วันนี้ผมได้หารือกับนักศึกษากลุ่มย่อยว่า “ทำไมนักศึกษาจึงติดเกมส์ และติด chat”
จะแก้ได้ไหม
ข้อสรุปว่า แก้ได้ยากมาก
จึงมาถึงประเด็นว่า ถ้าแก้ไขไม่ได้ ก็ใช้ประโยชน์ซะเลย จะเป็นอย่างไร
ก็ได้ความว่า น่าจะเป็นไปได้
ถ้า
- อาจารย์ที่สอน เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ chat กับอาจารย์ และ
- อาจารย์สามารถทนอ่านภาษา chat ของวัยรุ่นได้
- นอกจากนั้น อาจารย์ต้องเรียน “ภาษา chat” ให้คล่อง เพื่อที่จะได้มีการพูดคุยกันได้แบบไม่สะดุด
เอ๊ะ ฟังก็เข้าท่าดีนะ
ผมก็เลยว่าจะลองเปิดเวที chat ในวิชาที่ผมสอน เป็น รายสัปดาห์ก่อน
สัก สามชั่วโมงต่อสัปดาห์ เวลาประมาณ ๖ โมงเย็น ถึง สามทุ่ม ของวันที่นักศึกษา ส่วนใหญ่ สะดวกมากที่สุด
สำหรับรายละเอียดนั้น จะขอหารือกันในห้องเรียนอีกทีหนึ่ง
วันนี้ ผมจึงขอโยนก้อนหินถามทาง มายังนักศึกษาที่เรียนวิชา การจัดการทรัพยากรที่ดินแบบบูรณาการ ประจำภาคปลาย ปีการศึกษา ๒๕๕๐
ท่านคิดว่าอย่างไร หรือควรจะเป็นรูปแบบใด ขอให้แสดงความเห็นได้ทุกมุมมองครับ ตั้งแต่
· ช่วงเวลา
· ระยะเวลา
· รูปแบบ
· การกำหนดหัวข้อ
· การคุมประเด็น และการจัดการด้านต่างๆ ที่เป็นการแก้ปัญหา
· รวมทั้งเปิดเวทีให้นักศึกษาถามกันเอง และให้อาจารย์ถอยมาเป็นพี่เลี้ยง
· หรือ ให้ผู้รู้ในภาคส่วนอื่นๆ เข้ามาร่วม chat และตอบคำถามนักศึกษา
ใครคิดว่าอย่างไรครับ ในเรื่องนี้
พอจะเป็นประโยชน์กับใครบ้างไหมครับ
ดีเหมือนกันครับอาจารย์
----------------------------------------------------
แต่ผมเกรงว่าจะเกิดปัญหาดังนี้
ถือว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับยุคสมัยมากครับ คงต้องถอดบทเรียนเป็นครั้งๆไป
ผมคิดว่าการสอนที่แปลกใหม่เร้าใจ และสร้างความน่าสนใจสำหรับวัยรุ่นขี้เบื่อเช่นผมด้วยครับ
----------------------
จริงๆไม่อยากนำปัญหามาตั้งก่อน แต่เว้ากันตรงๆก่อนครับ
---------------------
วิธีการที่น่าจะเป็นไปได้
เยี่ยมเลยครับ ผมจะนำไปหารือกับนักศึกษาว่าจะทำอย่างไรดี ของใหม่ ก็คงเก้ๆกังๆ เป็นธรรมดา ไม่ลองไม่รู้ครับ
เห็นด้วยกับคุณจตุพร และเสนอแนะข้อมูลคือ นักศึกษาที่จะเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทาง chat (ในเวลาที่กำหนดนั้น)จะต้องไม่ได้สนทนากับใคร มิเช่นนั้น อาจจะไม่ได้ผล เพราะนักศึกษาเองก็มีพันธมิตรทาง chat เช่นกัน
ผมกลับมองต่างมุมว่า
พอระยะต่อไป เขาอาจจะรู้และปรับตัวได้เอง
ว่าควรจะปรับ และให้ความสำคัญในเรื่องอะไร ได้อย่างไร โดยไม่ให้ปะปนกัน
ทั้งนี้เพราะเมื่อเรา online เพื่อนก็มักคิดว่าเราว่าง
เมื่อทักเข้ามาก็ต้องคุยบ้าง
แต่เราก็รู้ว่า เราควรจะเน้นคุยกับใครในเรื่องอะไร
ขืนห้ามตอนแรกอาจเกิดแรงต้านได้ครับ
อยากฟังอีกในมุมนี้ครับ
