เร่เข้ามา..เร่เข้ามา คืนนี้มีรายการแสดงหนังแห้งแบบพิศดาร..เสียงประกาศก้องหมู่บ้าน ตอนเราไปสมทบกับคณะท่านรองอธิการออตที่พาฝรั่งทัวร์วัฒนธรรมอีสาน ได้ดูการแสดงหนังตะลุงสไตล์อีสานขนานแท้ ผมรอโอกาสนี้มานานมาก ตอนเป็นเด็กบ้านนอกไม่มีการละเล่นอะไร เคยไปดูหนังตะลุงงานวัดติดอกติดใจ กลับบ้านเอากระดาษแข็งวาดรูปตัดเป็นตัวพระราม/นางสีดา และเจ้าปลัดตื้อตัวตลก เชิดเล่นอยู่คนเดียวอย่างสนุก คืนนี้ย้อนรอยมาบรรจบกันอีกครั้งหนึ่ง เท่าที่ผมสังเกตหนังตะลุงโรงนี้พบว่า 

   

(หน้าโรงสนุก หลังโรงก็สนุก เชิด ร้อง ดนตรีรับกัน เจ๊องุ่นก็มันส์กับเขาด้วย) 

  • ด้านการจัดการความรู้

ผมถือว่าคณะหนังตลุงเป็นปรมาจารย์KM.ตัวจริง การที่จะก่อตั้งคณะหนังตะลุงในภาคอีสานได้นั้นไม่ธรรมดา มีองค์ประกอบซับซ้อนมากมาย แทบกล่าวได้ว่าต้องศึกษาหาความรู้มาประยุกต์ใหม่ทุกขั้นตอน คนที่ใจสู้รู้จริงเท่านั้นถึงจะทำขึ้นมาได้ นับตั้งแต่ชักชวนเพื่อนฝูงที่มีทักษะคล้ายๆกันมาฝึกฝนการแสดง แต่งกลอนร้องกลอนรำ ทักษะการเชิด ผลิตตัวหนัง จัดหาดนตรีประกอบการแสดง เครื่องเสียง อุปกรณ์ประกอบการอีกมากมาย ที่สำคัญต้นตอเรื่องนี้ไม่ได้มีรากเหง้ามาจากพื้นถิ่นอีสาน งานนี้จึงเป็นนวัตกรรมการจัดการความรู้ชิ้นโบว์แดง  

   

           (ด้านหน้าโรงสนุก เจ้าหัวโตออกมาสนทนาคราใด ฮากันสนั่น) 

  • ด้านวิชาพัฒนาสังคม

เรื่องราวที่สอดแทรกอยู่ในหนังตะลุง ได้มีการนำเสนอประเด็นเด็ดสดๆร้อนๆที่เกิดขึ้นจริงมาสะท้อนแบบฮาจนน้ำหมากแม่ใหญ่กระเซ็นนั่นแหละ เช่น คำสอน สุภาษิต คำแนะนำ เรื่องโรคเอดส์ การทำมาหากิน ศิลธรรม การอพยพแรงงาน เรื่องในอบต.ในโรงเรียน หนังตะลุงได้เจาะจนถึงกึ๋น ถ้าจะมองว่าเป็นกระบวนการประเมินคุณภาพของสังคม ผมคิดว่าไม่เลวนะ ในฐานะที่เป็นมุมสะท้อนของคนในสังคม  

  • ด้านสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรม

เรื่องหนังตะลุงโดดเด่นมากในการสร้างศิลปวัฒนธรรมในด้านนี้ในช่วงที่ผ่านมา ภาคใต้ก็โดดเด่นเฉพาะตัว ภาคกลางก็มีหนังใหญ่ที่เก่าแก่  ที่เมืองกรุงก็มีการพัฒนาขึ้นมาจนถึงขั้นละครหุ่นที่มีชื่อเสียงระดับสากล แต่หนังตะลุงอีสานบ้านผม น่าสงสารเหลือเกิน พวกศิลปที่มีตัวตนต้องผดุงตัวเองไว้ด้วยหัวใจอย่างทรหด มันล้ำเส้นคำว่าอนุรักษ์ไปไกลโข คนในคณะต้องพัฒนาตัวเองอย่างมาก เพราะคู่แข่งนั้นวิ่งล้ำหน้าทั้ง ทีวี ภาพยนตร์ วีดีโอ ดีวีดี ฯลฯ 

