ต้องขอทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อนว่า ชื่อสี่แยกนี้อาจไปพ้องกับชื่อของท่าน ชื่อบุคคลสำคัญท่านใดนั้น เราต้องของอภัย เราไม่มีเจตนาใดให้ท่านชื่อของท่านต้องหม่นหมอง หรือเสียหาย แม้กระทั่งเป็นการกดดันให้ท่านต้องมาทำหน้าที่ เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาที่เราจะได้นำเสนอต่อไป
สื่อมวลชนหลายท่านสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณอภิญญา เดชาติวงค์ ณ อยุธยา ขอระบุชื่อครูปุ้ย คนจริงกล้าแสดงออก ยิ่งเมื่อเช้าวันนี้ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 ที่คลื่น เอฟ เอ็ม 101 เขานำเสนอประเด็นข่าวที่มีสาระดี ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาสี่แยกต่าง ๆ บริเวณ เขตเทศบาลเมืองน่าน โดยมีข้อคิดที่เป็นประโยชน์ ควรนำมาแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในเขตเทศบาลเมืองน่าน
อันที่จริง มีคนพูดว่า หากคนขับขี่ไม่ประมาท ก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุต่อทรัพย์สิน และความเสียหายต่อชีวิต คนที่พูดนั้นไม่ผิด แต่ไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด ผมเองก็ขอพูดมาบ้างว่า หากทุกคนในเขตเทศบาลเมืองน่าน รวมถึงผู้พูดไม่ใช้ยวดยาน โดยพวกเราพากันเดินด้วยเท้ากันเสียทั้งหมด แน่นอนจะไม่มีรถชนกันใช่หรือไม่
เราควรเอาความจริงมาพูดกัน พูดเพื่อแสวงหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา สิ่งที่ต้องครุ่นคิดเป็นพิเศษเกิดเมื่อวันศุกร์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2550 หากนับถือว่าพรุ่งนี้ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2550 จะครบ 7 วันพอดี วันเกิดเหตุเวลาค่ำ นักเรียนพยาบาลปีที่ 2 ชาวน่าน เดินทางจาก จ.ลำปางที่ตั้งสถานศึกษา กลับจังหวัดน่านบ้านเกิดแต่ไม่ถูกบ้าน ต้องมาจบชีวิตเพราะอุบัติเหตุบริเวณสี่แยก จุดตัดระหว่างถนนมหายศ กับถนนราษฏร์อำนวย
เราทราบมาว่า มีข้อเสนอผ่านไปยังนักการเมืองในเขตเทศบาล แล้วท่านได้นำเสนอต่อไปให้ไปยังเทศบาลเมืองน่าน เราได้แต่คอย ได้แต่หวังว่า การป้องกันปัญหาควรรีบเร่งแก้ไขด้านวิศวะจราจร อย่างเร่งด่วนด้วยการติดไฟส่องสว่าง เร่งด่วน คุณปุ้ย 101 บอกว่า จุดบริเวณที่เกิดเหตุในวันที่น้องนักเรียนพยาบาลเสียชีวิต เท่าที่เขาได้ทำข่าวมาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก จำเป็นต้องเร่งรีบแก้ไข
ชาวน่านที่รู้จักตั้งชื่อสี่แยกแห่งนี้ไปต่าง ๆ นา ๆ ว่า " สี่แยกสะตวงไม่แห้ง " " สี่แยกซ้ำซาก " " สี่แยกประหาร " ทั้ง 3 ชื่อที่กล่าวฟังแล้วดูท่าจะไม่มีความหวังใด ๆ เลย บริเวณสี่แยกดังกล่าวมาแล้ว ชาวบ้านพูดว่า มีวิญญาณทักทายผู้คน ต้องแก้ ต้องถอน กันอยู่บ่อย ๆ บางคนป่วยเป็นไข้ไปหาหมอไม่ทราบสาเหตุ ให้ผู้อาวุโสมาแก้ มาขอขมานำลาบดิบมาถวายให้ สิ่งที่เลวร้ายเป็นไข้จะหายทันที พวกเขาก็ยังแปลกใจไม่เชื่อก็ไม่อยากลบหลู่ ดูหมิ่น
ได้บอกกับชาวบ้านที่รู้จักคุ้นเคยกันว่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คนเราอยู่ไปก็ต้องมีความหวัง โดยหวังว่า จะบังเกิดสิ่งดีงาม จะต้องเกิดความสงบร่มเย็น เกิดความสงบสุข หากผู้มีอำนาจท่านใดลงมือก็ถือว่าเป็นชัยชนะ ต่อสิ่งที่มองไม่เห็น ให้ทุกอนุของวิญญาณระแวกที่เกิดเหตุ โปรดอย่าใดทักทาย ทำร้ายให้เกิดการบาดเจ็บ เสียหาย เสียชีวิตอีกเลย ให้ศพของนักเรียนพยาบาลวันศุกร์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2550 เป็นศพสุดท้ายได้ไหม เราขอตั้งชื่อสี่แยกแห่งนี้ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยให้ชนะปัญหาทั้งปวง ให้ชื่อสี่แยกแห่งนี้ ว่า สี่แยกชัยพันธุ์ จะเหมาะสมกว่า สี่แยกแดงเป็ดย่าง หรือสี่แยกร้านเหล้าบูลคอนเนอร์ ชัยพันธุ์คือพันธุ์ที่ประสบชัยชนะต่อภัยทั้งปวง
