ผมขออนุญาตใช้เนื้อที่นี้ไว้อาลัยแด่ “มด”

วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เป็นคนกรุงเทพ โดยกำเนิด แต่พ่อแม่เป็นคนจีนจากซัวเถา เพราะไม่นิยมลัทธิคอมมูนิสต์ เป็น 1 ใน 3 พี่น้องที่ทำงานให้กับสังคมมาตลอด พี่ชายคือ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บก."สารคดี" คนปัจจุบัน ส่วนพี่สาวอีกคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ทำกิจกรรมมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ขณะที่เรียนอยู่ชั้นม.ศ 5 เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้ไปร่วมเดินขบวนด้วย ทำให้ซึมซับกับปัญหาสังคม การเมืองมาตั้งแต่สมัยนั้น
เอ็นทรานซ์ติดคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แต่ไม่จบต้องหลบไปอยู่ในเขตป่าแถวภาคใต้ ประมาณ 4 ปี ขึ้นไปอยู่ป่าภาคอีสานอีก 2-3 เดือน หลังจากนั้นจึงกลับมาเรียนต่อที่ ธรรมศาสตร์อีกครั้งในปี 2524 เรียนอยู่ 3 ปีจึงได้ปริญญาตรี พร้อมกับประกอบอาชีพส่วนตัว อาคเนย์ประกันภัย และเป็นไกด์นำเที่ยวอยู่หลายปี
เริ่มเข้ามาทำงานด้านเอ็นจีโอ ด้วยการร่วมรณรงค์กับขบวนการสันติภาพต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ เข้าร่วมขบวนการเชื่อมสันติภาพไทยลาว จับงานเอ็นจีโออย่างจริงจังในปี 2532-2533 กับโครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ (เอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม) จับงานแรกคือให้ความเชิงวิชาการกับประชาชนในการคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งกรุง เขื่อนแก่งเสือเต้นจนมาถึงเขื่อนปากมูล และมีบทบาทในการก่อตั้งสมัชชาคนจนร่วมกับองค์กรชาวบ้านทั่วประเทศ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน

วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้หญิงเก่งและแกร่งคนนี้ ยืนข้างประชาชนโดยเฉพาะ "คนจน" คนถูกเอารัดเอาเปรียบมาตลอด แม้ว่าจะเคยถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอผู้นี้คิดย่อท้อทว่ายังคงเดินหน้าสู้กับความถูกต้องยุติธรรมต่อไป กระทั่งตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ จากไปอย่างสงบ เมื่อตอนบ่ายวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ท่ามกลางความใจหายของผู้ที่ทราบข่าว ถึงแม้ว่า เพื่อนๆ และคนใกล้ชิดจะทราบถึงอาการป่วยของเธอมาก่อนหน้านี้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่มีใครคิดว่า “มด” จะจากพวกเขาไปเร็วขนาดนี้
“มดรู้ตัวว่ามีก้อนแปลกๆ ขึ้นที่หน้าอกเมื่อราวปี 2547 แต่ด้วยความที่ไม่ได้สนใจเรื่องของตัวเองมากนัก ประกอบกับงานเคลื่อนไหว ทำให้ไม่มีเวลาฉุกคิดเรื่องสุขภาพตัวเอง
จนในปลายเดือนมีนาคม 2549 มดได้รับการตรวจและแพทย์ระบุว่าเป็น มะเร็งเต้านม ระยะที่ 4...มดได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ร่วมกับการผ่าตัดและการฉายรังสีซ้ำจนอาการดีขึ้นในช่วง 3-4 เดือนถัดมา
อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้ตรวจพบว่าเชื้อโรคร้ายมีการแพร่กระจายไปที่ปอดทั้ง 2 ข้าง ในราวเดือนกุมภาพันธุ์ 2550 มดได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดในโครงการทดลองยาเคมีบำบัดตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งเพิ่งได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา ภายหลังการใช้ยามากว่า 7 เดือน พบว่าเซลล์มะเร็งในปอดโตขึ้น จึงได้ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ยุติการรักษาด้วยการใช้ยาเคมี เมื่อ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หลังจากตรวจพบการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปที่ปอด มดเริ่มมีอาการน้ำท่วมปอด หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย จนเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มดได้เอาน้ำในปอดทั้งสองข้างออก และพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่อาการกลับทรุดลงเนื่องจากไม่สามารถเอาน้ำออกได้มากนัก ปัจจุบันแพทย์ได้ใส่สายระบายน้ำจากเยื่อหุ้มปอดโดยหวังว่าน้ำจะถูกระบายมากขึ้น มดมีอาการหอบเหนื่อย จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ยังคงมีสติรู้ตัวดี และสื่อสารด้วยการพยักหน้าหรือส่ายหน้าได้”
นั่นคืออาการป่วยช่วงระยะเวลาสุดท้าย...ก่อนที่ประทีปแห่งชีวิตของนักต่อสู้เพื่อคนยากไร้อย่างวนิดาจะดับลง ผ่านคำบอกเล่าของ พรชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้เป็นน้องชายของวนิดา ที่ถ่ายทอดไว้ในเว็บไซต์ www.oknation.net/blog/baan-nork ให้ผู้ที่เป็นห่วงอาการป่วยของวนิดาได้รับทราบ
ข้อมูลทั้งหมดจาก ไทยเอ็นจีโอ
หมายเหตุ กำหนดสวดอภิธรรมศพ วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ จะมีไปจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม ณ วัดวชิรธรรมสาธิต ศาลา 3 ซอยสุขุมวิท 101/1 พระโขนง ส่วนพิธีฌาปนกิจจะจัดในวันที่ 12 ธันวาคม เวลา 17.00 น.