การ chat ในยุคนี้ hot กันมาก เด็ก ๆ ก็ chat เป็น การที่อาจารย์นำเสนอมุมมอง โดยการนำเรื่อง chat มาเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนเป็นสิ่งที่ดี และเห็นด้วย แต่รูปแบบ และวิธีการ ค่อนข้างยังมองไม่เห็นว่า จะต้องทำอย่างไร ถึงจะได้ผล เพราะระหว่างคุยกัน หากเกิน 4-5 คน ในขณะที่คุยก็สับสน และยิ่งอาจารย์เอง อาจจะพิมพ์ตอบโต้ไม่ทันกับคำถามที่จะมีขึ้น ก็อาจจะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายกับการ chat ก็เป็นได้
อีกมุมหนึ่งคือ หาก Internet ล่ม ก็จบกันในเวลานั้น ซึ่งบ่อยนักที่ระบบ chat ไม่ได้ online ได้ทันที
ส่วนเรื่องเวลา หากอาจารย์จะกำหนดรูปแบบ เวลา เช่น 5 คน ต่อครั้ง (ใน 1 ชั่วโมง) และ 5 คนต่อไป อีก 1 ชั่วโมง อาจารย์เอง ไม่ต้องนั่งกับเครื่องเป็นเวลา 24 ชม.หรือ ???? เกรงว่า อาจารย์จะเป็นมนุษย์คอมพิวเตอร์ตลอดวัน ตลอดคืน
ขอบคุณครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมตั้งใจจะทำเป็นกิจกรรมเสริมสำหรับคนบางกลุ่มที่ไม่กล้าแสดงทางอื่น แต่ชอบ chat นะครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ณ วันนี้ ผมไม่แน่ใจ แต่คิดว่าคงมีจำนวนไม่มากที่ถนัดในการเรียนแบบนี้ </p> และคิดว่าคงไม่ได้ chat แบบไม่มีทิศทางนะครับ คงจะต้องกำหนดหัวข้อ และกรอบคำถาม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เหมือนกับการเรียนในห้องเรียนนั่นแหละ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเปิดโอกาสให้ถามก็หาคนถามยากเหลือเกิน บางทีเราต้องถามเองตอบเอง หรือถามนำทางด้วยซ้ำ</p> ยังไงก็คงต้องลองดูก่อนครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มีปัญหาอะไร ค่อยแก้ทีละเปลาะ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรื่องการใช้เวลาแค่นี้ผมไม่กังวลอะไรหรอกครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าตอบไม่ทัน ก็อ่านตามทีหลัง แล้วไปตอบในห้องก็ได้ครับ</p> ทุกคนก็มีความเป็นมนุษย์ไม่ต่างกันมากหรอกครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความเข้าใจ และเกรงใจ ก็น่าจะป้องกันปัญหาได้มากครับ</p> และ ผมยังอยากฟังความเห็นในมุมนี้ อีกครับ
นักศึกษา ส่วนใหญ่ ร้อยทั้งร้อย คง chat เป็นกันทุกคน แต่หากมองในมุมของนักศึกษาเอง เขาจะชอบหรือไม่นั่นอีกเรื่องหนึ่ง คงต้องหารือกับผู้เรียนว่า เห็นด้วยหรือไม่
เพราะ chat ส่วนใหญ่แล้ว เขาจะสนทนาเรื่องทั่วๆ ไป หรือบางคนอาจแจมการสนทนาภาษาดอกไม้ซึ่งกันและกัน ฉะนั้น หากมีการ online เข้าไป เกรงว่า นักศึกษาบางคนอาจจะไม่สะดวกที่จะ online นัก
ทางออก คือ คงต้องเสนอแนะให้นักศึกษาสมัคร chat (MSN) เข้าไปในชื่อใหม่ เพื่อไว้สำหรับการเรียนรู้นี้ อาจเป็นทางออกได้ คนๆ หนึ่งสามารถสมัครได้ไม่รู้กี่ร้อยครั้ง (เพียงแต่จำรหัสที่ตัวเองสมัครให้ได้ก็เท่านั้น!)