สื่อมวลชนหลายท่านสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณอภิญญา เดชาติวงค์ ณ อยุธยา ขอระบุชื่อครูปุ้ย คนจริงกล้าแสดงออก ยิ่งเมื่อเช้าวันนี้ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 ที่คลื่น เอฟ เอ็ม 101 เขานำเสนอประเด็นข่าวที่มีสาระดี ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาสี่แยกต่าง ๆ บริเวณ เขตเทศบาลเมืองน่าน โดยมีข้อคิดที่เป็นประโยชน์ ควรนำมาแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในเขตเทศบาลเมืองน่าน
อันที่จริง มีคนพูดว่า หากคนขับขี่ไม่ประมาท ก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุต่อทรัพย์สิน และความเสียหายต่อชีวิต คนที่พูดนั้นไม่ผิด แต่ไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด ผมเองก็ขอพูดมาบ้างว่า หากทุกคนในเขตเทศบาลเมืองน่าน รวมถึงผู้พูดไม่ใช้ยวดยาน โดยพวกเราพากันเดินด้วยเท้ากันเสียทั้งหมด แน่นอนจะไม่มีรถชนกันใช่หรือไม่
เราควรเอาความจริงมาพูดกัน พูดเพื่อแสวงหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหา สิ่งที่ต้องครุ่นคิดเป็นพิเศษเกิดเมื่อวันศุกร์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2550 หากนับถือว่าพรุ่งนี้ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2550 จะครบ 7 วันพอดี วันเกิดเหตุเวลาค่ำ นักเรียนพยาบาลปีที่ 2 ชาวน่าน เดินทางจาก จ.ลำปางที่ตั้งสถานศึกษา กลับจังหวัดน่านบ้านเกิดแต่ไม่ถูกบ้าน ต้องมาจบชีวิตเพราะอุบัติเหตุบริเวณสี่แยก จุดตัดระหว่างถนนมหายศ กับถนนราษฏร์อำนวย
เราทราบมาว่า มีข้อเสนอผ่านไปยังนักการเมืองในเขตเทศบาล แล้วท่านได้นำเสนอต่อไปให้ไปยังเทศบาลเมืองน่าน เราได้แต่คอย ได้แต่หวังว่า การป้องกันปัญหาควรรีบเร่งแก้ไขด้านวิศวะจราจร อย่างเร่งด่วนด้วยการติดไฟส่องสว่าง เร่งด่วน คุณปุ้ย 101 บอกว่า จุดบริเวณที่เกิดเหตุในวันที่น้องนักเรียนพยาบาลเสียชีวิต เท่าที่เขาได้ทำข่าวมาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก จำเป็นต้องเร่งรีบแก้ไข
ชาวน่านที่รู้จักตั้งชื่อสี่แยกแห่งนี้ไปต่าง ๆ นา ๆ ว่า " สี่แยกสะตวงไม่แห้ง " " สี่แยกซ้ำซาก " " สี่แยกประหาร " ทั้ง 3 ชื่อที่กล่าวฟังแล้วดูท่าจะไม่มีความหวังใด ๆ เลย บริเวณสี่แยกดังกล่าวมาแล้ว ชาวบ้านพูดว่า มีวิญญาณทักทายผู้คน ต้องแก้ ต้องถอน กันอยู่บ่อย ๆ บางคนป่วยเป็นไข้ไปหาหมอไม่ทราบสาเหตุ ให้ผู้อาวุโสมาแก้ มาขอขมานำลาบดิบมาถวายให้ สิ่งที่เลวร้ายเป็นไข้จะหายทันที พวกเขาก็ยังแปลกใจไม่เชื่อก็ไม่อยากลบหลู่ ดูหมิ่น
ได้บอกกับชาวบ้านที่รู้จักคุ้นเคยกันว่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คนเราอยู่ไปก็ต้องมีความหวัง โดยหวังว่า จะบังเกิดสิ่งดีงาม จะต้องเกิดความสงบร่มเย็น เกิดความสงบสุข หากผู้มีอำนาจท่านใดลงมือก็ถือว่าเป็นชัยชนะ ต่อสิ่งที่มองไม่เห็น ให้ทุกอนุของวิญญาณระแวกที่เกิดเหตุ โปรดอย่าใดทักทาย ทำร้ายให้เกิดการบาดเจ็บ เสียหาย เสียชีวิตอีกเลย ให้ศพของนักเรียนพยาบาลวันศุกร์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2550 เป็นศพสุดท้ายได้ไหม เราขอตั้งชื่อสี่แยกแห่งนี้ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยให้ชนะปัญหาทั้งปวง ให้ชื่อสี่แยกแห่งนี้ ว่า สี่แยกชัยพันธุ์ จะเหมาะสมกว่า สี่แยกแดงเป็ดย่าง หรือสี่แยกร้านเหล้าบูลคอนเนอร์ ชัยพันธุ์คือพันธุ์ที่ประสบชัยชนะต่อภัยทั้งปวง