ขอบคุณ นิตยสารสารคดีและสมัชชาคนจน เอื้อเฟื้อภาพ
ขอบพระคุณ พี่บางทราย ที่บันทึกไว้อาลัย พี่มด ไว้ ณ ที่นี้
หน่อย คุยกับพี่มด ล่าสุด หลังผ่าตัดปลูกถ่ายไตใหม่ หลังปี 46 พี่มด โทร.มา บอกว่า โอนเงินให้หน่อยเพื่อดูแลตัวเอง
ด้วยความเกรงใจ หน่อย บอก พี่มดว่า เกรงใจพี่มากเลย พี่มด บอกว่า ทำความดี ก็ต้องมีคนช่วยเหลือ หน่อยบอกว่า หน่อยทำเล็กๆน้อยๆเอง พี่มดทำงานช่วยเหลือคนอื่นมากกว่าหน่อยอีก
พี่มด เป็นผู้หญิงเข้มแข็งมากจริงๆคะ เสียงเข้มแข็ง
ดัง ฟังชัด พูดมีเหตุ มีผล มีประเด็น และช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่นึกถึงตนเอง
กราบเท้าระลึกถึงพี่มดด้วยความอาลัยยิ่ง
ถีงหน่อย น้องรัก
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
ตั้งแต่ที่ทราบข่าวก็ใจหายเพราะนึกไม่ถึงเลยค่ะ และเมื่อดูการจากไปของคุณวนิดา เบิร์ดขอน้อมคารวะในความกล้าหาญ กล้าแกร่งจนวินาทีสุดท้ายของเธอ
มีผู้ป่วยไม่กี่คนหรอกนะคะพี่บางทรายที่สามารถยืนหยัดและตัดสินใจยุติการรักษาด้วยตัวเองเพื่อรอวันจากไปได้อย่างสง่างามเช่นเธอ
ขอร่วมน้อมส่งคุณวนิดาเดินทางไกลบนเส้นทางสู่ดวงดาวอย่างสง่างามในแบบที่เธอเป็นมาตลอดด้วยคนค่ะพี่บางทราย
สวัสดีครับ น้องเบิร์ด น้องสาวผู้น่ารัก
ใช่ครับน้องเบิร์ด เธอเป็นหญิงแกร่งที่หาได้น้อยมากที่กล้าเผชิญความตาย เหมือนเธอฝึกจิตมาเพื่อเผชิญวิกฤตินี้
เพื่อนๆในวงการเสียดายเธอมากครับ
ขอบคุณครับน้องเบิร์ด
สวัสดีค่ะ...พี่บู๊ท..
กะปุ๋มขอมาร่วมไว้อาลัย...กับพี่มดด้วยค่ะ...
ช่วงที่ "เธอ" ต่อสู่เรื่องเขื่อนปากมูล...กะปุ๋มได้รับฟังเรื่องราวของเธอผ่านการบอกเล่าจากคุณพ่อเสมอ...
ขอชื่นชมในคุณความดีและขอให้ดวงวิญญาณของพี่มดไปสู่สุขคติด้วยเทอญ
................................
นิภาพร ลครวงศ์
ขอน้อมคารวะดวงวิญญาณพี่มดไปสู่สวรรคาลัย
ในช่วงที่มีชีวิตพี่ได้ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม และสุดท้ายต่อสู้กับโรคร้ายที่คร่าชีวิตพี่ไป เป็นการต่อสู้อย่างหนักหน่วงของผู้หญิงเล็กๆคนหนึ่ง
ขอชื่นชมเก็บความทรงจำ ความดีงามของพี่ไว้ในใจของผมและทุกท่านตลอดไป
ด้วยความอาลัยยิ่ง
และคนรุ่นหลังพร้อมจะสานต่ออุดมการณ์ของพี่ต่อไปครับ
-------------------------------------------------------
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
-ขอร่วมอาลัย ใจหาย ใจหาย ใจหาย
สวัสดีค่ะพี่บางทราย...
ตัวเองไม่เคยได้พบกับพี่มดเลยนะคะ แต่เคยได้ยินและได้อ่านเรื่องราวมาบ้าง...รวมถึงจากบันทึกนี้ด้วย...
ขอร่วมไว้อาลัยให้กับคนดีของสังคมอีกคนหนึ่งค่ะ..หวังว่าเรื่องราวของเธอจะกระตุ้นเตือนให้คนไทยรู้จักให้ และทำเพื่อผู้อื่นกันมากๆ ขึ้นนะคะ
สวัสดีครับ
ขอขอบคุณทุกท่านครับ
ที่ร่วมแสดงอาลัยแด่คุณ "มด"
ขอร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของเธอด้วยนะครับ