มุมมองชีวิต และคำตอบจากความประทับใจ ในห้วงขณะโมงยามแห่งการก้าวขา เพื่อเดินขึ้นสู่ที่สูง เดินแต่ละก้าว นับแต่ละลมหายใจ ขณะก้าวขาสู่ภูเบื้องหน้า ภูเขามิใช่เพียงที่สูงซึ่งมียอดให้เราต้องพิชิตเท่านั้น แต่ยังมีบทเรียนชีวิตและคำตอบบางประการ ให้เราได้เรียนรู้ค้นหา และเข้าใจว่า สิ่งรอบกายเราล้วนสอนสั่งเรื่องราวอันมากมาย ให้เราได้หยิบจับเข้าใจ ใส่ใจเพื่อเรียนรู้ไว้เตือนตน

เดินที่สูง

อ้างอิง - ภาพ http://burabhawayu.multiply.com/photos

แอบหยิบยืมความประทับใจ

จากชื่อหนังสือของสำนักพิมพ์หนังสือเดินทาง

และภาพถ่ายของสมิทธิ ธนานิธิโชติ

ซึ่งถ่ายภาพภูอันงดงาม นาม Machhapuchhre Napal  ภูเขาหางปลา แห่งเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล เมื่อเห็นภาพและเรื่องราว ในยามคิดถึงการเดินทางขึ้นเขา การก้าวแต่ละครั้งของชีวิต ก้าวทีก็หอบหายใจที ยิ่งก้าวยิ่งต้องคิด คิดแบบการเดินขึ้นเขาคือคิดทีละก้าว ทีละก้าว อย่างพยายามคิดไกลเกินใจ เพราะบางครั้งจะท้อก่อนเดินถึง

ใครเคยผ่านภูกระดึง

หรือเคยก้าวผ่านภูเขาใดจะเข้าใจ

ว่าการก้าวขึ้นแต่ละครั้งนั้น วัดใจเพียงใด

ที่ต้องอ้างอิงภูกระดึง เพราะความโดดเด่นในฐานะของเทือกภู ที่สามารถเดินทางไปพร้อมช่วงผ่านชีวิตเด็กวัยรุ่นโดยส่วนใหญ่ เป็นแหล่งเดินขึ้นเขายอดนิยมของประเทศ ที่วัดทั้งใจตัวเองและใจคนรอบข้างได้ดี เป็นพื้นฐานแรกของชีวิตการเดินภู ด้วยแบบทดสอบเล็กน้อยที่จะรู้ได้ว่า ชีวิตเราไม่ได้ยิ่งใหญ่เกินไปกว่าธรรมชาติเบื้องหน้า

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเดินขึ้นเทือกภูศักดิ์สิทธิ์

เช่นยอดเขาเอเวอเรสต์แห่งหิมาลัย

ไม่ต้องอ้างอิงถึงคณะเดินทางใด

ที่พยายามจะปักธงความยิ่งใหญ่ของตัวเอง แต่ลืมนมัสการเทือกเขาอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชาวฮินดูพื้นถิ่นในดินแดนแห่งนี้ น้อมบูชาในฐานะสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่สถิตแห่งองค์พระศิวะ ไม่ใช่ที่ซึ่งมนุษย์จะก้าวผ่านโดยลำพัง หรือไร้ความยำเกรง เพียงเพื่อไปเหยียบย่ำยีเล่นเท่านั้น ไม่ใช่ และไม่ใช่อย่างแน่นอน

แต่ก็จนใจสำหรับโลกยุคนี้

ที่ผู้คนต่างอยากพิชิตความยิ่งใหญ่

พิชิตไปหมดทุกเรื่องราวแห่งปรารถนา

แต่ใช่ว่าสถานอันศักดิ์สิทธิ์เช่นเทือกภูยอดเอเวอเรสต์ จะยินยอมให้ใครขึ้นไปเหยียบยืนเล่นได้เพียงลำพองใจ เพราะทุกปีมีแรงปรารถนาและชีวิตของผู้ท้าทายความสูง เซ่นสังเวยต่อแรงปรารถนา จนต้องวางร่างอันเป็นนิรันดร์ไว้ท่ามกลางปุยหิมะหนา เมื่อหมดลมหายใจสุดท้ายทุกอย่างก็หยุดนิ่ง

ชาวเชอร์ปาในฐานะชนพื้นถิ่นแห่งเทือกหิมาลัย

กล่าวถึงความยิ่งใหญ่ว่า

หากใครได้ทิ้งร่างลง ณ สถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

ก็เสมือนได้นอนบนแผ่นดินของพระเจ้า ไม่ใช่เพียงนอนลำพังเช่นมนุษย์ แต่ได้นอนในดินแดนแห่งพระเจ้า อันนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งใหญ่ มากมายกว่าผู้ที่คิดเพียงปักธงไว้ส่วนยอดจะเข้าใจ เพราะความเข้าใจในหัวใจแห่งศรัทธา มากกว่าขาและหัวใจฉกฉวยนัก

