วันนี้พวกเราพร้อมใจกันตื่นตั้งแต่เช้ามืด ถามไถ่กันได้ความว่านอนไม่ค่อยหลับกัน เอ...อย่างนี้เค้าเรียกว่าเกิดอาการเจ๊ตแล็ตหรือเปล่า? แต่อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ตื่นด้วยความสดชื่นแถมได้นั่งจิบกาแฟหอม ๆ ในมุมกาแฟที่ทางโรงแรมจัดไว้อย่างน่ารักและเป็นกันเอง..แม่นีโอช้อบชอบ ป้อมลงไปจัดการกับกาแฟและขนมก่อน โดยนำขึ้นมาบนห้องพักเผื่อคุณอาด้วย เพราะป้อมไม่อยากให้พวกเราพร้อมใจกันลงไปทานที่ห้องอาหาร เนื่องจากตอนเช็คอินได้แจ้งทางโรงแรมว่าพักเพียง 2 คน จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าที่พักเพิ่ม (ซำเหมาพเนจรก็อย่างนี้หล่ะนะ)
จากนั้นแม่นีโอ ดิ่ง และป๊อกจึงลงไปทาน แม่นีโอรู้สึกประทับใจกับห้องอาหารที่นี่เสียเหลือเกิน ดูสบาย ๆ เป็นกันเอง มีชุดโซฟาไม่กี่ชุด มีอาหารให้เลือกไม่มาก แต่เป็นบรรยากาศให้ทำเอง แม่นีโอเลือกทานวอฟเฟิลที่มีแป้งตั้งไว้ให้เราอบเอง ทานคู่กาแฟหอมกรุ่น อิ่มหนำสำราญกันแล้ว เราถือผลไม้ติดไม้ติดมือไปเป็นของว่างระหว่างทางด้วย
พวกเรามีเวลาเหลือเฟือที่จะขับรถเล่นที่ชานเมืองที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ มีดอกไม้ป่าบานเต็มท้องทุ่ง เราได้พบกับทุ่งดอกมัสตาร์ดสีเหลืองอร่าม และดอกแดฟโฟดิล (Daffodil) ส่งกลิ่นหอมอบอวลอยู่ริมทาง พวกเราไม่รอช้าที่จะไปถ่ายรูปและดื่มด่ำกับความสวยงามของดอกแดฟโฟดิลที่บานชูช่อรอเราอยู่ ถัดจากนี้ไม่ไกลนัก เราก็มาถึง สแกกิตวัลเล่ย์ (Skagit Valley) ซึ่งจัดงานเทศกาลดอกทิวลิปในช่วงที่เรามาพอดี ต้องเสียค่าเข้าชมคนละ $2.00 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ค่า

ป้ายด้านหน้าทางเข้าค่ะ
เรามาถึงในเวลาที่สวนเพิ่งเปิดพอดี ผู้คนจึงยังไม่มากนัก เราจึงเลือกเดินชมทุ่งทิวลิปกันก่อนที่จะมาชมการแสดงนิทรรศการทิวลิปในร่ม ดอกทิวลิปที่นี่จะถูกปลูกแยกไว้เป็นสี ๆ สลับกันไปบนเนิน แม่นีโอเคยใฝ่ฝันว่าจะต้องไปชมความงามของทิวลิปที่สวนเคอเคนฮอฟ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตอนนี้แม้ว่าฝันยังไม่เป็นจริง แต่แม่นีโอก็ได้มายืนอยู่ท่ามกลางทิวลิปที่บานเป็นทุ่ง พวกเราอิ่มเอมกับการเดินชมดอกทิวลิปจนเป็นที่พอใจแล้ว เราจึงกลับเข้าไปชมนิทรรศการการจัดดอกไม้ ซึ่งมีทั้งทิวลิป แดฟโฟดิล ไฮยาซินต์ และสารพัดไม้ดอกเมืองหนาวอีกมากมาย



ทุกๆ ปีที่ Skagit จะมีการขายภาพวาดที่ทำออกมาเป็นโปสเตอร์และโปสการ์ด
แต่ละปีจะมี theme แตกต่างกันออกไป
จากสแกกิตวัลเล่ย์ เราขับรถเข้าสู่ดาวน์ทาวน์ซีแอตเติลอีกครั้ง เพื่อตุนเสบียงสำหรับมื้อกลางวัน ซึ่งเราวางแผนกันไว้ว่าจะซื้อข้าวกล่องไปทานในจุดพักข้างทาง เพื่อให้ได้บรรยากาศของการทานข้าวเคล้าธรรมชาติรอบข้าง พวกเราสั่งข้าวกล่องที่ร้านอาหารไทยใกล้ ๆ กับ University of Washington ดังนั้นในระหว่างรอ เราจึงต้องใช้เวลาอย่างคุ้มค่าโดยการเข้าไปเดินเล่นในมหาวิทยาลัย และก็ไม่ผิดหวังค่ะคุณขา เพราะบรรยากาศของมหาวิทยาลัยเงียบสงบ อาคารเรียนสวยสง่า ดูแล้วคลาสสิกเหมือนตึกแถบยุโรป แถมด้วยดงซากุระต้นใหญ่ที่ออกดอกบานเต็มต้น ที่น่ารักที่สุดเห็นจะเป็นเจ้ากระรอกขี้เล่นที่อาศัยอยู่ตามไม้ใหญ่ของที่นี่ ชอบออกมาเล่นกับผู้คนที่ผ่านไปมา ดิ่งซึ่งเป็นคนรักสัตว์จึงใช้เวลาหยอกล้อกับเจ้ากระรอกซะเพลิน....

ดอกทิวลิปบานเป็นทุ่งแบบนี้หล่ะค่ะ...ทำเอาแม่นีโอเคลิ้ม!! รัวชัตเตอร์ไม่ยั้งเลยทีเดียว
ทุ่งดอดทิวลิปนี่งามแต้ๆ มีภาพใหญ่กว่านี้ไหมคร้าบบบ ^__^
เรื่อง Jet Lag นี่ พี่โชคดีไม่เป็น ปรับตัวได้ทันที (ยังกะกิ้งก่าเปลี่ยนสียังไงงั้นแหละ...อิอิ)
เดี๋ยวแม่นีโอจะหาภาพทิวลิปมาอวดใหม่นะคะ ขอเวลาหาก่อน…เอ้อ!! ท่าทางไปเที่ยวนานแล้วเหมือนกันนะเนี่ย _
สวัสดีค่ะ พี่นารี
รู้สึกว่าจะลืมมาตอบพี่นารีนะคะ (นานมั่กๆ)
เพิ่งไปค้นเจอภาพแม่นีโอถ่ายกะดอกทิวลิป
สมัยนั้นถ่ายยังไม่ใช้กล้องดิจิทัลเลยค่ะ
ต้องสแกนภาพจากภาพถ่ายค่ะ แสดงให้เห็นว่านานจริงๆ ฮ่าๆๆ