และขอแจมอีกมุมหนึ่งคือ การ chat ที่จะได้ผลจริง ๆ คือต้องกำหนดเวลามาคุยกันจริงๆ ณ ขณะนั้น เหมือนนัดหมายประชุมร่วมกัน เพื่อตอบโต้กันในเวลานั้นๆ ให้ได้คำถาม-คำตอบร่วมกัน (โดยนักศึกษาต้องเตรียมโจทย์ ประเด็นคำถามมาล่วงหน้า) จากนั้น ให้นำบทสนทนานี้ ไปนำเสนอในเวทีการเรียนการสอนเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้และเติมแต่งคำถาม คำตอบ อาจมีคำถามต่อยอดเพิ่มเติม ในลักษณะนี้ อาจจะเห็นประโยชน์บ้าง เพราะเมื่อให้นั่งฟังบรรยาย ก็เบื่อ ให้เรียนรู้ในพื้นที่จริง ก็อาจไม่สะดวก แต่หากนำ chat มาประยุกต์และเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ใหม่ที่น่าทดลอง อาจแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาดู นักศึกษาอาจมีมุมมองที่เราอาจคิดถึงไม่ถึง
สุดยอดครับ
เสียดายท่านไม่ลงทะเบียน
เลยไม่ทราบว่าเป็นใคร
น่าจะเป็นอาจารย์นะครับ
แต่ถ้าเป็นักศึกษาก็ยิ่งดี
เป็นคนภายนอกก็ยิ่งสุดยอดที่มาสนใจเรื่องแบบนี้
ขอคารวะด้วยความจริงใจครับ
จะนำไปปรับใช้ครับ
เรื่อง Chat ไม่ใช่เรื่องไกลตัว สำหรับมนุษย์คอมพิวเตอร์ยุคสมัยนี้
ทุกวัย ใช้ MSN เป็นกันหมด และที่สำคัญ (วัยรุ่น ใช้สนทนากันโดย สวมหน้ากากคุยกัน) ดังนั้น หากอาจารย์จะนำสื่อการเรียนรู้ (MSN) มาใช้จริง คงต้องหารือผู้เรียนว่า ต้องการใช้สื่อนี้หรือไม่ และหากใช้ ให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นว่า จะทำอย่างไร
สื่อ MSN นี้ เป็นสื่อที่ดี นักศึกษาหรือ วัยรุ่น วัยทำงานก็เปิด chat กันทุกที่ ทุกเวลา (โดยเฉพาะเวลาทำงานก็ยังเปิดเลย)จนบางครั้งอาจมีผลกระทบกับการทำงานด้วย นี่คือข้อเสียสำหรับการ chat ที่นำมาใช้โดยมีผลเสียตามมา
แต่หากจะนำมาประยุกต์และกำหนดรูปแบบชัดเจน ก็เกิดประโยชน์ได้ และที่สำคัญ ใน 1 หน้าต่างที่มีคำถามโต้ตอบกัน ก็คงต้องใช้สมาธิในตอบโต้บทสนทนา เพราะอาจมีการตอบโต้สลับหน้าต่างก็เป็นไปได้ ฉะนั้น แม้คุยกันประมาณ 3 คน ก็ทำให้สับสนแล้ว
ครับ
ขอบคุณครับ
จะแนะนำให้นักศึกษามาอ่านครับ
จะได้เข้าใจตรงกันครับ
ก่อนการตกลงกำหนดแผนการเรียนแบบนี้ครับ
ผมเริ่มเดาออกแล้วว่าท่านน่าจะเป็นใคร
ต้องเป็นคนที่รู้จักผม และผมรู้จักท่านแน่ๆ
และเป็นคนที่ "ไม่ขอเปิดเผยตัว"
ถ้าเดาไม่ผิดนะครับ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ได้ให้เมลล์กับเด็กๆไปแอด แต่ก็มีนักศึกษาเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้ามา chat ด้วย ส่วนมากนักศึกษาที่เข้ามาคุยก็ยังไม่ค่อยกล้าเหมือนตอนอยู่ในห้องอยู่ดี แต่กลายเป็นว่าเด็กๆที่เข้ามาคุยด้วยกลายเป็นนิสิตที่จบไปแล้ว และกำลังทำงาน และส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องงาน เข้ามา chat เพื่อปรึกษา เรื่องงานหรือเรื่องที่จะเรียนต่อ ไม่ค่อยมีนิสิตเข้ามาถามเรื่องที่เรียนในปัจจุบันซักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะเรื่องที่จะเข้ามาคุยเป็นเรื่องที่น่าเบื่อเด็กๆเลยเลือกที่จะ chat กะคนอื่นมากกว่า
ขอบคุณครับ
ผมจะเริ่มกิจกรรมปลายเดือนนี้ครับ
ตอนนี้อยู่ในช่วงอาจารย์ท่านอื่นสอนอยู่ครับ
ได้ผลอย่างไรจะนำมาแลกเปลี่ยนครับ