สุดแดน วิสุทธิลักษณ์

เขียนไว้ในหนังสือเดินที่สูง

พร้อมมุมมองนักเขียนอีกหกคน

กล่าวถึงคำประทับใจของ อเล็กซองดรา ดาวี - นีล ชาวฝรั่งเศส นักเดินทางคนสำคัญแทบเทือกเขาหิมาลัย และ ทิเบต ซึ่งเธอได้เคยบอกไว้ว่า ยิ่งเราเดินทางขึ้นที่สูงมากขึ้นเท่าใด ตัวตนอันแท้จริงของเราก็จะปรากฎให้เห็นในความฝัน

 

แต่สำหรับเพื่อนผู้หญิงผมหลายคน

ที่เคยเดินขึ้นภูกระดึงพร้อมคนรัก

ต่างบอกว่าตัวตนอันแท้จริงของคนรักนั้น

ปรากฎขึ้นในความจริง ไม่ใช่ในความฝัน ตัวตนคนรักอันแท้จริงเริ่มตั้งแต่ซำแรกยันซำสุดท้าย รู้ได้ทันทีว่ายามทุกข์ยากนั้น คนทั้งคู่รู้สึกกันเช่นไร ในเบื้องลึกแห่งตัวตน และแววตาที่มองในแต่ละหอบหายใจนั้นเป็นอย่างไร ไม่ต้องอื่นไกลไปถึงคำสาบถสาบานต่อศาลเจ้าพ่อไทร

เอาแค่ไม่ต้องจูงมือขึ้นเขา

แค่ลำพังเดินเคียงข้างกันไปยันหลังแป

คนทั้งคู่ก็จะรู้ดีแล้วว่า จะอยู่กันยืดหรือคบกันสั้น

เหมือนที่คำเตือนทั่วไปบอกกล่าวไว้ อย่าพึงพาคนรักเดินขึ้นภูกระดึง หากไม่แน่ใจในรักขณะนั้น ก็ให้ยึดคำนักเล่นหุ้นไว้ ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจ

เช่นกันสำหรับการพาคนรักขึ้นเขา

การขึ้นเขาล้วนมีความเสี่ยง

ผู้ที่รักกันควรศึกษาให้รอบคอยก่อนการตัดสินใจ

ถ้าแน่ใจก็พาเดินเคียงข้างกันไป แต่ถ้าลองแน่ใจว่าจะเลิกก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง ในอุบายก่อนการเลิกอย่างเป็นทางการ สำหรับแต่ละความแยบคายของชีวิตรัก จะว่าไปตัวตนอันแท้จริงของการเดินขึ้นที่สูง ก้าวสู่ยอดภู ก็ไม่ต่างจากการเปรียบเปรยโดยทั่วไปที่เราได้ยิน

เมื่อเปรียบที่สูง

เป็นดั่งยอดแห่งจุดหมายปลายทาง

เป็นความยิ่งใหญ่ของชีวิตมนุษย์ผู้มีความฝัน

ซึ่งต่างอยากจะเป็นจะมุ่งไป ตามอย่างที่เรวัติ พุทธินันทน์ เคยกล่าวในบทเพลง อ้างอิงว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว ไม่ใช่แต่ลำพังการก้าวไปนั้น จะนำพาความสุขของชีวิตมาเพียงลำพัง ความเหน็บหนาวโดดเดี่ยว การเผชิญหน้าท้าทายกับลมแรง เขาชัน ขาอันอ่อนล้า และหัวใจอันห่อเหี่ยว

สำคัญคือเมื่อยามเดินที่สูง

หัวใจเราจะเริ่มต้นบทเรียนอันท้าทาย

มีคำถามมากมายอยู่ในหัวเรา วิ่งเข้ามาทุกระยะ

ยิงใส่ยิ่งกว่านักข่าวถามดาราเรื่องท้องก่อนแต่ง ถามได้ถามดี บ่อยครั้งถามว่าเรามาเหน็ดเหนื่อยทรมานตัวเองทำไม ทำไมไม่อยู่สบายๆ ให้ต้องกลุ้มหัวใจหรือเหน็ดเหนื่อยแข้งขาปานจะขาดใจ ทำไม และทำไม

คำถามมากมายวนเวียนอยู่จริง

เฝ้าถามยั่วแย้งเรา

เหมือนเราเหน็บเวตาลขึ้นเขาไปด้วย

ยิ่งเราไม่แน่ใจตัวเองเท่าไร ยิ่งเราไม่ได้มั่นใจว่าต้องก้าวไปถึงยอดเขาเท่าใด เรายิ่งจะท้อ เพราะสุดท้ายคนที่จะต้องสรุปผลจากคำถามทั้งหมด ก็คือตัวเราเอง ว่าที่เดินขึ้นมาเพื่ออะไร เดินไปทำไม ทำไมต้องเดิน ทำไมต้องเหนื่อยยากลำบากเช่นนี้ ทำไมไม่นอนอยู่บ้านสบายๆ สำหรับคำถามเหล่านี้ นักเดินเขาทั่วไปมีสูตรง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้นก้าวขาขึ้นภู ที่มักบอกสอนกันมา

ให้เดินทีละก้าว ค่อยๆก้าว ค่อยๆเดิน

เดินไปหอบหายใจไป อย่าคิดมาก

อย่าคิดเกินก้าว เดี๋ยวก็จะถึง