  • ด้านสื่อสารสารมวลชน

การสื่อความหมายในรูปลักษณ์ที่แฝงด้วยกระบวนการที่ล้ำลึก มีปรัชญา ศาสนา  จารีตประเพณีและวัฒนธรรมอัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยม ถ้าเราให้การส่งเสริมระบบสารสนเทศชุมชน ที่เกิดจากเนื้อในตัวตนของชนในชุมชนเอง มันประเมินค่าไม่ได้หรอก ว่ากระบวนการที่หลอมรวงขึ้นด้วยพลังของความรักและศรัทธาต่อสังคมนั้น มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน เพียงแต่คนที่เกี่ยวข้องใจบอดสี เข้าไม่ถึงจึงปล่อยปะละเลย  

  • ด้านศิลปการแสดงประยุกต์

ครูศิลปินตัวเอ้อยู่ที่นี่!! ตัวจริงเสียงจริงชนิดที่ครูเชี่ยวชาญพิเศษเรียกพี่ทีเดียวแหละ คิดดูสิเธอ คนที่เป่าแซ็กโซโฟน ร่วมกับคนเป่าแคน ฉิ่ง โทน เป็นลูกชาวนาจบ ป.4 นี่แหละ ตัวพระ ตัวนาง ตัวเสนา ตัวตลก มีบทพิเศษเด่นเฉพาะ กลองร้อง กลอนเต้ย คำสอย คำผวน ล้วนเป็นเสน่ห์สดๆที่หลั่งจากมันสมองชั้นครูเหล่านี้ ถึงกระนี้ก็ตาม ในการคัดครูภูมิปัญญาไทย คณะกรรมการก็ยังมองไม่เห็น   ที่ซ้ำร้ายกระทรวงวัฒนธรรม ก็ตาบอดสี หัวอกของหนังตะลุงอีสานที่มีอยู่ประมาณ20คณะ ตกอยู่ในสภาพยิ่งกว่าลูกเมียน้อยเสียอีก  

ถ้ามีใครเข้าใจหาทุนให้สัก3-4แสนบาท ให้เขาแต่งเนื้อหาด้านการพัฒนา แล้วตระเวนแสดงเรื่องเกษตรอินทรีย์ เกษตรพอเพียง การต่อต้านยาเสพติด บัญชีครัวเรือน เอดส์ งดเหล้าบุหรี่ สวมหมวกกันน็อค ฯลฯ จะดีกว่าที่นักอวดรู้ไปประชุมอบรมกันในโรงแรมแบบซังกะตายมากนัก หรือมีใครจะให้ทุนเรียนเรื่องนี้ระดับปริญญาเอก ผมก็มีรองอธิการบดีออตสนใจที่จะทุ่มเทชีวิตจิตใจ ยกหนังตะลุงมาเชิดชูให้เห็นชีวิตที่เต้นได้อย่างมีชีวา.. 

ผมมีโอกาสไปชมหนังตะลุงในคืนนี้ เป็นเพราะฝรั่งคู่หนึ่งเขาสนใจเรื่องวัฒนธรรมไทย ประสานงานกับดร.บอนนี่ และออต ตกลงจ้างหนังตะลุงคณะพ่อสำลีแห่งบ้านดงบังแสดงให้ดู ถ้าเล่นเต็มเครื่องเต็มชุดรับงานที่ราคา15,000-20,000 บาท แล้วแต่ระยะทาง ในคณะมีผู้ที่เกี่ยวข้องประมาณ 15 คน ค่าเครื่องเสียง ค่าดนตรีค่าเดินทาง เขาคิดถูกมาก ยังนึกในใจว่า  ถ้ามีวาสนาได้จัดงานคนแซ่แฮแห่งชาติ ก็จะเอาหนังตะลุงคณะนี้ไปแสดง จังหวะร้องเต้นเต้ยนั้นเร้าใจจนขาซิ่งยากที่จะอยู่นิ่งได้ ..ป้าแดง อาจารย์หมู อาจารย์แป๋ว คนชอบวิ่ง เจ๊องุ่น ลูกหว้า.. ยั้งใจไม่ออกไปเต้นหน้าโรงได้จะได๋.. คงฝุ่นตลบแข่งกับเจ้าปลัดตื้อหลังจอ 

ฝรั่งที่มาได้ยินเสียงกลอนเต้ยมันส์ๆๆ เข้าจังหวะดนตรีกระแทกใจ ถึงกับออกไปเต้นเฉิบๆ เผลอแผล็บเดียวไปเชิดตัวหนังอยู่หลังโรงอย่างสนุก การเรียนรู้ การเข้าถึงศิลปวัฒนธรรมนั้นมันต้องอย่างนี้  การสอนวัฒนธรรมแบบแห้งๆไม่ได้เต้นแรงเต้นกา จะมันส์ตรงไหนไม่ทราบจริงๆครับผ๊ม!!!                  

     

(เรื่องที่เราละเลย รอให้คนชาติอื่นมาชื่นชม ไม่รู้จะเศร้า หรือดีใจ)