาห้ะเท้ก " แล้วกระแอมไอไล่มันไป  หากเป็นผีลัวะมันจะกลัวพระคาถาปู่เส็ดมากนักเพราะตำนานปู่เส็ดมันคำเข ข่มเหงรังแกชาวลัวะจนชาวลัวะต้องหนีไปไกล  แม้ว่าวิญญาณลัวะเป็นผีได้ยินพระคาถาปู่เส็ดก็ต้องหนี...ฮ่า..ฮ่า..ปู่เส็ดเก่งแค่ไหนลองคิดดูเถอะ

บางครั้งผีป่ามันขี้เกียจเฝ้าสมบัติมันก็จะทำการตะแหลงล่อให้คนติดตามมันไปเข้าถ้ำมหาสมบัติ  ผู้คนได้เห็นสมบัติก็อยากได้แต่ต้องมีเครื่องสังเวยแลก โดยมีการเข้าฝันว่า  ผีป่าต้องการไก่เหลืองหัวขาว นั่นเป็นปริศนากล่าวคือ  ผีป่าต้องการวิญญาณของพระสงฆ์ที่ครองผ้าสีเหลืองที่ผมหงอก นั่นเอง  หากผู้ที่ต้องการทรัพย์สมบัติก็ต้องหลอกให้พระไปเที่ยวป่าเข้าไปดูถ้ำสมบัติที่สุดผีป่าก็จะเข้าสิงเอาวิญญาณพระสงฆ์ไปเป็นเครื่องสังเวย โดยเหตุนี้ ผู้ที่พบสมบัติครั้งแรกก็สามารถจะนำสมบัติออกมาได้   เมื่อไม่มีสมบัติผีป่าก็ไม่ต้องเฝ้ารักษาต่อไป

สำหรับพระธุดงค์รูปที่ท่านเล่าท่านมีพระคาถาป้องกันผีป่ามากมายจึงเดินธุดงค์มาจากเมืองต่องกี  รัฐไต(ไทยใหญ่)จากประเทศพม่าได้ผ่านป่าเขามากมาย แต่ได้เห็นผีป่าตะแหลงเพียงครั้งเดียวเท่านั้นใกล้ๆกับชายแดนไทยพม่า

พวกเราผู้คนทั่วไปหากเข้าป่าก็อย่าไปสนใจสิ่งที่แปลกๆ  สิ่งที่ไม่เคยพบเห็น หรือผู้คนแปลกหน้า  เผลอๆเจอผีตะแหลงก็จะว่าไม่เตือนเน้อหมู่เฮา.....