คำขอโทษ
“ถ้าความรักหมายถึง การไม่โกรธ และให้อภัย คนที่คุณรักเขาคงยินดีและไม่โกรธเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคุณ และ เขาก็ยินดีที่จะให้อภัยคุณตราบเท่าที่เขายังรักคุณอยู่ และ ยังเชื่อว่ามิตรภาพที่ดีนั้นควรจะรักษาไว้ ” <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"></div></td></tr></tbody></table> คุณเคยใช้คำพูดที่พูดออกไปด้วยอารมณ์ ความคะนอง ความโทสะ แต่แล้วคำพูดที่พูดออกไป ทำร้ายความรู้สึกดี ๆ ของอีกฝ่ายคือผู้ฟังที่ฟังแล้วต้องเสียความรู้สึกดี ๆ ไป จะเป็นด้วยความตั้งใจที่จะพูดออกไป หรือ ไม่ก็ตาม แต่สุดท้ายคนที่รับฟังประโยคเหล่านั้นรู้สึกผิดหวังที่ได้ยินอย่างนั้น
ในช่วงเวลานั้นคุณอาจจะรู้สึกดีที่ได้พูดอย่างนั้นออกไป เพราะว่าคุณได้ระบายความรู้สึกทั้งหมดออกมา แต่ภายหลังคุณกลับมานั่งขบคิดในสิ่งที่คุณทำลงไป คุณกำลังทำลายความรู้สึกดี ๆ ระหว่างกันลงไป คุณเริ่มรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป คำพูดที่หลุดออกจากปากไปแล้ว มันคืออดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลย มีแต่สติเท่านั้นที่ควบคุมคำพูดที่จะออกจากปากไม่ให้พลั้งเผลอพูดในสิ่งที่ไม่สมควร เพียงแต่เราขาดสติควบคุม เพราะเราใช้อารมณ์เหนือเหตุผลนั่นเอง คำพูดที่หลุดออกไปก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำร้าย ความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งทันที บางครั้งคุณอยากจะเป็นฝ่ายที่กล่าวขอโทษในสิ่งที่คุณเคยพูดซึ่งทำร้าย ความรู้สึกดี ๆ ของอีกฝ่าย เพียงแต่คุณไม่กล้า และคุณมีทิฐิ คุณเป็นฝ่ายลังเลที่จะพูด อยากให้อีกฝ่ายยกโทษให้คุณ แต่ภายในใจคุณนั้น มีทิฐิ กลัวเสียหน้า กลัวเสียฟอร์ม จึงทำลายความกล้าที่จะทำให้คุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน เพราะอะไรล่ะ คุณกลับที่จะรอเวลาให้ผ่านไปด้วยหวังว่าเวลาที่ผ่านไปนั้นจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง คุณเคยคิดบ้างไหมว่า …….. เวลาที่ผ่านไปยิ่งทำให้ทุกอย่างไม่ดีขึ้นเลย อีกฝ่ายที่รับฟังคำพูดของคุณ ถึงแม้ว่าคำพูดที่ผ่านไปมันกลายเป็นอดีต แต่ความรู้สึกมันยังคงค้างอยู่ในใจ ถ้าทิฐิมันทำลายความรู้สึกที่ดีระหว่างกัน มีประโยชน์อะไรที่คุณจะถือทิฐิเอาไว้กับตัว คุณควรจะปล่อยทิฐิตรงนั้นไป การกล่าวขอโทษดูเหมือนจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ และยากในยามที่ความรู้สึกดี ๆ ระหว่างกันเกิดรอยร้าวขึ้น ความรู้สึกดี ๆ จะกลับมาก็เพียงแต่ คุณกล้าที่จะเริ่มต้นกล่าวคำขอโทษออกไป ถามใจตัวคุณเอง ว่า คุณยังให้ความสำคัญกับคนๆนั้นอยู่ไหม ไม่ต้องกลัวเสียหน้าถ้าคุณจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นกล่าวก่อน หลังจากกล่าวออกไป คุณจะรู้สึกว่าจิตใจคุณบางเบา อีกฝ่ายคงรู้สึกดีที่ได้ยินอย่างนั้นและยินดีจะให้อภัยคุณ เพราะว่าฉันก็เคยพลาดในการกล่าวขอโทษอีกฝ่ายหนึ่งจึงทำให้เสียเพื่อนที่ฉันรักไปด้วยความมีทิฐิ และกลัวเสียฟอร์ม จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกเสียใจทำไมฉันถึงทิ้งมิตรภาพที่ดีนั้นไป เพียงเพราะความมีทิฐิในใจของฉันเอง ซึ่งฉันไม่น่าจะใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล บวกกับนิสัยความเป็นเด็กที่ยังติดตัวอยู่ การมีทิฐิ และ ไม่ยอมที่จะลดละความมีทิฐิสุดท้ายจะพบว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย จากการกระทำแบบนั้น แล้วต้องกลับมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแทน ถ้าความรักหมายถึง การไม่โกรธ และให้อภัย คนที่คุณรักเขาคงยินดีและไม่โกรธเมื่อได้ยินคำขอโทษจากคุณ และ เขาก็ยินดีที่จะให้อภัยคุณตราบเท่าที่เขายังรักคุณอยู่ และ ยังเชื่อว่ามิตรภาพที่ดีนั้นควรจะรักษาไว้ การขอโทษไม่ใช่เรื่องยาก หากลดทิฐิ และการกลัวเสียฟอร์ม คุณอาจต้องเป็นฝ่ายที่จะเสียใจที่ไม่กล้ากล่าวคำขอโทษกับคนที่คุณรัก ไม่มีใครดีกับเราเท่ากับคนที่รักเรา และ เรารักเขาด้วยมิตรภาพ ความจริงใจ จะทำให้ทุกๆอย่างดีขึ้น เพียงการลดทิฐิ การหันหน้าเข้าหากัน เมื่อรู้ว่าผิดไม่ต้องหวังที่จะรอให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดกล่าวคำว่าขอโทษก่อน ควรเริ่มจากเราเพียงแค่กล่าวคำว่า “ ขอโทษ ” ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดีขึ้น “ ขอโทษ ” คำพูดง่ายๆ คำพูดที่จริงใจ ช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น คำพูดที่ช่วยถนอมรักษามิตรภาพสิ่งดีๆไว้ ให้คงอยู่ตลอดไป