ชีวิตที่พอเพียง : 424. เรียนรู้ทักษะมั่วศาสตร์

         ความคิดของผมยังต่อเนื่องจากบันทึกที่แล้ว     คิดทบทวนการทำงานของ SAC และ IAC ของรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ     โดยที่ผมเป็นประธานทั้ง 2 ชุด     และดูการทำงานจะได้ผลดีมาก     เกิดระบบงานที่ทำงานง่ายและสนุกอย่างไม่เคยมีมาก่อน     โดยประธานเป็นคนที่ไม่มีความรู้ หรือไม่รู้จริง      ถือเป็นปรากฏการณ์ที่แปลก     ผมจึงเอามาพิจารณาตีความหรือทำความเข้าใจว่า ผลสำเร็จเล็กๆ นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

         ผมสรุปว่า เป็นเพราะผมพัฒนาทักษะมั่วศาสตร์ขึ้นมาทำงานนี้     เป็นการมั่วอย่างเป็นระบบ  และเป็นทีม  มีสำนักงานคณะเลขานุการกิจ (secretariat) ที่เข้มแข็ง     มีเคล็ดลับในการใช้ความมั่วเชื่อมโยงผู้ที่มีความรู้จริงและรู้ลึก     และกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทำงานด้วยศรัทธาในคุณค่าของงานเพื่อถวายสมเด็จพระบรมราชชนก  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระเทพรัตน์  และพระราชจักรีวงศ์     และเพื่อประโยชน์ในการกระตุ้นสังคมไทยและสังคมโลกได้เห็นคุณค่าของงานสร้างสรรค์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

         ที่จริงคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดเป็นคนที่มีงานยุ่งมาก      หาเวลานัดประชุมพร้อมกันยากมาก      กรรมการ SAC นัดประชุมปีละเพียง 3 ครั้ง ครั้งละครึ่งวัน     แต่เอาเข้าจริงมักมีคนมาประชุมเพียงครึ่งเดียว หรือบางครั้งไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ     แต่เราก็ทำงานได้ผลดีเป็นที่ชื่นชม      ตรงนี้แหละครับคือมั่วศาสตร์ที่ผมค้นพบจากประสบการณ์    

         เราต้องเข้าใจว่ากรรมการแบบนี้เรื่องคนมาประชุมมากน้อยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ     เพราะเป็นกรรมการทำงาน ออกความเห็น และช่วยสรุปภาพรวมของผู้มีผลงานเด่นแต่ละคนหรือแต่ละเรื่อง     ไม่ใช่กรรมการลงมติหาข้อยุติ    ไม่ใช่กรรมการที่ทำงานแบบการเมือง แบบเอาชนะคะคาน      กรรมการไม่มาประชุมก็ไม่เป็นไร เราจะส่งเอกสารและข้อมูลไปให้ออกความเห็น    โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำ (คือคุณผึ้ง) เป็นผู้คอยค้นเอกสารให้ และคอยตามทวงความเห็น    นี่คือเคล็ดลับในการใช้คนเก่งที่ไม่ค่อยมีเวลาว่าง    

         การใช้งานคนเก่งและมีงานอื่นยุ่งมากนี้ ต้องมีความยืดหยุ่นสูงมาก     ต้องยอมรับความจริงว่าบางช่วงบางท่านจะไม่มีช่องว่างของสมองให้เราเบียดเข้าไปใช้ได้เลย     เราต้องใช้ท่านในช่วงเวลาที่เหมาะสมและแสดงท่าทีตลอดเวลาว่า จะไม่รบกวนในสิ่งที่ไม่น่าจะจำเป็นต้องรบกวน      และที่สำคัญที่สุดคือการตอกย้ำว่า งานนี้เป็นการทำแบบอาสาสมัครเพื่อคุณประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ตามรอยพระ ยุคลบาทสมเด็จพระบรมราชชนก  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ      และในขณะเดียวกันก็เป็นการรับใช้พระบรมจักรีวงศ์และท่านที่กล่าวพระนามมาแล้วทั้งสามพระองค์     คุณค่าเหล่านี้รวมทั้งโอกาสเรียนรู้ระหว่างเพื่อน SAC และโอกาสเรียนรู้ร่วมกับ IAC น่าจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดสมาชิกของ SAC ซึ่งเป็นคนมีภารกิจมาก เข้ามาทำงานอาสาสมัครนี้ร่วมกัน

         การทำงานแบบนี้คล้ายวงออร์เคสตร้า     แต่เป็น virtual orchestra คือไม่ต้องมาร่วมแบบพร้อมหน้าในที่เดียวกันเวลาเดียวกัน    ก็สามารถทำงานสร้างผลงานที่ประทับใจได้    เป็นการทำงานที่ผมได้เรียนรู้จากการทำงานให้มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลนี่แหละ

วิจารณ์ พานิช
11 พ.ย. 50

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)