ในโลกแห่งการบริหารนั้น “ความเจ้ากี้เจ้าการ” กับการบริหารงานดูจะอยู่ใกล้กันจนแทบจะแยกไม่ออก ผู้บริหารที่เก่งกาจ มีความสามารถ มักจะมีคุณสมบัติข้อนี้อยู่ในตัว แต่ก่อนผมเองก็เป็นคนที่เจ้ากี้เจ้าการ (ปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่เวลาอยู่ที่บ้าน) แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ผมเริ่มคิดได้ว่า ผมน่าจะลดความเจ้ากี้เจ้าการนี้ให้น้อยลง ผมควรจะหันมาฝึกพัฒนาทักษะใหม่ที่เน้นการส่งเสริมให้คนทำงานได้ทำด้วยใจ ไม่ใช่ต้องทำไปเพราะ “ถูกสั่ง” หรือเอาแต่อ้างเรื่อง “ตัวชี้วัด”และการประเมิน
แน่นอนครับว่าผู้บริหารทุกท่านนั้นต้องรับผิดชอบต่องาน ทุกท่านมีเป้าหมายที่จะต้องนำพาองค์กรไปให้ถึง ก็ด้วยเหตุนี้นี่แหล่ะครับที่เราถึงพูดกันเรื่องวิสัยทัศน์ เพราะถ้าจะให้ได้ใจเราต้องให้ความสำคัญกับฝันของคนทุกคนก่อนเป็นอันดับแรก และจะต้องมีกระบวนการวาดฝันร่วมกันที่เรียกว่า “Shared Vision” อย่างที่ผมเคยพูดถึงไปบ้างแล้ว
แต่ประเด็นที่ผมอยากจะเน้นในวันนี้ก็คือ. . . แค่การฝันร่วมกันนั้นยังไม่พอนะครับ ต้องบอกต่อไปอีกด้วยว่าแล้วสิ่งที่เรา “ต้องการจะทำ” นั้นคืออะไร ผมไม่ได้หมายถึงกิจกรรมย่อยๆ (Activity) ที่ลงรายละเอียดในทำนอง Action Plan หรอกครับ หากแต่หมายถึงเรื่องใหญ่ๆ ที่เรา“มีใจอยากทำ”รู้ว่าถ้าทำสิ่งเหล่านั้นแล้ว ฝันที่วาดไว้ก็จะใกล้ความเป็นจริง เราเรียก “กิจที่เรามุ่งมั่นผูกพัน” นี้ว่า “พันธกิจ” ครับ
สำหรับ สคส. พวกเราได้ลองคิดร่วมกันจนเกิดเป็นพันธกิจสามข้อ ดังต่อไปนี้:
1. สร้างแรงบันดาลใจ ทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ท้าทาย และทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สนุก
2. เสริมสร้างศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent) เพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและทำให้เกิดพลวัตในการพัฒนา
3. เชื่อมโยงเครือข่ายภาคีเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่ข้ามบริบท (cross contexts)
ใครมีอะไรที่จะแนะนำเรื่องพันธกิจของ สคส. หรือต้องการจะแลกเปลี่ยนในประเด็นที่เป็นหัวเรื่องของบันทึกนี้ เชิญได้เลยครับ . . .
มาให้กำลังใจครับ